LIFE & HEALTH : ความรักที่ทำร้ายลูกน้อย

Published December 19, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459330

LIFE&HEALTH : ความรักที่ทำร้ายลูกน้อย

LIFE&HEALTH : ความรักที่ทำร้ายลูกน้อย

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ความรัก” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า โดยเฉพาะเด็กๆ การได้รับการเลี้ยงดูการแสดงออกถึงความรัก ความปรารถนาดี และความเอาใจใส่จากพ่อแม่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการวางรากฐานในการพัฒนาการเด็กในทุกๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ทัศนคติ ความเป็นตัวของตัวเอง ตลอดทุกช่วงวัย

ข้อมูลจาก รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า บางครั้งการมอบความรักจนเกินพอดีหรือด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องก็อาจเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาอาจไม่เข้าใจคุณค่าของความรักและกลายเป็นเด็กไม่น่ารักสำหรับใครๆ พ่อแม่จึงควรรักให้เป็นและแสดงออกอย่างเหมาะสม ลองตรวจสอบกันดูหน่อยไหม ว่าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทไหน เข้าข่ายทำร้ายลูกหรือไม่

1.รักและปกป้องมากเกินไปการให้ความรัก ปกป้องประคบประหงมลูกมากเกินไปเหมือนไข่ในหิน ไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะเกรงว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกทำผิด กลัวลูกเจ็บ กลัวไปซะทุกเรื่อง หรือเมื่อมีปัญหาใดๆ ก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือในทันที จะทำให้ลูกไม่มีโอกาสในการตัดสินใจด้วยตนเองไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ขาดความมั่นใจจนกลายเป็นเด็กขี้กลัว เพราะไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองเลย เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีลักษณะเหมือนเด็กคือเลี้ยงเท่าไรก็ไม่รู้จักโต ขาดภาวะผู้นำ

2.ตามใจทุกอย่าง พ่อแม่รักลูกมากมักจะตามใจลูกทุกอย่าง โดยเฉพาะทางวัตถุ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีราคาแพง หรือหามาด้วยความยากลำบากแค่ไหน ถ้าเพื่อลูกพ่อแม่ยอมได้ทุกอย่าง ทำให้ลูกไม่เคยรู้สึกผิดหวังเพราะได้รับทุกอย่างที่ตนเองต้องการมาตลอด ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจในสิ่งที่ยังไม่ควรจะได้ในเวลานั้น ไม่รู้จักความอดทนรอคอยในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ส่งผลถึงให้ลูกเจริญเติบโตมาแบบการแพ้ไม่เป็น ผิดหวังไม่ได้ และมีปัญหาในการปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น หากเมื่อลูกเติบโตแม้ได้รับความผิดหวังหรือแพ้ในภาวะปกติของการดำเนินชีวิต จะทำให้ลูกรู้สึกโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรง เพราะไม่เคยถูกฝึกเรื่องการแพ้หรือผิดหวังในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาตั้งแต่วัยเด็ก ลูกอาจแสดออกด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น เป็นต้น

3.เข้าข้างลูกตลอด ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาอะไรกับใคร พ่อแม่ก็มักออกโรงปกป้องอย่างเต็มที่โดยไม่ฟังเหตุผลว่าลูกผิดหรือไม่ผิด พร้อมกับคิดอยู่เสมอว่า“ลูกฉันไม่ผิด” แม้ว่าลูกทำผิดมาก็มักเลือกที่จะโทษคนอื่นมากกว่า จนลูกจะกลายเป็นเด็กแพ้ไม่ได้ ผิดไม่เป็น พฤติกรรมก้าวร้าว หลงตัวเอง และรู้สึกว่าตนเองดีกว่าคนอื่นเสมอ เป็นคนชอบดูถูกคนอื่น ไม่ยอมรับว่าเป็นคนสร้างปัญหา เป็นนักเลง เมื่อเวลาทำผิดพลาดก็ไม่คิดว่าตัวเองผิดแต่กลับไปโทษคนอื่น

4.ทดแทนสิ่งที่ขาดหาย พ่อแม่บางคนต้องการทดแทนบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในช่วงวัยเด็กของตัวเองซึ่งอาจจะเกิดจากครอบครัวที่มีฐานะไม่ดีอดมื้อกินมื้อ ไม่มีของเล่นเหมือนเด็กคนอื่น มีปมด้อย หรือลำบากมาก่อน เมื่อตัวเองประสบความสำเร็จก็พยายามชดเชยให้กับลูกตลอด โดยให้ลูกกินอาหารดีๆ ที่มากเกินไป จนลูกเป็นโรคอ้วนหรือซื้อของเล่นทุกอย่างที่พ่อแม่อยากได้ตอนเด็กๆ มาให้ลูกจนลูกมีของเล่นที่มากเกินจำเป็น พ่อแม่บางคนก็เอาความฝันของตัวเองที่ทำไม่สำเร็จ หรืออยากทำแต่ไม่มีโอกาสได้ทำไปยัดเยียดไว้ที่ลูก โดยลืมไปว่าลูกก็มีชีวิต มีความฝันของเขาเอง ตกลง พ่อแม่รักลูกหรือรักตัวเองกันแน่?

5.รักแบบลำเอียง เมื่อพ่อแม่มีลูกหลายคนและแสดงออกด้วยการรักลูกไม่เท่ากัน เช่น รักลูกชายมากกว่าลูกสาว รักลูกที่เรียนเก่งมากกว่า ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ลูกคนกลาง เป็นต้น เมื่อพ่อแม่มีความรักที่ลำเอียงจะส่งผลร้ายต่อลูกที่ไม่ได้รับความรักเท่าเทียมกับพี่น้องคนอื่นๆ จนอาจกลายเป็นเด็กที่มีนิสัยเก็บกด ขี้น้อยใจ เจ้าคิดเจ้าแค้น และไม่มีความรักความเมตตาต่อพี่น้องคนอื่น เมื่อโตขึ้นเขากลายเป็นคนขี้อิจฉา ขี้หึง หวาดระแวง ทิฐิสูง มีนิสัยชอบแข่งขันเอาชนะชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น จนทำให้ตัวเองและคนรอบๆ ข้างขาดความสุข พี่น้องไม่รักและสามัคคีกัน

6.ไม่เคารพการตัดสินใจของลูก โดยพยายามขีดเส้นให้ลูกเดิน พ่อแม่ที่มักจะคอยกำกับลูกอยู่เสมอ โดยไม่ยืดหยุ่นหรือผ่อนปรน ไม่เปิดใจรับมุมมองที่แตกต่างของลูก ไม่ให้โอกาสในการลองผิดลองถูกไม่เปิดโอกาสให้ลูกใด้กล้าคิดหรือทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันของตนเอง ไม่ให้โอกาสลูกตัดสินใจเองแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าลูกจะดูหนัง ฟังเพลงคบเพื่อน หรือทำอะไรก็ตาม พ่อแม่ก็เลือกให้ทุกอย่างโดยเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้คือสิ่งดีที่สุดสำหรับลูกแล้ว จะทำให้ลูกไม่เป็นตัวของตัวเอง มีความอึดอัดและมีปมด้อย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นและความพยายามในการทำให้พ่อแม่พึงพอใจ สุดท้ายจะนำไปสู่การโกหกและหลีกหนี

7.ไม่แสดงออกเรื่องของความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกรับรู้พ่อแม่บางคนไม่เคยพูดบอกคำว่า “รักลูก” และ “ภาคภูมิใจ” ในตัวลูกเลย ไม่เคยโอบกอดหรือแสดงออกว่าเชื่อมั่นในตัวลูก เพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง อยากให้ลูกเป็นคนที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ลูกจะรับรู้ว่าเขาไม่เป็นที่รักของใครเลยแม้แต่พ่อแม่ ทำให้ลูกขาดโอกาสที่จะมีความรู้สึกถึงความมั่นคงทางอารมณ์และรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำความดีไปเพื่อใคร เพราะทำไปก็ไม่มีใครชื่นชม โตขึ้นลูกจะแสดงความรักต่อผู้อื่นไม่เป็น

แม้การแสดงออกถึงความรักในการเลี้ยงดูและอบรมลูกรักจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยหล่อหลอมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางจิตใจอารมณ์ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่พ่อแม่ให้ความรักมากเกินพอดีจนเขาสำลักความรัก ลูกก็จะอ่อนแอในการใช้ชีวิต ดังนั้น พ่อแม่ควรรักลูกอย่างพอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ก็จะทำให้เขามีสุขภาพกายและใจที่ดี เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

 

โดย ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: