เลกซัส Ls500h ขับสนุก นั่งหรู อยู่สบาย

Published November 2, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395298?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เลกซัส Ls500h ขับสนุก นั่งหรู อยู่สบาย

วันที่ 27 ตุลาคม 2562 – 00:00 น.
เลกซัส Ls500h,ยานยนต์
เปิดอ่าน 465 ครั้ง

เลกซัส Ls500h ขับสนุก นั่งหรู อยู่สบาย คอลัมน์… ยานยนต์

LS เป็นรถรุ่นท็อปของเลกซัส ซึ่งเน้นจุดขายในเรื่องความหรูหรา สะดวกสบาย และสำหรับในไทย LS วางตลาดรวม 4 รุ่นย่อย และสำหรับ LS500h Pleat Executive คันนี้ เป็นตัวท็อป ราคา 15.8 ล้านบาท เป็นค่าตัวที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ซึ่งเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือการเป็นรถนำเข้าที่ต้องมีภาระภาษีศุลกากร แม้จะมีส่วนลดบ้างก็ตาม จากข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ดังนั้นเลกซัสจึงพยายามสร้างความแตกต่างสร้างเอกลักษณ์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเต็มใจที่จะจ่าย ตัวรถคันใหญ่ออกแบบให้หรูหรา ภูมิฐาน ดูสุขุม ไม่โฉ่งฉ่างและเน้นรายละเอียดทั้งภายนอกภายใน หลายส่วนเป็นงานฝีมือ โดยผู้ที่่มีทักษะสูง เช่น การบุหนังในส่วนต่างๆ การบุผ้าสีแดงที่แผงประตู ซึ่งเป็นการตัดเย็บและบรรจงพับด้วยช่างฝีมือทักษะระดับครู เช่นเดียวกับงานกระจกที่เห็นบริเวณแผงประตูเช่นกันเป็นการตัดแกะลายที่ละเอียดอ่อน เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ทำให้เจ้าของรถรู้สึกถึงความแตกต่าง

ยังไม่รวมถึงออปชั่นต่างๆ ลูกเล่นอีกมากมายที่ใส่เข้ามา
เป็นรถที่มีขนาดใหญ่โตชัดเจน ความยาวตัวถัง 5,235 มม. กว้าง 1,900 มม. แต่เลือกที่จะทำให้มีความสูงไม่มากนัก อยู่ที่ 1,450 มม. ส่วนความยาวฐานล้อ 3,125 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,630 มม. หลัง 1,635 มม. ติดตั้งยาง 245/45 RF 20

ซึ่งขนาดตัวถัง ระยะฐานล้อ ทำให้มันมีพื้นที่เหลือเฟือ นั่งได้สบายทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะเบาะหลังด้านซ้ายที่สามารถปรับได้หลายรูปแบบและมีพื้นที่วางขาสูงสุดถึง 1.02 เมตร มีเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า มีโหมดการนั่ง 3 โหมด ทั้งบิซิเนส หรือการนั่งปกติ เอ็นเตอร์เทนที่ผ่อนคลาย โดยจะเลื่อนเบาะนั่งด้านหน้าออกไปจนกระทั่งจอซึ่งติดอยู่หลังเบาะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนนั่งด้านหลัง อีกโหมดหนึ่งก็คือรีแล็กซ์ ที่เอนเบาะลงไปอีกจนเกือบจะเรียกว่านอนพร้อมดันเบาะหน้าไปด้านหน้าที่สุด พับหมอนรองศีรษะลงเพื่อไม่ให้บดบังการมองกระจกด้านซ้ายของผู้ขับ

แต่ไม่เฉพาะเบาะนั่งหลังซ้ายอย่างเดียว เบาะอื่นก็นั่งได้สบายเช่นกัน เบาะใหญ่นุ่ม กระชับลำตัว ทำให้ไม่เมื่อยล้าเมื่อเดินทางไกล หรือจะเรียกว่าผ่อนคลายก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารก็ตาม และยังมีระบบนวดติดมาให้อีกด้วย ซึ่งตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ ผมว่าซาลูนหรูคันนี้ให้ความรู้สึกสปอร์ตได้มากทีเดียว

เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร วี 6 ให้กำลังสูงสุด 299 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 5,100 รอบ/นาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ให้กำลัง 132 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุ 300 นิวตันเมตร และเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 แหล่ง ได้กำลังสูงสุดออกมาที่ 359 แรงม้า

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.9 กม./ลิตร เกียร์ซีวีที ที่เลกซัสเรียกว่ามัลติ สเตจไฮบริด ส่งต่อกำลังไปขับเคลื่อนล้อหลังตอบสนองกำลังของเครื่องยนต์ และการเปลี่ยนแปลงกำลังตามคันเร่งได้ลื่นไหล เอาเป็นว่าผมไม่เจอจังหวะสะดุดจากมันในการลองขับครั้งนี้
ตัวรถมีน้ำหนักรวม 2,350 กก. ดูเหมือนเยอะ แต่ก็ไม่แปลกกับรถคันใหญ่ขนาดนี้ บวกกับการใส่อุปกรณ์มาตรฐานเข้าไปจนแทบจะล้นคัน แต่สมรรถนะของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าก็จัดการมันได้สบายๆ ต้องชมว่าทำงานได้ดีเพราะไม่ได้แค่ไหวเท่านั้น แต่มันทำให้รถคันยาวกว่า 5 เมตร ขับสนุก ได้อารมณ์สปอร์ต อัตราเร่งมาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปอิงกับตัวเลขโรงงานที่ระบุ 5.4 วินาที เอาจากความรู้สึกในการขับจริงผมว่ามันตอบสนองได้อย่างที่เรียกว่าทันอกทันใจ ทำให้รถใหญ่ๆ มีความคล่องตัวในการใช้งานสูงและเรียกกำลังมาได้ต่อเนื่องจนถึงระดับความเร็วสูงๆ ไม่มีจังหวะอิดออด จังหวะหน่วง

ต้องชมว่าเลกซัสทำระบบไฮบริดตัวนี้ได้ดี และไม่ต้องกังวลว่าความใหญ่ของมันจะมีผลต่อการใช้งานในพื้นที่จราจรหนาแน่น การตอบสนองของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยในเรื่องนี้ได้ดี และการใช้งานก็ใช้ได้ทั่วไป ทางเล็กๆ ต่างจังหวัด หรือเข้าออกซอกซอยในกรุงเทพฯ ผมก็พามันฝ่าไปมาแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าแอลเอส ไฮบริดคันนี้ มีระบบช่วยเลี้ยวที่ล้อหลังเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในพื้นที่แคบๆ ด้วยการเลี้ยวสวนทางล้อหน้า และเพิ่มการยึดเกาะถนนและความคมในทางโค้งเมื่อขับเร็วๆ โดยล้อหลังจะเลี้ยวไปทางเดียวกับล้อหน้า
ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริง นั่งเต็มคัน ขับกันเต็มที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และออกต่างจังหวัด ได้ตัวเลขเฉียด 10 กม./ชม. แต่ผมถือว่าน่าพอใจ เมื่อเทียบกับรูปแบบใช้งาน ความเงียบในห้องโดยสารไม่ต้องห่วง เงียบมากแม้จะใช้ความเร็วสูงและยางเป็นยางซีรีส์ต่ำ และเป็นยางรันแฟลตที่แก้มแข็งๆ ก็ตาม และการตั้งช่วงล่างก็ยังทำให้มันส่งแรงสะเทือนมายังห้องโดยสารน้อย
รูปแบบการขับขี่เลือกได้โดยปุ่มที่อยู่บนคอนโซลหน้า ด้านหลังพวงมาลัย ประกอบด้วย ECO, Normal, Sport และ Sport-S + ซึ่งผมใช้มากที่สุดคือ Sport เพราะช่วยให้ขับได้สนุกขึ้นแต่ก็ไม่เส่ียความนุ่มนวลสำหรับผู้โดยสาร

ผมชอบช่วงล่างของ LS500h เพราะได้ทั้งความนุ่มสบายและก็จัดการกับเส้นทางต่างๆ ได้อยู่หมัด ในทางโค้งรับรู้ได้ว่าล้อทั้ง 4 มันเกาะแน่นอยู่กับพื้นถนน เป็นอีกจุดดีที่รถสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ณ เวลานั้นมาให้ผู้ขับรู้ได้ในทันที และแน่นอนการควบคุมในทางโค้งได้ดีนอกจากมาจากเรื่องของช่วงล่างก็ยังเป็นผลมาจากระบบควบคุมการเลี้ยวของล้อหน้า-หลัง การกระจายน้ำหนักลงเพลาหน้า-หลังที่ทำได้ค่อนข้างสุมดุล จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และแน่นอนเบาะนั่งที่กระชับไม่ลื่นไหลก็มีส่วนไม่น้อยเช่นกัน
แม้จะมีเวลากับ LS500h ไม่มากนัก แต่ก็จับอารมณ์ของรถได้มาก เป็นรถที่อาจจะราคาสูง แต่สำหรับคนที่มีกำลังซื้อและอยากได้ความแตกต่าง หรือเบื่อรถดังๆ ยี่ห้ออื่น บวกกับมีลูกเล่นหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนใคร ก็น่าสนใจครับ ไม่ว่าจะซื้อไปขับเอง หรือจะเป็นรถผู้บริหารนั่งสบายๆ

“ขับสนุก นั่งสบาย” น่าจะเป็นการสรุปสั้นๆ สำหรับรถคันนี้ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: