คนจริงกลัวที่ไหน ‘กรณ์’ กับเส้นทางสายใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 20, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/408342?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

คนจริงกลัวที่ไหน ‘กรณ์’ กับเส้นทางสายใหม่

4 มกราคม 2563 – 10:12 น.
นายกรณ์ จาติกวนิช,พรรคประชาธิปัตย์,ย้ายพรรค,คนในข่าว,ตั้งพรรคใหม่,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 12,148 ครั้ง

คอลัมน์ ‘คนในข่าว’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก คนจริงกลัวที่ไหน ‘กรณ์’ กับเส้นทางสายใหม่

***************************

“ข่าวลือจากไหน ต้นตอจากใคร”  เพลงนี้ กรณ์ จาติกวณิช น่าจะกำลังครวญอย่างชื่นมื่น ที่บอกว่าชื่นมื่นเห็นจะเพราะการมีตัวตนในวงข่าวสาร ย่อมแปลว่าเรตติ้งยังได้อยู่

อย่างไรก็ดีแม้ว่าช่วงหลังภาพของเขาในการเมืองจะดูดร็อปลงไปเยอะ หลังจากพ่ายแพ้ในสนามสำคัญที่สุดของตนเองอย่างศึกเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แต่เอาเข้าจริงๆ คนระดับกรณ์ ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว ยิ่งข่าวล่ามาแรงล่าสุดท่วงทำนองว่าเขาอาจแยกวงไปตั้งพรรคใหม่ มันอาจเป็นอะไรที่เร้าใจยิ่งสำหรับแฟนคลับที่รักและเข้าใจ

หรืออาจไม่มีอะไรเลยก็แค่ข่าวลืออีกครั้ง…ก็คงต้องลองติดตามกันดู

ทางลือทางลม

อย่างที่บอกว่าช่วงหลังเราคนไทยไม่ค่อยได้เห็นบทบาทอดีตรัฐมนตรีคลังในยุครัฐบาลเดอะมาร์คในแง่มุมหนักๆ เท่าไหร่ อย่างน้อยก็ในพื้นที่ข่าวสารกระดานใหญ่รายวัน

หากแต่ที่จริงแล้วกรณ์ก็มีข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นทางเศรษกิจ การเงิน การคลัง ออกมาเรื่อยๆ เงียบๆ

ส่วนในพื้นที่ข่าวสารกระดานใหญ่ของกรณ์กลับเป็นมุมของข่าวลือโน่นนี่นั่น โดยเฉพาะที่พูดกันมากคือกรณ์คง “ไม่ไปต่อ” กับพรรคดั้งเดิมที่เขาแจ้งเกิดและเติบโต

กรณ์และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี  อดีต ส.ส.ปชป. ทีมเดียวกัน “ไปไหนไปกัน”

อย่างช่วงกันยายนปีที่แล้วกรณ์เจอข่าวร่วมกับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตั้งพรรคใหม่ แล้วส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นว่าผู้ราชการกรุงเทพมหานคร

วันนั้นเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่าตนเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และตราบใดที่ยังอยู่ในสถานะนี้จะทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่และยังไม่มีการตั้งพรรคการเมืองใหม่กับใคร

หลังจากนั้นเราก็ได้เห็นข่าวชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศพร้อมลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ภายใต้แนวคิด “สร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม” หรือ Better Bangkok

ก็เหมือนเป็นการยืนยันตามที่ฝ่ายกรณ์ระบุว่าไม่มีความรวมมือ ไม่มีตั้งพรรคใหม่ และไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งสิ้น!

แต่หลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่ากรณ์ผู้ซึ่งตอนประกาศตัวขอเป็นหัวหน้าพรรคสีฟ้านั้น มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยความที่ใกล้ชิดเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ชักชวนเข้าสู่เส้นทางการเมือง

เมื่ออกหักจากเก้าอี้ จะด้วยเกมการเมืองในพรรคหรืออะไรก็ตาม นี่จึงไม่ใช่แค่ความผิดหวัง แต่เรื่องราวยังหมายถึงที่อยู่ที่ยืนของกรณ์อีกด้วย

ถามว่ากรณ์ผู้ซึ่งพูดเองว่า “การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งส.ส.ไม่ถึงร้อยคน จึงอยากจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง” แต่ที่สุดเมื่อประชาธิปัตย์ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง คนแบบกรณ์จะทำยังไง ก็น่าคิด

ย้ายพรรคลงผู้ว่าฯ

ที่สุดข่าวลืองวดใหม่มาอีก เมื่อมีคนออกมาบอกว่ากรณ์นี่แหละคือหนึ่งในตัวเลือกที่ถ้าลงผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องมีลุ้น

คนที่พูดเสียงดังที่สุดคือ เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทของเดอะมาร์ค ที่ไลฟ์สด เป็นคลิปที่ระบุว่าแม้ชัชชาติจะถือเป็นตัวเต็ง แต่ถ้าถามว่าพรรคจะส่งใครสู้เพื่อให้เทียบเคียงได้บ้างนั้น ก็มีแต่ กรณ์ จาติกวณิช นี่แหละที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายประการ

วันนั้นเทพไทร่ายยาวมาหลายประการ เช่น ระบุว่าสิ่งที่เหนือกว่าชัชชาติ คือกรณ์สัมผัสประชาชนในฐานะเคยเป็นส.ส.กทม. มาเเล้ว และยังไต่เต้าจาก ส.ส. จนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ชัชชาติไต่เต้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากการไปเชิญมา

เทพไทยร่ายมายาว (ภายหลังคลิปดังกล่าวหายไป) แต่คนไทยไม่เห็นว่าคนที่ถูกอวยจะว่ากระไร นอกจากข่าวลือแรงอีกระลอกช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า กรณ์จะย้ายพรรคไปซบพรรคพลังประชารัฐ!

เรื่องนี้ทำเอาเจ้าตัวต้องออกมายืนยันว่า “ข่าวลือก็คือข่าวลือ” จากนั้นก็แสดงความคิดเห็นว่าข่าวที่ออกมาอาจเพราะ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีการขยายผลมาที่ตนเองมากกว่า

พร้อมยืนยันว่าถ้าจะทำอะไร ก็จะมีการหารือพรรคพวกในพรรคประชาธิปัตย์ก่อนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม พรรคไม่มีใครมาคุยเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กับตน

นี่จึงเป็นอีกข่าวลือที่ทำให้กรณ์ต้องกล่าววรรคทองที่ใช้ประจำอีกครั้งว่า “ผมยังทำหน้าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อยู่”

เก็บเกี่ยววงนอก

แน่ล่ะที่หน้าที่ส.ส.ของกรณ์ในพรรคคือการประชุมสภา แต่หน้าที่นักการเมือง คงไม่ได้มีแค่นั้น

เอาเข้าจริงๆ ภาพของกรณ์ไม่ได้คลุกคลีดราม่าสาดน้ำลายทางการเมืองมาพักใหญ่แล้ว แต่หากใครตามเฟซบุ๊ก ถ้าไม่นับการอวยพรปีใหม่ว่าขอให้ “คิดบวก” เราจะพบความเคลื่อนไหวของเจ้าตัวในเชิงสังคม ชุมชน และธุรกิจการเงินมาเรื่อยๆ เรียงๆ

ในเชิงสังคมและชุมชน ครั้งหนึ่งกรณ์ผันตัวไปเป็น “ชาวนาเฉพาะกิจ” ในโครงการเกษตรเข้มแข็ง ลงดำนาเกี่ยวข้าวด้วยตัวเองที่ จ.มหาสารคาม และที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

และคงนึกกันออกที่กรณ์ทำข้าวแบรนด์ “อิ่ม” ที่เขาเข้าไปมีส่วนช่วยในการผลิตจนถึงหาช่องทางจัดจำหน่าย ทำให้ข้าวจากนาไปสู่จานข้าวของผู้บริโภค

วันนี้ “ข้าวอิ่ม” เดินทางมาถึงปีที่ แล้ว  กรณ์ออกมาประชาสัมพันธ์ข้าวทางเฟซบุ๊กของตนเองด้วยรอยยิ้ม คุยว่าปีนี้มีความเป็น “นาอินทรีย์” เต็มตัว เพราะได้รับรองจากกรมการข้าวเรียบร้อย

ข้าวอิ่ม ในถุงผ้า

ผลงานนี้ทำให้ชาวนามีความกินดีอยู่ดีขึ้นมาก มีรายได้จากการขาย “ข้าวอินทรีย์พรีเมียม” ที่ตันละ 25,000 บาท ทำให้ปลดหนี้ได้เกือบครบทุกราย แถมยังได้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ไม่มีสารพิษร้ายมาทำลายสุขภาพ แฮชแท็กสั่งซื้อโดยตรงที่เบอร์ 06-1017-7092 หรืออินบ็อกซ์ เพจเกษตรเข้มแข็ง http://facebook.com/kasetkhemkhaeng

นอกจากนี้ด้วยความที่ข้าวอิ่มมีแพ็กเกจเป็นผ้า โดยมีทั้งข้าวอิ่มบรรจุถุงผ้า 1 กก. ราคา และข้าวอิ่มบรรจุกระเป๋าผ้า 4 กก.

ล่าสุดกรณ์เพิ่งแจ้งยอดว่ากลุ่มแม่บ้านหนองหิน มหาสารคาม มีรายได้จากการทอและเย็บแพ็กเกจข้าวอิ่มกว่า 7 แสนบาทต่อปี จากการนำผ้าขาวม้าธรรมดาๆ ที่กองอยู่หลังบ้านมาทำเป็นแพ็กเกจสวยงาม

นี่คืองานที่กรณ์ถักทอไว้กับชาวบ้าน รากหญ้าของสังคมไทย

ล้างภาพเดิม?

นอกจากงานลุยนา ตากแดด กรณ์ยังคงเคลื่อนไหวในงานอินเตอร์ ติดแอร์ หลังจากช่วงปี 2559 ชื่อของกรณ์มาโผล่เป็นประธานชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย ที่เป็นหน่วยงานช่วยประชาสัมพันธ์ให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมฟินเทค และใช้กลไกของ FinTech สนับสนุนตลาดการเงินของไทย

ไม่นานมานี้เขาและสมาคมฟินเทคไทยเพิ่งจัดงานที่ E-Estonia Briefing Center ของรัฐบาลเอสโตเนีย ที่เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย

กรณ์กับฟินเทค

กรณ์บอกว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่มีการพัฒนาในการบริหารจัดการในทุกมิติด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าทุกประเทศในโลก เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการเลือกตั้งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเขาทำได้เพราะระบบ e-identification เขาเสถียรมาก

กลับมาแล้วกรณ์ก็ไปโผล่ร่วมกับกลุ่ม เทค สตาร์ทอัพ ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบุกเบิกและผู้นำในวงการสตาร์ทอัพของไทย

วันนั้นกรณ์พูดว่ากฎหมายบ้านเราเปิดให้คนอายุ 35 เป็นรัฐมนตรีได้ ซึ่งเราควรมีคนรุ่นนี้อยู่ในตำแหน่ง แต่อยากให้มาจากกลุ่มนักปฏิบัติกลุ่มแบบนี้ ไม่ใช่ต้องเป็นลูกนายทุนหรือทายาทนักการเมือง

นอกนั้นกรณ์ยังไปสอนหนังสือตามมหาวิทยาลัย เช่น ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต และอีกหลายที่

กรณ์กับกลุ่มเทค สตาร์ทอัพ

ความเคลื่อนไหวของกรณ์ที่นอกพรรคหลายคนมองว่ากรณ์เป็น “ตัวของตัวเอง” แบบที่แฟนคลับรอดูมาตลอด

ขณะที่หลายคนกลับมองว่าน่าจะมีความเป็น “หัวหน้ามาร์ค” แต่ก็แอบมีแนวคิดคล้ายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อยู่เนียนๆ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจและสตาร์ทอัพ

แต่ถามว่าวันนี้หากกรณ์จะตั้งพรรคใหม่ หลายคนมองไปถึงคอนเซ็ปต์ของพรรคว่าไม่น่าจะออกแนวอุดมการณ์จ๋า สถาบันจี๋เหมือนที่เคยอยู่เคยเป็นมา แต่น่าจะออกแนวลุยๆ ติดดิน แต่ไม่ทิ้งเทคโนโลยีมากกว่า

ติดก็แต่ว่าวันนี้กรณ์ “ยังเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์” ผู้ซึ่งต้องคอยแจงข่าวลือแปลกๆ ว่าไม่จริ๊งไม่จริง ทั้งที่ไม่ใช่ว่าจะเป็นจริงไม่ได้ อย่างเรื่องการแท็กทีมคนในพรรคออกมาตั้งพรรคใหม่ของตัวเองก็เช่นกัน

ถ้าจะทำก็อย่าลืมแฮชแท็ก #คนจริงกลัวที่ไหน ด้วยแล้วกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: