คมชัดลึก

All posts in the คมชัดลึก category

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP ACADEMY

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288565

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP ACADEMY

Marketing and Sales, คมชัดลึก อสังหาริมทรัพย์ APOpenhouse, Academy,  Marketing and Sales

สถาบัน AP Academy เปิดรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 เข้าดูงานและศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

          สถาบันเอพี อะคาเดมี่ ให้ความสำคัญลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านการยกระดับคุณภาพทรัพยากรบุคคล อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรภายนอกเข้ามาเรียนรู้งานโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 4 โดยมีประสบการณ์ตรงจากการรับบัณฑิตจบใหม่สาขาเข้าทำงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เนื่องจากรู้เฉพาะทฤษฎีแต่ขาดทักษะและประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติงานจริง จึงทำแลปขึ้นเพื่อเป็นหลักแห่งการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติเพื่อทักษะการเรียนรู้ในทุกๆด้านของสายงานอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

นายภูมิพัฒน์ สินเจริญ

          นายภูมิพัฒน์ สินเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและผู้อำนวยการสถาบันเอพี อะคาเดมี่ เผยว่า เอพีได้ยกระดับความเข้มข้นของสถาบัน เพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ทันกับยุคสมัย และเครื่องมือการเรียนการสอนด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิดรู้ลึก ลงมือทำจริง ก้าวทันกระแสยุคดิจิตอล ผ่าน 3 แนวทางหลักได้แก่ การเรียนรู้มุ่งสู้การลงมือทำจริง, การเปลี่ยน Platform การเรียนรู้ก้าวทันโลกดิจิตอล และเด็ก Gen Z ผ่านสื่อการเรียนการสอนที่เช้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ Knowledge Transformation การมุ่งส่งต่อองค์ความรู้ นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือไอเดียใหม่ๆ

          การนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมกับสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้บุคลากรในองค์กรได้เรียนรู้และทำงานร่วมกันโดย ก้าวผ่านข้อจำกัดของสถานที่และเวลา เป็นการทำงานและเรียนรู้ผ่านสเปซออนไลน์ ตามแนวคิดดูลงมือทำจริงส่งเสริมคุณภาพชีวิตยุคดิจิตอล ให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งนี้หลักสูตรต่างๆที่ เอพี อะคาเดมี่ ออกแบบขึ้น ถือได้ว่าเปลี่ยนรูปแบบหรือแบบฟอร์มในการเรียนรู้ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆในยุคดิจิตอล มาผสมผสานเพื่อให้เกิดความสนุกอินเทอร์แอคทีฟและเพิ่มความ สะดวกสบายในการเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการผ่านแอพลิเคชัน เอพี

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

          และในปีนี้ โครงการ เอพี Open House 2017 มีการเปิดกว้างในการรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 จำนวน 50คน จากหลากหลายสาบาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้ามาฝึกงานเจาะลึกความเข้มข้นตลอด 2 เดือนเพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจรได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ด้าน marketing and sales การตลาดและการขาย เพิ่มเติมจากหลักสูตรวิศวะโยธา เน้นการฝึกงานจริงทำจริงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการให้ ทั้งนิสิตนักศึกษาฝึกงานได้โรงฝึกทักษะจริงๆก่อนลงพื้นที่ไซส์งาน

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

          ในปีนี้ โครงการ เอพี Open House 2017 มีการเปิดกว้างในการรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 จำนวน 50คน จากหลากหลายสาขาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้ามาฝึกงานเจาะลึกความเข้มข้นตลอด 2 เดือนเพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจรได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ด้าน การตลาดและการขาย ( Marketing and Sales) เพิ่มเติมจากหลักสูตรวิศวะโยธา เน้นการฝึกงานจริงทำจริงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการให้ ทั้งนิสิตนักศึกษาฝึกงานได้โรงฝึกทักษะจริงๆก่อนลงพื้นที่ไซส์งาน

          โดย เอพี จะไปตามมหาวิทยาลัย และจะให้นักศึกษาสมัครผ่านแอปพลิเคชัน หรือ สมัครเข้าโครงการทางออนไลน์ นักศึกษา Marketing Sales จะคัดเลือกโดยการส่งคลิปสร้างสรรค์เข้าประกวด และคณะกรรมการทั้งหมดจะมาตัดสินจากคลิปที่ส่งเข้ามาว่าใครมีความสร้างสรรค์ที่สุด เลือกให้เข้าร่วมโครงการต่อไป

Advertisements

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288540

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

ในตอนนั้น, เชฟ, ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, ฝ่ายมัธยม, Black Box

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์จับมือสาธิต มศว. ประสานมิตรร่วมค้นหาเชฟวัยทีน กับโครงการ นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ

 

อาชีพเชฟ ถือเป็นหนึ่งอาชีพในฝันของน้องๆ ยุคใหม่ เพื่อสานฝันเยาวชนไทยที่มีใจรักการทำอาหาร หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมกับ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จัดโครงการ “New Zealand Young Genius Chef Culinary Competition ค้นหาเชฟวัยทีน ที่มีใจรักในการทำอาหาร

เพื่อค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ชิงรางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีน้องๆ สมัครเข้าแข่งขันทั้งหมด 50 คน จาก 27 โรงเรียน และเมื่อเร็วๆ นี้ทางโครงการฯ ได้จัดปฐมนิเทศเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าแข่งขัน

โดยมี มร.เบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเป็นประธาน  ณ ห้องประชุม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

มร.เบน คิง

          มร.เบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศนิวซีแลนด์มีสถาบันการศึกษาด้านการประกอบอาหารชั้นหลายแห่งที่เปิดรับนักเรียนและนักศึกษาจากทั่วโลก ได้มาเรียนรู้และศึกษา สำหรับโครงการแข่งขันประกอบอาหาร “นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ” ในครั้งนี้ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ได้ร่วมกับ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)จัดประกวดการแข่งขัน เพื่อยกระดับทางการศึกษาให้กับนักเรียน และเปิดโอกาสให้ สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างครูกับนักเรียน ของโรงเรียนในเครือข่ายต่างๆ ที่มีหลักสูตรการประกอบอาหารภายในประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกันด้วย

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

เชฟท็อป กิตติ ดรุกาญจน์พฤติ

เชฟท็อป กิตติ ดรุกาญจน์พฤติ สุดยอดเชฟนักล่ารางวัล ศิษย์เก่าจากนิวซีแลนด์มาสาธิตโชว์ทักษะด้านการประกอบอาหารพร้อมให้ความรู้ และเทคนิคในการทำอาหารให้กับน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันได้ทราบและเปิดโอกาสให้ซักถาม

โดยเชฟท็อป เล่าว่า มีโอกาสได้ไปเรียนด้านการทำอาหารที่ประเทศนิวซีแลนด์ เพราะครอบครัวเปิดโอกาสให้ จากการไปร่วมงานนิทรรศการการศึกษานิวซีแลนด์ ก็เลยตัดสินใจเลือก เพราะคิดว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับเด็ก ที่เลือกเรียนทำอาหารเพราะชอบทำอาหาร และอยากทำอาหารที่ดีทีสุดทุกคนได้รับประทาน ตอนเรียนก็มีโอกาสได้ไปฝึกงานกับร้านอาหารดังๆ หลายแห่งที่นั่นด้วย

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

ทำให้มีความมั่นใจในการทำอาหารมากขึ้น บวกกับความสามารถด้านการใช้ภาษาที่ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสได้ไปในที่ดีๆ ด้วยแรงผลักดัน และกำลังใจที่ดีของเพื่อนๆ ชาวกีวี่และชาวต่างชาติที่ได้เจอ ทำให้ได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาและการทำอาหารได้ดีขึ้นด้วย

 

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

น้องลูกจรรย์-น.ส.บุญยวีร์ ภาคย์วิศาล

ปิดท้ายด้วยน้องลูกจรรย์-น.ส.บุญยวีร์ ภาคย์วิศาล อายุ 16 ปี จากโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ บอกว่า เตรียมตัวเยอะมากเพราะผู้เข้าแข่งขันมาจากหลายที่ด้วย ไปลองชิมวัตถุดิบ ซ้อมทำให้ชำนาญ ลองทำอาหารให้หลากหลายเข้าไว้ การมาแข่งครั้งนี้จะทำให้ได้เพื่อนใหม่ๆ ไว้คอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันด้วย ทำให้เต็มที่และแอบหวังลึกๆ ว่าจะได้ไปเปิดประสบการณ์ที่นิวซีแลนด์

ทั้งนี้การแข่งขันจะจัดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 รอบ คือ สร้างสรรค์เมนูจากหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และรอบที่ 2 สร้างสรรค์เมนูวัตถุดิบปริศนา (Black Box) ใช้เวลาการแข่งขันรอบละ 45 นาที ผู้ชนะจะได้รางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และประกาศนียบัตรจาก เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 380,000 บาท ณ โรงยิมอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288584

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

คมชัดลึก สำนักงานศิลปะร่วมสมัย กระบี่ ท่องเที่ยว, สศร,  สศร, ภาพถ่าย

กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมสร้างสรรค์งานเขียนและภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่แผนการผลักดันและพัฒนาเมืองศิลปะ

          สำนักงานศิลปะร่วมสมัย ( สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้วางแผนการผลักดันและพัฒนาเมืองศิลปะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด  Edge of the wonderland แนวความคิดนั้นมาจากความน่ามหัศจรรย์ของจังหวัดกระบี่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย มีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามน่าค้นหา มีทางเทือกเขาหาดทรายชายฝั่งทะเลและเกาะน้อยใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่ในการจัดแสดงศิลปกรรม

ซึ่งเป็นมรดกแห่งอันดามันอย่างแท้จริงโดยดินแดนมหัศจรรย์ของกระบี่นี้กระตุ้นให้เกิดการสำรวจการผจญภัย รายการตีความทางศิลปะรวมทั้งการเดินทางอย่างสร้างสรรค์

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ

          ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดผยว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์กระบี่ และเพื่อเตรียมความพร้อมและนำร่องการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018โดยเป็นร่วมมือระหว่างศิลปินในสาขาวรรณศิลป์ และสาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน สร้างการรับรู้ สร้างความเคลื่อนไหวและความตื่นตัวให้แก่คนในจังหวัดกระบี่ ศิลปิน และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมต่างๆ

โดยโครงการนี้ได้นำนักเขียนและช่างภาพมาลงพื้นที่จริง เพื่อที่จะเขียนได้เขียนจากบรรยากาศจริง  สถานที่จริง และได้เห็นศิลปะ วัฒนธรรม หรือวัตถุโบราณต่างๆของกระบี่ เพื่อสนับสนุนการเขียน และการถ่ายทอดเรื่องราวของกระบี่ผ่านปลายปากกา และภาพถ่าย ออกมาในรูปแบบต่างๆ

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

นักเขียน

อีกทั้งยังได้เปิดโอกาสให้น้องๆหรือผู้ที่สนใจในด้านการเขียน เข้าร่วมโครงการ “บ่มเพาะนักเขียน” โดยมี 5แขนงดังนี้ เรื่องสั้น,วรรณกรรม,กวี,กวีนิพนธ์ และนิยาย ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าได้เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการประสัมพันธ์เมืองกระบี่ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่านช่องทางที่แตกต่างกันออกไป และยังมีโครงการ “ภาพเล่าเรื่องเมืองกระบี่” โดยช่างภาพได้ถ่ายภาพเมืองกระบี่ และนำไปใช้ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกด้วย

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

สุชานาถ บูรณสันติกูล

          สุชานาถ บูรณสันติกูล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะนักเขียนเรื่องสั้น กล่าวว่าได้สมัครเข้าร่วมโครงนี้และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์เมืองกระบี่ให้คนได้รับรู้ผ่านเรื่องสั้นนำเสนอเรื่องราวของวัฒนธรรม ศิลปะเมืองกระบี่

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ไพฑูรย์ ล่องเป็ง

          ไพฑูรย์ ล่องเป็ง ผู้จัดการหอการค้าจังวัดกระบี่ หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ “ ภาพเล่าเรื่องเมืองกระบี่ ” กล่าวว่า ภาพแต่ละภาพเล่าเรื่องราวของกระบี่ได้มากมาย และอยากถ่ายทอดภาพเมืองกระบี่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม กระบี่มีวัฒนธรรมต่างๆ และวัตถุโบราณมากมาย นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม และพร้อมจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ท่าปอมคลองสอง

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่เกิดความเข้าใจเกิดความภูมิใจ ในความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม และเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมต่อการพัฒนากระบี่ให้เป็นเมืองศิลปะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและแหล่งเรียนรู้

สธ.สำรองยา 4 แสนชุด ช่วยน้ำท่วม !!

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288550

สธ.สำรองยา 4 แสนชุด ช่วยน้ำท่วม !!

สำรองยา, 4แสนชุด, น้ำท่วม, สธสำรองยา, แสนชุด, ช่วยน้ำท่วม, นพปิยะสกล

สธ.กำชับสถานบริการ 28 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก!! พร้อมรับมือพายุฤดูร้อน  “นพ.ปิยะสกล”เผย สธ.ได้สำรองยาชุด เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมในส่วนกลาง 4 แสนชุด

          เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2560-กระทรวงสาธารณสุข กำชับสถานบริการ28จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน มีแผนป้องกันน้ำท่วมและแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน สำรวจความมั่นคงสิ่งก่อสร้าง ขนย้ายอุปกรณ์ สิ่งของสำคัญไว้ที่ปลอดภัย เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่/ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หากบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร.สายด่วน1669

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่งและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะใน 28 จังหวัด ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ให้ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

          “พร้อมดำเนินการ ดังนี้1.ป้องกันความเสียหายต่ออาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ไม่ให้อุดตัน ขนย้ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย สำรวจความแข็งแรงสิ่งก่อสร้าง ป้ายประกาศ ไฟส่องสว่าง ตัดแต่งต้นไม้ รื้อถอนสิ่งที่เป็นอันตรายหรือซ่อมแซมให้ปลอดภัย”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล  กล่าว

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล   กล่าวต่อว่า 2.สำรองทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อการจัดบริการประชาชน เช่น ยา-เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมัน ออกซิเจน อาหาร เป็นต้น3.สำรวจผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดินทางมาสถานบริการได้ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ4.เตรียมแผนประคองกิจการ ปรับพื้นที่ให้บริการ กรณีไม่สามารถเปิดบริการได้ และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งประสานโรงพยาบาลข้างเคียงร่วมจัดบริการนอกสถานที่

          “ทั้งนี้ ได้สำรองยาชุดช่วยเหลือน้ำท่วมในส่วนกลาง400,000ชุดพร้อมสนับสนุนพื้นที่ได้ทันที เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงเข้าใกล้สิ่งก่อสร้างที่อาจเป็นอันตรายขณะเกิดพายุลมแรง เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทรขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ได้ที่ สายด่วน1669 ตลอด 24 ชั่วโมง”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล

“นพ.บรรจง” นั่งอธิการบดีมม.

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288542

“นพ.บรรจง” นั่งอธิการบดีมม.

มม, นพบรรจง, นั่งอธิการบดีมม

เห็นชอบ “นพ.บรรจง  มไหสวริยะ รักษาการแทนรองอธิการบดีมม. ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมม.แทน ศ.นพ.อุดม  คชินทร ที่ขอลาออกจากตำแหน่ง 1 ส.ค.นี้

         เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นพ.โชคชัย เมธีไตรรัตน์   รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า การประชุมสภามม.ที่มี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นายกสภามม. เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้  มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ที่มีนพ.ประเวศ วะสี  กรรมการสภามม. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน เสนอให้ นพ.บรรจง  มไหสวริยะ รักษาการแทนรองอธิการบดีมม. ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมม.แทน ศ.นพ.อุดม  คชินทร  อธิการบดีมม. ซึ่งขอลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมม.  ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม  โดยจากนี้สภามม. จะเสนอรายชื่อผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งอธิการบดีมม. ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตรวจสอบคุณสมบัติ  ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้นพ.บรรจง รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมม. ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป จนกว่า จะมีพระบรมราชโองการโปรดแกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี เพื่อให้การบริหารงานในมม. เป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

“การสรรหาอธิการบดีมม. ครั้งนี้ มีผู้ตอบรับการสรรหาเป็นอธิการบดีทั้งหมด 4 ราย  โดยคณะกรรมกาสรรหาฯ ได้เปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ คนละ 1 ชั่วโมง ก่อนพิจารณาราชชื่อผู้เหมาะสม เสนอให้สภามมฯพิจารณา เมื่อวันที่19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอรายชื่อนพ.บรรจง ให้สภามม. พิจารณาเพียงรายชื่อเดียว  ซึ่งสภามม.ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่ คณะกรรมการสรรหาฯเสนอ  เนื่องจากเห็นว่า นพ.บรรจง มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งงานด้านวิชาการ บริหารและเป็นที่ยอมรับของสังคม มั่นใจว่าจะสามารถบริหารงานงานมม. ให้พัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง  เพราะเป็นรองอธิการบดีในทีมบริหารเดิม จึงมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำงานเป็นอย่างดี”นพ.โชคชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่นพ.บรรจง  เป็นหนึ่งใน 13 รองอธิการบดีที่ลาออก เพราะไม่ต้องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 นั้น  ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะในขณะที่ระเบียบดังกล่าวอย่างกระชั้นชิด ทำให้รองอธิการบดีในขณะนั้นเตรียมตัวไม่ทัน  แต่เมื่อคิดว่ามีความพร้อมก็สามารถกลับมาได้ และคนที่จะเข้ามาเป็นรองอธิการบดีชุดใหม่ ก็จะต้องปฏิบัติตามกติกาใหม่ ซึ่งหากรองอธิการบดีที่ลาออกไปยอมรับกติกาใหม่ได้ ก็สามารถกลับเข้ามาทำงานได้เช่นกัน

ครั้งแรกพระรามเดินดง-จองถนน” โชว์ ปรัมบานัน ยอกยาการ์ตาร์

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288425

ครั้งแรกพระรามเดินดง-จองถนน” โชว์ ปรัมบานัน ยอกยาการ์ตาร์

วีระ, รามายณะ, โขน, ออสเตรเลีย, โชว์, ปรัมบานัน, ยอกยาการ์ตาร์, พระรามเดินดง-จองถนน

กระชับความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย รมว.วธ.นำทีมแสดงรามายณะร่วมกันเป็นครั้งแรก ตอน “พระรามเดินดง-จองถนน” ที่ ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตาร์

      เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60- ถือเป็นครั้งแรกที่จะจัดแสดงรามายณะ ที่นักแสดงของไทยและอินโดนีเซียแสดงร่วมกัน เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า การนำมิติทางด้านวัฒนธรรมสร้างสัมพันธ์ที่ดี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ นำภาพลักษณ์ไทยสู่สากล เป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ใช้ดำเนินงาน ตลอดจนสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมตามกรอบความร่วมมือของประชาคมอาเซียน

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว วธ. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา กระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชนต่างๆ ของไทย ร่วมกับกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ร่วมกันจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 20 – 23 กรกฎาคม 2560 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยจัดแสดงรามายณะร่วมไทย-อินโดนีเซีย ณ เวทีการแสดงกลางแจ้ง  ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมการแสดงรามายณะร่วมไทย-อินโดนีเซีย มีทั้งหมด 11 ตอน โดยประเทศไทยจะทำการแสดง มีจำนวน 3 ตอน ได้แก่ 1.พาลีและสุครีพ 2.ศึกกรุงลงกา-กองทัพวานรปะทะกองทัพยักษ์ และ3.ศึกทศกัณฑ์ ส่วนประเทศอินโดนีเซียจะทำการแสดงมีจำนวน 6 ตอนประกอบด้วย 1.พิธียกศร   2.หนุมานถวายตัว  3.นางสีดาในกรุงลงกา 4.เผากรุงลงกา 5.ศึกกุมภกรรณ และ6.นางสีดาลุยไฟ  ที่สำคัญ นักแสดงของไทยและอินโดนีเซียจะได้แสดงรามายณะร่วมกันเป็นครั้งแรก ในตอน พระรามเดินดงและตอนจองถนน

นายวีระ กล่าวด้วยว่า การแสดงโขน เป็นมรดกร่วมทางวัฒนธรรมในแถบอาเซียน ซึ่งศิลปะการแสดงชั้นสูง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์หรือรามายณะ ซึ่งเป็นวรรณกรรมของอินเดียที่แพร่หลายเข้ามาในแถบประเทศตะวันออกเฉียงใต้ และรับมาสืบทอดตามวิถีชีวิตและความเชื่อของแต่ประเทศ

ซึ่งเป็นการนำความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมมาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยการจัดกิจกรรมการแสดงโขนในครั้งนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับอินโดนีเซียให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์และรักษามรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน  อีกทั้งทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

นอกจากนี้ โอกาสนึ้จะได้หารือกับนายมูฮัดญีร์เอฟเฟนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย ในเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและบุคลากรด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์  แลัจะมีการมอบโล่ให้แก่บุคคล หน่วยงานที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมอีกด้วย

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288248

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

เคมีโอลิมปิก, สสวท, สสวท, สอวน

จบไปแล้วกับการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 49 พ.ศ. 2560  ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน

       กระทรวงศึกษาธิการ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและการพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ อาจารย์ บุคลากร นักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 – 15 กรกฎาคม 2560 เนื่องในวาระสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้ทรงเป็น “เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์” ของชาวไทย เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษา 60 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถ ด้านงานวิจัยในฐานะศาสตราจารย์ด้านเคมีและพิษวิทยา จนได้รับการถวายรางวัลต่าง ๆ ในระดับนานาชาติ รวมถึงเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและมาตรฐานของประเทศไทย

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกครั้งที่ 49 โดยการแข่งขันครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 297 คน จาก 76 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน และในวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน

 ผู้แทนประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน จากการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ นายปภาภัทร์  ดิสนีเวทย์  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง นาย  วริศ  จันทรานุวัฒน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม  เหรียญทอง  นางสาวอภิสรา  กวียานันท์   โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร  เหรียญเงิน  และนายบวรทัต  บุญรักษ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม   เหรียญเงิน

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายวริศ จันทรานุวัฒน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม  เหรียญทอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากครับได้ที่เหรียญทอง เพราะที่ผ่านมาได้ทุ่มเทกับการฝึกทบทวนเพื่อการแข่งขันครั้งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งตอนแข่งขันหลังจากที่เห็นข้อสอบตื่นเต้นมาก แต่ก็หายใจลึกๆ  เพื่อรีบทำข้อสอบให้เสร็จครับ

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายปภาภัทร์ ดิสนีเวทย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง กล่าวว่า วินาทีที่ประกาศว่าผมได้เหรียญทอง รู้สึกภาคภูมิใจ มีความสุขมากๆเลยครับ ซึ่งตอนที่เข้าห้องสอบเราเริ่มจากการพลิกดูข้อสอบทั่วๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้างก่อนที่จะลงมือทำ

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นางสาวอภิสรา กวียานันท์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร เหรียญเงิน กล่าวว่า มีความรู้สึกดีใจ โล่งใจ หายเครียดเลยค่ะ หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ และตอนที่เข้าห้องสอบ เปิดข้อสอบเราก็ลุ้นว่าข้อสอบจะตรงกับที่เราเตรียมตัวมาไหม

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายบวรทัต บุญรักษ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ แต่พอได้แล้วกลับรู้สึกดีใจมากๆ เลยครับ และตอนที่เข้าห้องสอบไปครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกของผม  ไม่เคยแข่งระดับนานาชาติแบบนี้มาก่อน แต่ก็ตั้งสติบอกตัวเองว่าทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

การแข่งขันครั้งนี้มีข้อสอบภาคปฏิบัติ  2 ข้อ และภาคทฤษฎี 11 ข้อ จากผลการแข่งขันครั้งนี้ พบว่า ผู้ได้รับรางวัลคะแนนสูงสุดภาคทฤษฎี คือ Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย  รางวัลคะแนนสูงสุดภาคปฏิบัติ คือ Ilija Srpak  นักเรียนจากประเทศโครเอเชีย และอันดับสอง Miss Yuan-Chen Yeh  ประเทศจีนไทเป  และผู้ได้รับรางวัลคะแนนรวมสูงสุด คือ  Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย อันดับสอง Miss Yuan-Chen Yeh  ประเทศจีนไทเป และอันดับสาม  Mr. Amirabbas Kazeminia ประเทศอิหร่าน

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวทิ้งท้ายว่า การแข่งขันมีทั้งการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เห็นความงามและความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0  อีกด้วย  นอกจากนั้นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระดับนานาชาติครั้งนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถ และได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันเชิงวิชาการในเวทีระดับโลก  ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้เป็นทุนการศึกษาแก่ผู้แทนประเทศไทยทุกคน เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาที่เป็นผู้แทนประเทศไทย ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอกอีกด้วย

เช็คร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288376

เช็คร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง

นักวิ่ง, ชีวิตของข้า เพื่อป่าของไทย, สพฉ, warming up and down

เลขา สพฉ.แนะนักวิ่งตรวจสภาพร่างกายตนเองให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย หลังพบป่วยฉุกเฉินจากอาการหัวใจหยุดเต้นจากการแข่งวิ่งหลายราย ล่าสุดชายอายุ 54 ปีหมดสติแต่ช่วยทัน

       กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิป พร้อมระบุข้อความ “นาทีชีวิต ทีมกู้ภัยและหมอล็อตช่วยกันทำ CPR” เพื่อช่วยเหลือชายคนหนึ่งซึ่งที่หมดสติและไม่หายใจ ในจุดเข้าเส้นชัย ขณะวิ่งมาราธอน โครงการเพื่อผู้พิทักษ์ปี 3 “ชีวิตของข้า เพื่อป่าของไทย”ระยะทาง10 กิโลเมตร ภายในสวนหลวง ร.9โดยชายคนดังกล่าวที่หมดสตินั้นทราบชื่อต่อมาคือ นายสรรเสริญ อ่อนน้อม อายุ 54 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด โดยขณะนี้นายสรรเสริญ อยู่ระหว่างพักฟื้นจากการสวนหัวใจเนื่องจากตรวจพบเส้นเลือดหัวใจตีบ และอาการดีขึ้นตามลำดับ

พร้อมกันนี้ นายสรรเสริญ ได้กล่าวขอบคุณ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อตและแพทย์หญิง ณิชยา วัฒนกำธรกุล  หรือ หมอฝน แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ และทีมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ช่วยชีวิตไว้ในวันนั้นด้วย พร้อมระบุว่า ตนนั้นเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ถ้าไม่ได้ทีมแพทย์ ทำการช่วยเหลือด้วยวิธีการ CPR ตนคงเสียชีวิตไปแล้ว เพราะหลังจากตนล้มหมดสติ หัวใจได้หยุดเต้น

ด้าน ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  ได้แนะวิธีการออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า  ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จะมีสมรรถนะของร่างกายลดลง เพราะจะมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และการบีบตัวให้เลือดออกจากหัวใจแต่ละครั้งได้ปริมาณน้อยลง ทำให้ปริมาณเลือดที่หัวใจส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง เป็นผลให้ปริมาณออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายนำไปใช้ลดลงด้วย

พร้อมชี้ว่า โดยพื้นฐาน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะออกกำลังกายได้คล้ายๆ กับในคนปกติ เพียงแต่ควรจะเน้นไปที่การออกกำลังกายในระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ และว่ายน้ำ ส่วนกีฬาที่แนะนำ ได้แก่ ปิงปอง เทนนิสคู่ กอล์ฟ เป็นต้น

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ  กล่าวว่า ก่อนออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาใดๆ ผู้ป่วยทุกคนควรปรึกษาแพทย์ และควรออกกำลังแต่พอเหมาะ ช่วงที่เริ่มออกกำลังกายระยะแรก ควรซ้อมเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อน และหยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก หลังจากที่เริ่มเคยชินก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาของการออกกำลังกาย จนสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป และทำเป็นประจำทุกวันที่สำคัญต้องไม่ลืมเตรียมร่างกาย (warming up and down) ก่อน และหลังการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และควรทำทุกครั้ง

“สำหรับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีภาวะอ้วน ไม่เคยออกกำลังกายหรือเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังอาทิ  ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ ท่านต้องปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย  และก่อนที่จะทำการวิ่งก็จะต้องมีการ Warmup ร่างกายอย่างเพียงพอ ไม่ใช่มาถึงก็โหมวิ่งเลยทันที และที่สำคัญต้องฟังสัญญาณร่างกายของตนเองเพราะหากร่างกายรู้สึกไม่ไหวจะฟ้องเราออกมาทันทีอาทิหากในระหว่างวิ่งมีอาการหน้ามืด เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายให้หยุดวิ่งและรีบปรึกษาแพทย์ทันที”เลขาธิการ สพฉ. กล่าว

ด้าน นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อต ที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือนายสรรเสริญที่หมดสติในงานวิ่งครั้งนี้ กล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนั้น ตนเข้าไปร่วมในการวิ่งมาราธอนด้วย ระหว่างวิ่ง มีเสียงประกาศตามสายว่า ใครเป็นหมอบ้าง ให้มาช่วยทำCPR เนื่องจากมีคนล้มหมดสติบริเวณก่อนถึงเส้นชัยไม่กี่เมตร  ด้วยความเป็นหมอที่เคยร่ำเรียนมา จึงเดินเข้าที่เกิดเหตุ และช่วยทำ CPR ให้ โดยทำการจับ ชีพจร ปั๊มหัวใจ และเตรียมที่จะผายปอดเพื่อทำการกระตุ้น ซึ่งระหว่างนี้รถพยาบาลฉุกเฉิน ก็มาถึงที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที และก็โชคดีที่ลุงคนนี้ก็รู้สึกตัวในที่สุด

“แต่เรื่องนี้ผมไม่อยากให้มองว่า เป็นเรื่องโชคดี ดวงหรือโชคชะตา แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อม อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทีมงาน หน่วยกู้ภัย ทีมแพทย์ที่อยู่ในสนาม ซึ่งทุกคนน่ารักมาก มีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี  และเรื่องนี้ผมไม่อยากให้มองว่า ผมเป็นฮีโร่ หรือมาเชิดชูอะไรในตัวผม แต่ผมทำตามหน้าที่ในความเป็นหมอ ตามหลักมนุษยธรรมที่ต้องการเชื่อเหลือเพื่อนมนุษย์”หมอล็อต กล่าวและว่าการเรียนรู้เรื่องการ CPR เป็นสิ่งที่ดีเพราะประชาชนทั่วไปก็สามารถฝึกในการทำ CPR ด้วยตนเองได้ เพราะหากเราสามารถทำการ CPR เป็นเราก็จะสามารถช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินคนอื่นๆ ได้

“น้ำตาลจาก” สร้างอาชีพชาวตรัง

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288041

“น้ำตาลจาก” สร้างอาชีพชาวตรัง

มรดกภูมิปัญญา, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, กศนกันตรัง, น้ำตาลจาก, สร้างอาชีพชาวตรัง, การทำน้ำตาลจาก, OTOP

มรดกทางภูมิปัญญา สู่การประกอบอาชีพ “น้ำตาลจาก” ของชุมชนปากแม่น้ำตรัง

      จากเป็นพืชจำพวกปาล์ม โดยมีการจัดอยู่ที่ในวงศ์ย่อย Nypoideae ซึ่งเป็นปาล์มเพียงชนิดเดียวที่เป็นพืชในป่าชายเลน และมีลำต้นอยู่ใต้ดิน นับเป็นพืชเก่าแก่มากชนิดหนึ่ง พบมากในบริเวณน้ำจืด และน้ำกร่อย ที่มีน้ำเค็มขึ้นถึง มักจะขึ้นเป็นดงขนาดใหญ่ เรียกว่า ป่าจาก หรือดงจาก

"น้ำตาลจาก" สร้างอาชีพชาวตรัง

ต้นจากสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนเลยก็ว่าได้ เช่น ยอดจาก สามารถนำมาลอกใบอ่อนเป็นมวนยาสูบ ทางจากหรือพงจากสามารถนำมาทำเป็นกระดาษเยื่อจากมีลักษณะเหมือนกับกกระดาษสา ใบจากสามารถนำมาเย็บเป็นตับนำมามุงหลังคา และสามรถนำมาห่อแป้งที่ผสมกับมะพร้าวก็จะเป็นขนมจาก ก้านจากก็สามรถนำมาจักสานเป็นภาชนะต่างได้อย่างสวยงามทนทาน ผลอ่อนของจากก็สามารถนำมาลอกแก้วได้รสที่ หอมหวาน

"น้ำตาลจาก" สร้างอาชีพชาวตรัง

น้ำตาลจาก

สำคัญที่สุด คือการทำน้ำตาลจาก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่สืบทอดกันมากว่า 4 ชั่วอายุคน นายสมบูรณ์ ผลิผล อายุ 68 ปี ชาวบ้านโต๊ะเมือง ตำบลบางหมาก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง กล่าว่า ตนเอง ได้เรียนรู้การทำน้ำตาลจาก มาจากปู่และพ่อ โดยตนเริ่มทำน้ำตาลจากเป็นตั้งแต่ อายุ 17 ปี ตอนแรกๆของการทำน้ำตาลจากเพื่อนำมาใช้บริโภคแทนน้ำตาลทรายในการปรุงอาหารทั้งคาวหวาน ผ่านมากว่า50 ปี ตนเองก็เกรงว่าการทำน้ำตาลจากจะสูญหายเพราะเด็กยุคใหม่ไม่สนใจทำน้ำตายจากแล้ว เลยปรึกษากับ นางสาวกาญจนา รุ่งเมือง ครูอาสาสมัครนอกโรงเรียน กศน.อำเภอกันตัง เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ สืบทอดการทำน้ำตาลจาก

"น้ำตาลจาก" สร้างอาชีพชาวตรัง

นายสมบูรณ์ ผลิผล

ด้านนางสาวกาญจนา กล่าวว่า ตามที่คุณลุง สมบูรณ์ ผลิผลได้มาปรึกษาหาแนวทางในการอนุรักษ์ สืบทอดการทำน้ำตาลจาก ตนได้หารือกับทางนายวิเชียร จันทน์ฝาก ผอ. กศน.อำเภอกันตัง โดยมีการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น “การทำน้ำตาลจาก” จำนวน 40 ชั่วโมง โดยมีการรวมกลุ่มชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพจากต้นจาก กว่า 30 คน เพื่อมาเรียนรู้การทำน้ำตาลจากเป็นผลสำเร็จ สามารถสร้างเป็นสินค้าของชุมชนได้หลายอย่าง ทั้งน้ำตาลจากสด น้ำตาลจากเข้มข้น น้ำส้มจาก ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นจำนวนมาก จนผลิตแทบไม่ทัน

"น้ำตาลจาก" สร้างอาชีพชาวตรัง

ด้านนายนิโรจน์ มุสิกธรรม พัฒนาการอำเภอกันตัง กล่าวเสริมว่าตอนนี้ทาง สำนักงานพัฒนาชุมชนได้เข้ามาส่งเสริม ต่อยอดกลุ่มที่ทาง กศน. ได้สอนการทำน้ำตาลจาก ด้วยการมีการให้สมาชิกกลุ่มได้มีการคิด วางแผน การเขียนโครงการรองรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานสินค้าชุมชน (OTOP) ต่อไป  ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างต้นจาก มาประกอบสัมมาอาชีพ หล่อเลี้ยงครอบครัวและคนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และยั่งยืน

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

Published December 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288124

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

able, This, คนพิการ, แอปพลิเคชั่น, มารู้จัก, This is able, สจล, กสทช, มุมล่างขาว, ตรงกลาง, มุมล่างซ้าย, ไม่มีลวดลาย, มีลวดลาย, 28 พฤษภาคม 2560, ปุ่มมุมซ้ายล่าง, ซ้ายล่าง, ซ้ายกลาง, ซ้ายบน, กดพูด, The Gifted of The Gifted, ปวช, ปวส

วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พัฒนาแอปฯ “This is able” ในมือถือ ช่วยผู้พิการทางการได้ยิน การมองเห็น การสื่อความหมาย ผ่าน6ฟังก์ชั่น

        ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่เฉพาะสำหรับคนปกติทั่วไปเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์ในติดต่อสื่อสารและติดตามข่าวสาร สำหรับผู้พิการเองสมาร์ทโฟนก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกการดำเนินชีวิตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าพัฒนาไปไกล ได้ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถอัพเกรดฟังก์ชั่นและความสามารถของสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น “This is able” ขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางการได้ยิน การมองเห็น และการพูดหรือสื่อความหมาย ให้สามารถสื่อสารได้ง่ายและตรงความหมายมากขึ้น

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

ในภาพรวมช่วยให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยล่าสุดผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคลทั่วไป จากโครงการประกวดแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางการเห็น การได้ยิน หรือสื่อความหมาย โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาครอง

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

ผศ.ดร.เกษมสุข เสพศิริสุข

ผศ.ดร.เกษมสุข เสพศิริสุข อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “This is able” ร่วมกับอาจารย์อรรถศาสตร์ นาคเทวัญ เปิดเผยว่าแอพพลิเคชั่นนี้พัฒนาบนระบบแอนดรอย์ด้วยภาษาจาวา มีการใช้ภาพร่วมกับข้อความสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ใช้ไอคอนต่างๆ สำหรับผู้พิการทางการสื่อความหมาย และใช้ Talkback เพื่อออกเสียงเมื่อกดปุ่มต่างๆ สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยความสามารถของแอพพลิเคชั่นแบ่งออกเป็น 6 โปรแกรมย่อย

โดยรูปแบบการทำงานแต่ละโปรแกรมจะถูกแยกออกเป็น 6 ไอคอน แบ่งเป็น 3 แถวจากบนลงล่าง แถวละ 2 ไอคอนซ้ายและขวา ดังนี้ 1. บนซ้าย – โปรแกรมบอกสีและลวดลาย 2. กลางซ้าย –  โปรแกรมอ่านวันหมดอายุ  3. ล่างซ้าย – โปรแกรมอ่านเอกสาร 4. บนขวา – โปรแกรมแผนที่และการระบุตำแหน่งรอบตัว 5. กลางขวา – โปรแกรมล่ามสื่อสาร และ 6. ล่างขวา – โปรแกรมเซนเซอร์เฝ้าระวังบ้าน

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

เมื่อผู้ใช้งานกดปุ่มไอคอนต่างๆ โปรแกรมจะเริ่มทำงาน โดยกดครั้งแรกจะมีเสียงบอกและกดครั้งที่สองโปรแกรมถึงเริ่มทำงานจริง จากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าจอการทำงานแต่ละโปรแกรมเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและใช้งาน จึงได้ออกแบบให้ทุกโปรแกรมจัดวางตำแหน่งไอคอนเหมือนกัน คือ “มุมล่างขาว” เป็นปุ่มช่วยเหลือและสอนวิธีการใช้งาน “ตรงกลาง” เป็นปุ่มโฮมกลับไปยังหน้าหลัก “มุมล่างซ้าย” เป็นปุ่มสั่งงานต่างๆ เพื่อให้ใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก

ผศ.ดร.เกษมสุข อธิบายต่อว่าโปรแกรมทั้ง 6 ในแอพพลิเคชั่น ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้พิการต้องพบเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก โดยแต่ละโปรแกรมมีรูปแบบการทำงาน ดังนี้

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

1. โปรแกรมอ่านค่าสี ใช้งานด้วยการแตะหน้าจอถ้าเป็นสีพื้นจะออกเสียง “ไม่มีลวดลาย” ตามด้วยสีของวัตถุนั้นๆ แต่ถ้าเป็นสิ่งของมีลวดลายจะออกเสียง “มีลวดลาย” ตามด้วยสีของลวดลายบนวัตถุนั้นๆ แต่โปรแกรมจะจับค่าสีหลักที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของวัตถุไม่เกิน 3 สี ประโยชน์ของโปรแกรมนี้จะช่วยให้ผู้พิการทางสายตา ได้ทราบถึงสีและลวดลายของวัตถุสิ่งของโดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เพื่อให้สะดวกต่อการสวมใส่ให้เหมาะสมกับงานหรือวัฒนธรรมประเพณี

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

2. โปรแกรมอ่านวันหมดอายุ ใช้งานด้วยการส่องกล้องที่ฉลากสินค้าเมื่อพบข้อความ EXP. 28.05.60 จะออกเสียง “28 พฤษภาคม 2560” หรือเมื่อพบข้อความ BBF.  20/05/2017 จะออกเสียง “ยี่สิบ ศูนย์ห้า สองพันสิบเจ็ด” สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบวันที่ 6 และ 8 ตัวอักษร ประโยชน์ของโปรแกรมนี้จะช่วยออกเสียงบอกวันหมดอายุของสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหาร โดยกล้องจะพยายามหาตัวย่อของวันหมดอายุ เช่น EXP – Expire date หรือ BBF – Best ผู้ใช้งานอาจต้องรอให้กล้องปรับโฟกัสอัตโนมัติระหว่างอ่านค่า

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

3. โปรแกรมอ่านเอกสาร ใช้งานโดยการกด “ปุ่มมุมซ้ายล่าง” เพื่อเปิดโปรแกรมถ่ายรูปของสมาร์ทโฟน จากนั้นให้กดที่ชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพแล้วกดยืนยัน โปรแกรมจะส่งภาพไปคำนวณที่เซอร์เวอร์ เมื่อได้ผลกลับมาจะอ่านออกเสียงให้ผู้ใช้งานฟัง หากต้องการฟังซ้ำให้กดปุ่มอ่านอีกครั้ง ประโยชน์ของโปรแกรมนี้นอกจากช่วยให้ผู้พิการ ได้เข้าใจตัวอักษรและข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ฉลากยา สินค้า จดหมาย และหนังสือแล้ว ขณะเดียวกันยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออกด้วย

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

4. โปรแกรมแผนที่และการระบุตำแหน่งรอบตัว ใช้งานผ่านปุ่มสั่งงาน 3 ปุ่มด้านซ้ายเรียงจากล่างขึ้นบน ดังนี้ “ซ้ายล่าง” คือที่อยู่ของฉัน เมื่อกดจะออกเสียงตามตำแหน่งที่ผู้ใช้งานอยู่ เช่น “65 ซอยร่มเกล้า 25 แขวงลาดกระบัง “ซ้ายกลาง” คือที่ตั้งร้านค้า เมื่อกดจะออกเสียงบอกที่ตั้งร้านสะดวกซื้อในรัศมี 1 กม. และ “ซ้ายบน” คือที่ตั้งโรงพยาบาล เมื่อกดจะออกเสียงที่ตั้งโรงพยาบาลในรัศมี1 กม. ประโยชน์ของโปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบถึงตำแหน่งปัจจุบันของตนเองแล้ว ยังช่วยให้ทราบถึงทิศทางและที่ตั้งของร้านค้าและโรงพยาบาลช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ โดยขณะที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาให้โปรแกรมสามารถนำทางด้วยเสียง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการนำทางขึ้นไปอีกระดับ

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

5. โปรแกรมล่ามสื่อสาร ใช้งานโดยการกดปุ่มเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ NetPie ซึ่งเป็น Cloud Platform ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ เมื่อพร้อมใช้งานจะออกเสียง “เชื่อมต่อ NetPie แล้ว จากนั้นผู้ใช้งานกดปุ่ม “กดพูด” เพื่อเริ่มต้นการสนทนา เมื่อพูดแล้วโปรแกรมจะส่งข้อความไปยังห้องสนทนา ในทางกลับกันเมื่อคนอื่นส่งข้อความมาโปรแกรมจะออกเสียงให้ฟัง ประโยชน์ของโปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้พิการทางสายตา การได้ยิน และคนทั่วไปสื่อสารถึงกันได้สะดวกขึ้น โดยแปลงข้อความจากเสียงเป็นอักษรและจากอักษรเป็นเสียง

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

6. โปรแกรมเซนเซอร์เฝ้าระวังบ้าน ใช้งานโดยทำงานร่วมกับชุดเซนเซอร์ IoT เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในบ้าน เช่น เซนเซอร์อุณหภูมิเฝ้าระวังไฟไหม้ เซนเซอร์แสงตรวจสอบการเปิดปิดหลอดไฟ เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวใช้จับการเคลื่อนไหวของคน โดยเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นภายในบ้าน ที่ตรงกับเงื่อนไขการตั้งค่าจะมีเสียงเตือนที่อุปกรณ์ เช่น “แสง 196 อุณหภูมิ 23 องศา คนเคลื่อนไหวไม่มี” เป็นต้น

“จุดประสงค์ที่ได้ร่วมกับอาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พัฒนาแอพพลิเคชั่น This is able ขึ้นมา เนื่องจากเล็งเห็นว่าทุกวันนี้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่คนมีติดตัว จึงเป็นการดีหากสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ดึงศักยภาพต่างๆ ของสมาร์ทโฟน เพื่อตอบสนองหรืออำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตประจำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้พิการซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ซึ่งในภาพรวมนอกจากช่วยให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างภาคภูมิ ยังช่วยให้สื่อสารอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุขด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สำหรับแผนการพัฒนาต่อยอดในอนาคตนั้น ขณะนี้อยู่ระว่างการพัฒนารูปแบบการทำงานแต่ละโปรแกรม ให้สามารถทำงานเสถียรและใช้งานได้ง่ายขึ้น” ผศ.ดร.เกษมสุข กล่าว

มารู้จัก แอปฯเพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสริมว่า การให้ความสำคัญกับผู้พิการผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของ สจล. โดยที่ผ่านมาได้ผลักดันในคณาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชาและคณะต่างๆ สร้างสรรค์ผลงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้พิการทุกรูปแบบ อาทิ คีย์บอร์ดเท้าสำหรับคนพิการ ห้องสมุดเสียง หนังสืออักษรเบลล์ รถวีลแชร์แบบปรับยืนได้

ซึ่งนอกจากผลงานของสาขาวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์แล้ว ในสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ คอมพิวเตอร์ ก็ได้มีการพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้พิการอย่างต่อเนื่อง หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ก็เน้นให้นักศึกษาเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญในการออกแบบ เพื่อรองรับหรืออำนวยโดยเฉพาะทางขึ้นอาคารและห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้พิการ ผ่านการผลักดันการจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุแห่งอาเซียน” ขึ้นในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับการสรรค์สร้างนวัตกรรมไอเดียใหม่ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมหรือปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในตัวอาคาร ระบบขนส่งมวลชน และการเข้าถึงบริการสาธารณะทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 สจล. ยังได้ผลักดันแนวคิด “The Gifted of The Gifted” สร้างโอกาสแห่งการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางการศึกษาให้กับนักเรียนผู้พิการ โดยนำร่องร่วมมือกับมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) และคนพิการทั่วไปภายใต้มูลนิธิฯ ที่มีผลการเรียนดีอยู่ในเกณฑ์ที่ สจล.กำหนด เข้าศึกษาต่อในคณะหรือวิทยาลัยต่างๆ ของทางสถาบัน พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการศึกษาให้กับครู อาจารย์ และบุคลากร ภายใต้มูลนิธิฯ ผ่านการอบรม และสัมมนาเชิงวิชาการ ตลอดจนพัฒนางานวิจัยเชิงปฏิบัติการและนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อเป็นการเติมเต็มวัฏจักรแห่งการเรียนรู้และประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้พิการด้วย

นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์  02-329-8111 หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th

%d bloggers like this: