สกู๊ปพิเศษ : 5 มุมมองสะท้อนตัวตน เกรท-สพล อัศวมั่นคง

Published August 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/405164

สกู๊ปพิเศษ : 5 มุมมองสะท้อนตัวตน  เกรท-สพล อัศวมั่นคง

สกู๊ปพิเศษ : 5 มุมมองสะท้อนตัวตน เกรท-สพล อัศวมั่นคง

วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มีนัดพิเศษกับหนุ่มเนื้อหอม เกรท-สพล อัศวมั่นคง ทั้งที งานนี้ไม่ปล่อยให้หลุดมือ อุ๊ปส์!! ปล่อยผ่านไปง่ายๆ … ขอดึงตัวมาซอกแซกค้นหาตัวตน ที่ทำสาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง ตกหลุมรักได้ในเวลาอันรวดเร็ว!! มีทั้งผลงานละครกับทางช่อง 3 เรื่อง “พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง” (2560) กับช่อง GMM 25 “Bangkok รัก Stories ตอน Please” (2560) ก่อนเซ็นสัญญาเข้าสังกัด ช่อง 7 HD มีผลงานต่อเนื่องอย่าง รักหวานบ้านวุ่น, เจ้าสาวช่างยนต์ และที่กำลังออนแอร์ทุกวันจันทร์-อังคาร อยู่ในขณะนี้ คือเรื่อง “หลงเงาจันทร์” รวมถึงบทบาทสำคัญในภาพยนตร์ดังอย่าง “แสงกระสือ” ยิ่งตอกย้ำความฮอตฮิตของหนุ่ม “เกรท” ณ เวลานี้ได้เป็นอย่างดี

มุมย้อนวันวาน

สมัยก่อนผมเป็นคนขี้อายมากครับ ไม่ค่อยกล้าพูด กล้าคุยกับใครเท่าไหร่จะเป็นคนที่ก้มหน้าก้มตา เดินก้มๆ แต่ไม่เชิงเก็บตัวนะครับ จะเป็นประเภทที่ไม่กล้าเริ่มคุยกับใครก่อน หรือเริ่มสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับใคร เวลามีเพื่อนก็จะมีเพื่อนเป็นกลุ่มเดิมๆ ไม่ค่อยหาเพื่อนใหม่ คือผมไม่ชอบเป็นคนที่จะต้องมาคิดหาเรื่องคุยก่อน ผมรู้สึกชอบการที่จะโฟว์ไปเลย คือคุยกับใครก็คุยไปเองเลยมากกว่า ไม่ต้องมาปั้นเรื่องนู้นเรื่องนี้เพื่อจะคุยกับใคร ผมชอบให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า เช่น การพรีเซ็นต์งาน ก็เหมือนกัน เวลาผมโดนให้เป็นคนพรีเซ็นต์ก็จะเกร็ง เขิน อาย ลืมบทก็มี อย่างที่บอก ผมจะไม่ค่อยชอบการที่เราจะต้องเป็นที่จับตามองของใคร เรียกว่าผมไม่ใช่ทั้งเด็กเรียนและเด็กกิจกรรม เพราะตอนนั้นหาตัวเองยังไม่เจอ ไม่รู้ว่าเราชอบอะไร เป็นเด็กที่ค่อนข้างซน ติดเพื่อน ไม่ถึงกับนั่งหน้าห้องจดๆ แต่ก็ไม่กึ่งหลังห้องครับจะเป็นค่อนไปทางท้ายๆ ละกัน (หัวเราะ) ส่วนผลสอบก็อยู่กลางๆ มีบางวิชาที่ต้องซ่อมบ้าง ตามประสาเด็กผู้ชายวัยซนคนหนึ่ง

เมื่อก่อนผมจะทะเลาะกับพี่สาวบ่อยมาก เพราะอะไรก็ไม่รู้ คือตอนเด็กๆ ผมค่อนข้างเอาแต่ใจ เป็นลูกชายคนสุดท้องในบ้าน อยากได้อะไรก็ต้องได้ พี่สาวก็ไม่ยอมก็เลยทะเลาะกัน แต่พอโตมา คุยกันได้ปกติ เข้าใจกัน ซัพพอร์ตกันตลอด เหมือนไม่เคยทะเลาะกันมาก่อนเลย (หัวเราะ) ครอบครัวผมไม่ได้เลี้ยงแบบปล่อยเท่าไหร่นะครับ เพราะตอนเด็กๆ ไปโรงเรียน เวลากลับบ้านเราต้องนั่งรถโรงเรียนกลับบ้านนะ ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะอยู่ห่างบ้านแค่ประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งจริงๆ แล้วผมสามารถเดินไปโรงเรียนได้ แต่พ่อแม่ก็อยากให้เรากลับบ้านตรงเวลา กลัวเราเถลไถล และเพื่อความปลอดภัย แต่พอมัธยมปลาย พ่อแม่เริ่มปล่อยมากขึ้น ก็กลับบ้านเองได้ ให้อิสระมากขึ้น

มุมกีฬา และสุขภาพ

ผมไม่ค่อยได้เล่นกีฬาชนิดไหนจริงจังครับ เพราะผมติดเพื่อน ฉะนั้นเพื่อนเล่นอะไร ผมเล่นได้ทุกอย่าง ตีแบดตีปิงปอง เตะบอล เล่นบาส ผมเล่นเป็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้จริงจังถึงขั้นลงแข่งขัน จะเล่นเอาสนุก และมีความสุขที่ได้อยู่กับเพื่อนมากกว่า แต่ส่วนตัวกีฬาที่ชอบมากๆ เลยคือ ปิงปอง จำได้ว่าตอนนั้นวิชาพละ ผมได้เล่นตีปิงปอง ชอบมาก เลิกเรียนหรือพัก ต้องนัดเพื่อนไปจองโต๊ะตีปิงปองกัน แต่พอขึ้น ม.3 ก็เล่นน้อยลง ส่วนตอนนี้ถ้าจะให้กลับไปเล่น ก็เอ็นจอยและสนุกได้ แต่เพื่อนๆ ไม่เล่นกันแล้ว ก็เลยไม่รู้จะเล่นกับใคร (หัวเราะ)

ตอนนี้ผมจะชอบเข้ายิม เล่นฟิตเนสมากกว่า ชอบบิ้วท์หุ่น ชอบออกกำลังกาย มีช่วงหนึ่งต้องเป็นลีดเดอร์ (ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์) แล้วก็จะสนุก เอ็นจอยกับการวิ่งรอบสนามกีฬามากๆ วิ่งได้ทั้งวัน แต่พอห่างไปสักพัก กลายเป็นวิ่งไม่ไหว เหนื่อยง่ายซะงั้น (หัวเราะ) เลยจะเน้นไปทาง เข้ายิม ฟิตเนส ยกเวทมากกว่า เป็นการปั๊มกล้าม บิ้วท์หุ่นตัวเอง คือผมเริ่มดูแลหุ่นตัวเองตอนที่ผมไปเรียนแลกเปลี่ยนที่เบลเยียม ตอนนั้นไป Exchange Student ประมาณ ม.5 เราไปอยู่กับเพื่อนๆ ที่นั่น แล้วรู้สึกเป็นเด็กประถมกว่าเขา เพราะเราตัวเล็ก ผอมด้วย แล้วทุกคนเหมือนมาประคบประหงมผม เอ็นดูเรา เด็กที่นู่นเขาไม่ต้องเข้ายิม แต่หุ่นเขาดีจัง เลยรู้สึกว่าเราต้องเริ่มฟิตล่ะ เลยสมัครสมาชิกฟิตเนสที่โน่นเลย พอเล่นไปสักระยะ ก็ตัวใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย เพราะเรายังเล่นไม่เป็น ไม่ได้ศึกษาจริงจัง แต่พอกลับประเทศไทยมาปุ๊บ
เพื่อนก็ทักนะว่า อ้วนขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้น เราก็รู้สึกดีใจที่เราเล่นแล้วเห็นผล เพราะตอนนั้นเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ได้จริงจัง แต่เดี๋ยวนี้สามารถเปิดยูทูบเรียนรู้เองได้หมด ก็ถือว่าตรงนั้นแหละเป็นจุดเปลี่ยน พอกลับมาก็ออกกำลังกายต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆ

(อุปกรณ์กีฬาแน่นแค่ไหน?) ผมมีทุกอย่างเลย โดยเฉพาะรองเท้า ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยใกล้เมืองทองฯ ซึ่งจะมี Outlet ผมก็เดินทั้งวัน ซื้อรองเท้า เสื้อผ้า ที่ลดราคา มีหมดเลย กางเกงขาสั้น ขายาว กางเกงรันนิ่ง ตอนนั้นบอกเลยว่ารองเท้าวางเรียงไว้แบบเยอะมาก ครบทุกรูปแบบ ทุกวันนี้ก็เยอะอยู่(หัวเราะ) แต่จะออกแนวแฟชั่นมากกว่า คือเหมือนเราเลยจุดหนึ่งมาแล้ว ก็จะรู้ว่าหาสักคู่ที่เข้ากับเราได้ก็พอแล้ว ไม่ต้องซื้อเยอะก็ได้มั้ง (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นเราบ้าไง เห่อมากกว่า (หัวเราะ) แต่เอาจริง Accessory ก็สำคัญนะครับ เวลาเราออกกำลังกาย เพิ่มความปลอดภัยให้เราได้

(เคยน้ำหนักน้อยสุดเท่าไหร่?) ตอนนี้เลยครับ 67-68 กิโลกรัม ซึ่งผมไม่เคยหนักต่ำกว่า 70 กิโลกรัมเลย ตลอดระยะเวลา 8-9 ปี คือน้ำหนักจะคงที่ประมาณ 73-74-75 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ลดลงมาเยอะครับ ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน

มุมมองความสนใจ ณ ปัจจุบัน

ความสนใจตอนนี้ คืองานในวงการบันเทิงครับ แต่ความสนใจด้านนี้ไม่ได้มีมาตั้งแต่เด็กนะ เสียดายเหมือนกัน เรารู้ตัวช้า พอเรารู้สึกเอ็นจอยปุ๊บเราก็เริ่มแก่ละ(หัวเราะ) นี่ก็ 25 ปีแล้วนะสมัยนี้เด็ก 16-17 ปี เขาเริ่มเข้ามากันแล้ว เขาพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ พอมองตัวเองตอนนี้ ก็จะแบบอยากที่จะรีบพัฒนาตัวเองมากขึ้น คือก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ตัวเองเลยว่าอยากจะเป็นอะไร การที่ผมเรียนเทคโนโลยีการจัดการ (สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) หลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการ วิศวกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ตอนนั้นเราเข้าเรียน เพราะรู้สึกว่าอยากจะมีที่เรียน ให้พ่อแม่อุ่นใจสบายใจก่อนซึ่งลึกๆ ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าอยากจะเป็นอะไร แต่พอก่อนจะจบ ก็ได้ทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิงบ้างเล็กๆ น้อยๆ เช่น เป็นดีเจเล่นซีรี่ส์ทำกิจกรรม เป็น เชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เลยทำให้ความเขินอายเรามีน้อยลง เรากล้าที่จะแสดงออก และคุยกับคนแปลกหน้ามากขึ้น กล้าคุยงานกับคนอื่นมากขึ้น ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราเริ่มเข้ามาสนใจงานด้านนี้ แล้วพอมาได้รางวัล The Cleo Most Eligible Bachelor 2016 ก็เลยลุยเต็มที่ดูละกัน ตอนนี้ก็ประมาณสัก 2 ปีแล้วครับ ที่ผมเริ่มจริงจังกับวงการบันเทิง

(อาชีพในฝันก่อนหน้านี้?) ตอนจบใหม่ๆ ผมอยากจะเป็นนักบิน เพราะตั้งแต่เด็กๆ เรารู้สึกว่า เท่จัง แล้วช่วงนั้นเป็นปีที่การเป็นนักบินบูมมาก เลยอยากบ้าง (หัวเราะ) แล้วนักบินก็ขาด เขาเปิดรับเยอะด้วย ก็สนใจ แต่งานในวงการบันเทิงก็ติดต่อเข้ามาอีก เลยเกิดความลังเลกับสองอย่างนี้ จนไม่มีเวลาไปโฟกัสกับอย่างใดอย่างหนึ่ง จนสอบนักบินก็ไม่ได้ เพื่อนผมได้ไป 4 คน ผมยังไม่ได้สักที เลยตัดสินใจว่าจะต้องเลือกสักทางแล้วล่ะ เพราะว่าถ้ามัวแต่พะว้าพะวงสองทางนี้ คงไปไม่รอด เลยลองงานด้านวงการบันเทิงที่เปิดโอกาสมาให้เราแล้ว แบบเต็มที่เลย เริ่มเรียนรู้ทั้งการแสดง ร้องเพลง Performance ต่างๆ ผมรู้สึกว่าผมยังไม่เก่ง ผมยังรู้สึกว่ายังช้ากว่าเด็กรุ่นใหม่ ที่เขามาเร็วกว่าเรา รู้สึกว่าอายุเราเยอะกว่าเขา แต่เรายังตามเขาอยู่ ฉะนั้นต้องตามเขาให้ทันครับ

มุมความชอบส่วนตัว (ประกาศตัว“ผมก็เป็นติ่ง”)

สมัยก่อนผมแอนตี้ ติ่ง มากนะ เป็นอะไรกัน ทำไมแค่คนคนหนึ่ง ต้องมากรี๊ดกร๊าดอะไรขนาดนี้ ยิ่งติ่งเกาหลีนะ… พี่สาวผมก็เป็นติ่ง ผมก็แบบเป็นอะไรมากหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ไปว่าเขานะ ซึ่งผมเห็นดราม่าเยอะมากเมื่อก่อน ติ่งเกาหลี โดนว่าตลอดเลย เราก็เหมือนซึมซับไป และเห็นด้านไม่ดีของเขา แต่พอเราได้มาเป็นเองแล้วได้ทำงานตรงนี้ด้วย ทำให้เรารู้ เห็นทั้งสองฝั่ง ว่าแต่ละฝั่งเขาเจออะไรบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง คือผมก็ไม่ได้บอกว่าผมเป็นดารา นักแสดงที่ดังระดับที่คนจะต้องมาติ่งขนาดของเกาหลีหรือคนดังๆ แต่ว่าเราก็พอเข้าใจความรู้สึกเขา ในมุมมองของเราเล็กๆ ตรงนี้ พอเราได้มองกลับ ได้สะท้อนตัวเราเอง ทำให้เข้าใจว่าการที่เราติดตามใครสักคน ก็แค่เราอยากเห็นรอยยิ้มของเขา อยากเห็นความสำเร็จของเขามากกว่า อย่างการที่ผมชื่นชอบ “น้องชูใจ” ก็เพราะผมได้เข้าไปรู้จัก พี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ทักมาตอนผมไลฟ์ ถามว่าผมชอบน้องชูใจมากใช่ไหม แล้วเขาก็ชวนไปบ้าน เลยได้พูดคุยกันเลยได้เริ่มก้าวเข้าสู่วงการติ่ง แต่ยังไม่เต็มตัวนะครับ

มาเต็มตัวตอนตามศิลปินเกาหลี คือ “ลิซ่า BLACKPINK” มีโอกาสได้ไปงานแฟนไซต์(แจกลายเซ็น) ที่เกาหลี คือเป็นจังหวะพอดีมาก ที่ตอนนั้นไปงานรับปริญญาพี่สาว ก็ถือว่าโชคดีเขาจัดงาน แล้วเราได้ไปพอดี ได้เจอกับแฟนคลับเขาที่เกาหลี ซึ่งเป็นคนไทย ผมเปลี่ยนมุมมอง
ไปเลย ติ่งไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย เพราะว่าตอนเด็กๆ ที่เราเจอ ที่เห็น เหมือนเราไปเห็นเนื้อร้ายน่ะ (หัวเราะ) เป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว ผมก็จะบอกเสมอว่าทุกที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม กลุ่มไหนก็จะมีคนแบบนี้อยู่ในทุกกลุ่ม แต่เรามักจะไปโฟกัสกลุ่มนี้ แล้วคิดว่าทั้งหมดนั้นคือไม่ดี แต่พอเราได้สัมผัสจริงๆ แล้ว โห…ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะจริงๆ เขาน่ารักมาก ผมสามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นติ่ง โดยที่ไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เลวร้าย ไม่ได้มีความคิดในแง่ลบกับติ่งเลยเขาเป็นแฟนคลับที่อยากจะซัพพอร์ตศิลปิน และปกป้องศิลปินแค่นั้นเอง แต่ว่าเราดันไปโฟกัสในจุดที่คนไม่โอเค คนที่เขาไม่ดี ทัศนคติไม่ดีเหล่านั้นมากกว่า ตอนนี้ผมกับพี่สาวเลยเป็นติ่งกันทั้งคู่(หัวเราะ) ไปวงไหนก็ไปกัน เที่ยวไหนก็ไป ตอนอยู่เกาหลีก็แยกกันไปติ่ง พี่ไปวงนู้น ผมไปวงนี้ (หัวเราะ) สนุกดีนะ ได้เปิดประสบการณ์ให้ตัวเองด้วย แล้วก็เป็นการเพิ่มไฟในตัวเองด้วยนะเพราะกว่าเขาจะมาอยู่ในจุดนี้ เขาต้องพยายามและเหนื่อยกว่าเราเยอะ เราแค่เห็นฉากหน้าสวยๆ เต้นสวย เต้นเก่ง คือพอเราได้ติดตามหาข้อมูลลงไปลึกๆ ก็จะได้เห็นความเหนื่อยยากที่กว่าเขาจะผ่านมาได้

มุมรักสัตว์

ผมเป็นคนรักสัตว์มาก หลายคนก็จะบอกว่าผมเป็นคนอบอุ่น เป็นคนที่ดูแบบอยู่ใกล้ๆ แล้วสบายใจ เป็นผู้ชายรักสัตว์รักครอบครัว จริงๆ แล้วก็ใช่มั้งครับ(หัวเราะร่วน) เพราะชีวิตผมก็จะอยู่กับครอบครัว อยู่กับน้องหมาที่บ้าน คือเวลาผมไปเจอสัตว์ที่ไหน ผมจะเรียกน้อง (หัวเราะ) ตอนนี้ที่บ้านมีน้องหมาอยู่ 1 ตัว เป็นพันธุ์อาคิตะ ตัวนี้รับมาจากที่ฟาร์ม ตอนแรกอยากเลี้ยง ชิบะ ครับ แต่ยังไม่เจอตัวที่ชอบและถูกชะตา คือพอเจอแล้ว ก็คิดเยอะไปหน่อย ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน คนอื่นเอาไปแล้ว ส่วนน้องที่เลี้ยงอยู่ก็มาในจังหวะที่เรารอชิบะ คือผมก็ไปที่ฟาร์มเขาทุกอาทิตย์แหละ จำได้ที่เจอน้องครั้งแรกตัวปุ้มปุ้ย น่ารักมากเลย ถูกชะตากับน้องตัวนี้ ก็เลยได้น้องมา เป็นตัวผู้ครับ ตั้งชื่อให้ว่า “น้องจิโร่” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าลูกชายคนที่สอง เพราะอยากจะให้เกียรติน้องหมาตัวแรกของผม ชื่อ “โกโก้” ซึ่งตอนนั้นเลี้ยงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีเวลาอยู่กับเขา วันที่เขาเสีย ผมไม่อยู่ด้วย ก็รู้สึกสงสารเขา ที่เราไม่ได้เทคแคร์เขา หรือให้ในสิ่งที่เขาควรจะได้ ไม่ว่าจะความรักหรือความสุขจากเรามากพอ ฉะนั้นเราก็เลยให้เกียรติเขา ด้วยการตั้งชื่อตัวนี้เป็นที่สอง และผมให้จิโร่เป็นพระอาทิตย์สำหรับผม เพราะผมตั้งชื่อ IG ให้เขาว่า Jirodetaiyo ซึ่ง Taiyo แปลว่าพระอาทิตย์ ก็เหมือนเป็นแสงสว่างในชีวิตของเรา ก็พยายามดูแลเขาให้มากที่สุด ตั้งแต่เล็กจนโต ดูแลทั้งการกินการอยู่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบน้องตัวแรก ตอนนี้ก็อยากจะหาเพื่อนให้น้องจิโร่ มีแพลนจะเลี้ยงเพิ่ม แต่ยังไม่ผ่านคุณแม่ครับ(หัวเราะ) เพราะคุณแม่อยากให้ดูแลจิโร่ก่อนกลัวจะดูแลไม่ดี เพราะจิโร่ 2 ขวบ กำลังซนค่อนข้างจะโตเต็มวัย เป็นหมาผู้ใหญ่แล้ว เจอผมทีไรกระโดดใส่ผมทุกที แล้วผมก็ชอบอุ้มเขาไว้บนบ่า แล้วพาวิ่ง

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 มุมมอง สะท้อนตัวตนของหนุ่ม “เกรท” แต่เชื่อว่าเท่านี้ยังไม่สมใจสาวๆ ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นแถมให้อีกนิด กับ “มุมมองความรัก”ของผู้ชายคนนี้

มุมมองความรักตอนนี้ ผมมองว่าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และไม่ไกลตัว สมัยก่อนผมคิดว่าทำไมดารานักแสดงต้องตอบแบบ“ขอโฟกัสเรื่องงานก่อนครับ เรายังไม่พร้อม” แต่พอเราได้มาทำจริงๆ แล้ว จริงมากๆ ตรงที่ว่า ถ้าเรายังไม่เก่งพอ แล้วเรายังไม่สามารถดูแลตัวเอง ดูแลคนที่บ้านได้อย่างดี เราจะรีบมีแฟนไปทำไม จะรีบมีคนรักไปทำไม ทั้งที่เรามีเขามา เราก็ดูแลเขาได้ไม่ดี เรายังมีเวลาให้เขาไม่ได้เลย อะไรประมาณนี้ครับ ผมก็เลย ไว้ก่อนดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมตายด้านนะ(หัวเราะ) เห็นคนสวย คนน่ารัก ก็สนใจ แต่ไม่ได้ต่อยอดไม่ได้โฟกัส แล้วคนก็จะถามว่าทำไมโสด ทำไมยังไม่มีใคร คือผมว่าถ้าผมพร้อมเมื่อไหร่ ก็น่าจะมีเอง

แต่ถ้าย้อนอดีต ผมก็คนทั่วไปเลย มีป๊อปปี้เลิฟ น่ารักใสๆ ไปกินข้าวดูหนังกันก็มีปกติตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วครับ แต่พอเรียนจบมาก็เลิกกันไป แล้วเราก็โตขึ้นด้วย มีทางของเราที่จะไป ไม่ได้มีเวลาเจอกันบ่อย ก็โอเคแยกๆ กันไป จริงๆ แล้วผมว่าทุกคนมีความเหงา มีความต้องการความรักต้องการใครสักคนมาดูแล แต่ว่าพอถึงเวลาจริงๆ เอ๊ะ..เราต้องการสิ่งนั้นจริงๆ หรือเปล่า ตอนนี้เราต้องการอะไรกันแน่ ต้องถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คืออะไร ถ้าเราไปโฟกัสกับตรงนั้นมากจนเกินไป ผมก็กลัวว่ามันจะไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการจริงๆ

จัดให้ครบทุกซอกทุกมุมกันแล้ว กับความน่ารักของ เกรท-สพล ผู้ชายอบอุ่นที่ชอบบอกว่าตนเองแก่สำหรับวงการบันเทิง ทั้งที่เพิ่งจะอายุ 25 เจ้าค่ะ…

กัลลัตตา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: