Star Retro : เวทีชีวิต ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

Published April 18, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/entertain/311840

Star Retro : เวทีชีวิต  ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

Star Retro : เวทีชีวิต ‘แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์’

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สตาร์เรโทร ส่งท้ายปี ด้วยการพาไปติดตามชีวิตของ “แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์” หรือ “ชนิตา สุภาพันธุ์” จากนางงาม สู่เวทีนางแบบระดับประเทศ และหลากหลายบทบาททางการแสดงที่เธอเคยสร้างสรรค์ไว้ จากวันนั้น ถึงวันนี้ เธอหายไปไหนมา 9 ปี และเหตุใดจึงใจอ่อนกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง!?

“ตอนนี้งานแสดงก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ คือแอนเพิ่งกลับมาเล่นละครอีกครั้ง เมื่อสัก 3-4 ปีนี่เองค่ะ หลังจากไม่ได้เล่นมา 9 ปี เริ่มกลับมาเล่นจาก “ฟ้ามีตา” แล้วก็ค่อยขยับมาเป็นละครยาว ด้วยความที่เราเป็นศิษย์เก่า ดาราวิดีโอ เวลาสตาร์ทก็เลยต้องกลับมาสตาร์ทที่บ้านเดิม (หัวเราะ) มาเคาะสนิมที่ “ฟ้ามีตา”ว่ายังเล่นได้อยู่ค่ะ คือแอนโหยงานมาก คิดถึง ด้วยความที่ชีวิตนักแสดงแอนเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 18 พอทำไปนานๆ เราก็รักมันตอนที่หยุดไปทำอย่างอื่น เราก็เคยคิดว่าเราไม่เอาแล้ว คงไม่ได้เล่นแล้วละคร แต่มันแอบคิดถึงอยู่ตลอดเวลา จนวันหนึ่งก็คิดถึงมาก ตัดสินใจโทร.หาผู้ใหญ่ที่ดาราวิดีโอ ว่ามีอะไรพอจะให้เราเล่นได้ไหม ซึ่งเขาก็บอกว่าเราหายไปหลายปีนึกว่าไม่เล่นแล้ว แต่จริงๆ คือยังอยากจะเล่นนะ แล้วถ้ามีบทอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้เราเล่นได้นะ พอเราเล่นไป มันก็เหมือนเครื่องติดเราทิ้งไปนานแล้ว เรามาจับอีกทีก็รู้สึกเลยว่านี่แหละคือชีวิตเรา ไม่มีอะไรที่ทำแล้วมีความสุขเท่านี้เลยจริงๆ ตอบได้เต็มปากและชัดมาก ก็เลยตัดสินใจบอกทางบริษัทไปว่าขอเล่นเลยค่ะ บทอะไรก็ได้ไม่ซีเรียส

แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป

วันที่เราออกไป เราอายุแค่สามสิบต้นๆ พอกลับมาอีกทีจะเข้าเลข 4 แล้ว (หัวเราะ) เขาก็ถามว่ารุ่นนี้มันก็ต้องบทแม่แล้วนะ หรือไม่อีกที ก็คนใช้ไปเลย รับได้ไหม ตอนแรกก็ตกใจคำว่าคนใช้ สะอึกนิดหน่อย เพราะว่าไม่เคยเล่น และไม่นึกว่าฉันจะมีวันนี้ ก็แบบว่าเป็นแม่นางเอกพระเอกก่อนไม่ได้เหรอ กระชากมาบทคนใช้เลยเหรอ แต่พอมาคิดอีกที มันก็คือการแสดงเหมือนกัน แล้วเราอยู่มานาน จนเรารู้สึกว่ามันก็แค่ตัวแสดงตัวหนึ่งที่มีความสำคัญในเรื่อง ถ้าบทนี้ไม่มีอะไรจริงๆ ทำไมเขาเอาเราเล่น เราก็เลยรู้สึกว่าเราปฏิเสธไม่ได้เลยคนใช้ก็เอา ไม่มีอะไรที่จะต้องแคร์ไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย มีแต่ความสุขและสนุกแน่ๆ ก็เลยมาเล่นเรื่อง “มาหยารัศมี” คือเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นด้วยบทสาวใช้ อยู่ฝั่งตัวร้าย เป็นบ่างช่างยุ ที่คอยกลั่นแกล้ง “น้องใหม่-ดาวิกา” อย่างมีความสุข (หัวเราะ) สนุกมาก รู้สึกว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ การมากองถ่ายทุกวันคือความสุขแฮปปี้มากไม่เคยมาสายเลย ได้มาเจอเพื่อนฝูง ชีวิตฟินมาก ตอบโจทย์ ยิ่งย้ำเลยว่าใช่แล้วแอน เธอชอบการแสดงจริงๆ ขอให้มาเถอะค่ะบทสาวใช้มาอีกไม่เป็นไรเลย แล้วก็มีมาเรื่อยๆ เมื่อก่อนเป็นนางแบบค่ะ เป็นนางงามด้วย เมื่อก่อนได้มงกุฎได้สายสะพายแล้วไง มันไม่เกี่ยวเลย ประเด็นคือเราได้แสดง ได้ท่องบทได้เล่นได้แอ๊กติ้งได้เจอคนในกองถ่ายได้มีชีวิตที่เราเคยมี และเรารักมันก็พอแล้ว

ช่วงที่หยุดพักเบรกงานแสดง

แอนกลับไปเรียนหนังสือ และแอนรถคว่ำตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 แล้วก็ไม่ได้เรียนอีกเลย หยุดไปเลย เพื่อรักษาตัวอยู่ 2 ปี เลยขาดการเรียนไป ทำให้ต่อไม่ติดเพื่อนเราจบแล้ว “ต๊อก-ศุภกรณ์” เรียนห้องเดียวกัน แอนเพิ่งกลับมาเรียนใหม่ เมื่อสักไม่กี่ปีก่อนที่จะกลับมาเล่นละคร ไม่มีอะไรทำ ว่าง ก็เลยไปเรียนดีกว่า คือรู้สึกว่าไม่มีใครที่ไม่จบปริญญาตรีแล้วมั้งทุกวันนี้ แอนเรียนที่มหาวิทยาลัยเกริก เกี่ยวกับโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และค้นพบว่าตัวเองสมองก็ยังใช้ได้อยู่เกียรตินิยมอันดับ 2 นะคะ เรียนอย่างเดียวเลย ไม่ทำอย่างอื่น เป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกับ “พี่แก้ว-อภิรดี” จนตอนนี้พี่แก้วจบโทไปแล้ว แต่ว่าแอนไม่ได้เรียนต่อก็จบแค่นั้นค่ะ

วันวานที่คิดถึง

แอนเริ่มเข้าวงการ มาจากการประกวด แอนประกวดตั้งแต่อายุ 15 สารพัดเวทีที่ประกวดค่ะ ยุคแอนเป็นยุคที่นางงามเฟื่องมาก มีประกวดหลักเลยคือ ลอยกระทง กับสงกรานต์ วิสุทธิกษัตริย์ต้องไป พระประแดงต้องมีเรา นี่คือเวทีหลักของนางงาม แล้วยังมีเวทีย่อยอีก นางงามเงาะนางงามส้มโอ ธิดาฟาร์มโคนม ส่วนมากเราก็คว้ารางวัลมาทั้งนั้น เพราะว่าเราก็หาเงินเรียนหนังสือด้วย เด็กๆ ไม่คิดมาก สนุก ประกวดได้แต่งตัวสวยๆ แล้วทำงานวันเดียวแต่งตัวตั้งแต่บ่าย แต่งหน้าทำผม กลางคืนประกวดได้รางวัลคืนนั้นเลย ไม่ได้เป็นตัวเต็งในเรื่องความสวยนะคะแต่ว่าพี่เลี้ยงดี (หัวเราะ) แอนเป็นเด็กประกวดของ“อาสมชาย นิลวรรณ” นักปั้นนางงามเบอร์หนึ่งสมัยก่อน ดังนั้นพอบอกว่าอาสมชายส่งเข้าประกวด ทุกคนก็จะขยาดกันเบาๆ เพราะว่าคอนเซ็ปต์ของอาเขาชัดเจนมาก จะต้องหน้าตาดี เรียนหนังสือต้องดี ไก่กาไม่เอา อาชีพแอบแฝงไม่เอา แล้วก็ต้องฝึกจริง ไหว้สวยมากๆ เดินสวยมากๆ ต้องฝึกเดินกับอาเป็นเดือน กว่าจะได้ลงเวทีจริง แต่แอนเด็กเส้นด้วยล่ะ เพราะว่าอาเป็นเพื่อนแม่ (หัวเราะ) เลยได้เข้ามา

จากเวทีนางงามขยับสู่แคตวอล์ก

ก็ไม่ได้ชอบการประกวดนะคะ เด็กอายุ 15คิดอะไรไม่ออกผู้ใหญ่ให้ทำอะไรเราก็ทำสนุกดีแค่นั้นได้ตังค์จบ ถามถึงความเคอะเขินอะไรมันก็มีอยู่แล้ว แต่ว่าเราได้รับการฝึกการสอนมาจากอาสมชาย ทุกสิ่งอย่างสอนหมด อาสอนดีมาก สอนมารยาท เหมือนเป็นพ่อเราเลย ตำแหน่งสูงสุดที่ได้รับก็มีหลายเวที แต่ถ้าเป็นเวทีระดับประเทศไม่ได้ลงประกวด เพราะว่าแอนเป็นคนผอมสูงและดำ ยุคนู้นต้องอวบๆ และขาว คือต้องผ่องพรรณรายมาเลย เวลาแอนประกวดพวกชุดไทยงานสงกรานต์ลอยกระทงที่ไปกวาดรางวัลมาเนี่ย เพราะว่าเราพอกตัว และชุดไทยมันจะพรางร่างกายเราด้วยว่าเราจริงๆ ผอมหรืออ้วนดูไม่ออก ส่วนผิวก็ลงแป้งทาตัวกันได้เพราะว่าเขาก็ลงกันทุกคน แต่เวทีใหญ่นางสาวไทยมิสไทยแลนด์เวิลด์ไปไม่ได้เพราะว่ามันจะต้องมีใส่ชุดว่ายน้ำ ใส่ปุ๊บเป็นนางแบบทันที เวทีใหญ่ที่ได้รับจะเป็นเวทีในสายนางแบบค่ะซึ่งอาก็พาไปเวทีนางแบบอีกเช่นกัน ด้วยความที่เราไปเวทีหลักๆ มาหมดแล้ว ห้างต่างๆ ที่เขาจัดประกวดเราก็ไปกวาดมาหมดแล้ว คือจนหมดแล้ว พอเริ่มโตขึ้นเป็นสาวขึ้นเรื่อยๆ ก็ไปเป็นนางแบบซะเลย ด้วยความที่เราฝึกจากการเป็นนางงามมา เราก็เริ่มรู้เหลี่ยมรู้มุมการเดินและมาพัฒนาต่อ แล้วก็ไปประกวดยอดนางแบบสยาม โดยสมาคมช่างเสื้อแห่งประเทศไทย ได้ที่ 1 ตอนอายุประมาณ 20-21 คือลุคเราหุ่นเราไปทางนั้น จากนางงามก็ไปสู่นางแบบ

จุดเริ่มต้นทางการแสดง

หลังจากนั้นก็รับงานเดินแบบถ่ายแบบมาเรื่อย แล้วมันเริ่มซ้อนกับละคร คือแอนก็เริ่มเข้ามาเล่นหนังเล่นละครด้วย แรกเลยคือเล่นหนังก่อนเรื่อง “ก่อนจะสิ้นแสงตะวัน” ของ “อาเปี๊ยก-พิศาล” ก็เลยถือเป็นเรื่องแรกที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการแสดงว่าเป็นยังไง อาเปี๊ยกเป็นครูคนแรกในการแสดง สมัยนี้เรียกเวิร์กช็อป สมัยนั้นคือไปเล่นให้เขาดู หลังจากนั้นแอนก็ได้เข้ามาเล่นละครกับทางดาราวิดีโอ เล่นหนังจักรๆวงศ์ๆก่อน เล่นกับ “พี่กุ้ง-ธนา”แล้วแอนเป็นนางเอกก็เล่นงงๆ และเล่นหลายเรื่องด้วยนะคะ ก่อนจะค่อยพัฒนามาเล่นละครหลังข่าวก็เป็นของดาราวิดีโอเหมือนเดิม

นางงาม นางแบบนักแสดง

สำหรับแอนคือได้หมด แอนขอบคุณอาสมชายที่อาสอนแอนเยอะมากให้อะไรเราเยอะมากจริงๆ เพราะว่าสมัยก่อนอามีรายการทีวี.ด้วยแฟชั่นสวยตามสมัย เป็นรายการแฟชั่นรายการเดียวที่เดินแบบออกทีวี. 25 ปีเขาอยู่ช่อง 5 ตลอดซึ่งแอนได้เดินในรายการ สปอนเซอร์ก็จะเป็นชุดสั้นชุดยาวชุดไทยสารพัดชุดสารพัดยี่ห้อมันเลยทำให้เรารู้ว่าถ้าเราใส่ชุดนี้เราจะพรีเซ็นต์ยังไงให้สวยที่สุดเทคนิคทั้งหมดขอบคุณอามาก มันช่วยเราทำให้เวลาเราไปเดินแบบเวทีจริงเจอโจทย์ยากแค่ไหนเอาอยู่หมด

ยุคทองของวงการนางแบบ

เป็นยุคที่นางแบบเฟื่องฟูมาก มีงานทุกวัน แต่แอนไม่ได้เอาดีทางเดินแบบ เพราะเรามาเล่นละครแล้วละครมันเอาเวลาของเราไป ไม่สามารถให้คิวการเดินแบบได้จริงๆ ไม่ได้ทิ้งงานเดินแบบนะคะ แต่อาจจะด้วยความที่เรายังเด็กเลยไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ ถ้าเรามีผู้จัดการดูแลเหมือนเด็กสมัยนี้สิ ยุคนั้นมันไม่มีผู้จัดการเราต้องดูแลตัวเองพ่อ-แม่ไม่เกี่ยวไม่เคยยุ่งเลย คิดเองเออเองจัดการตัวเอง คือเราคิดแค่ว่าเราถ่ายละครวันพฤหัส-อาทิตย์เหลือแค่จันทร์อังคารพุธแล้วเดินแบบมันมักจะมีวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาเราก็หมดรับงานไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ มันก็มีวันว่างบางวันก็นอนอยู่บ้านแล้วพอเราไม่เดินนานๆเขาก็ลืมเราไปเขาก็ไปเอาคนอื่นเดิน เราก็ไม่เป็นไรเราก็เล่นละครของเราไปคิดแค่นี้ถ้าเป็นยุคนี้แล้วเรามีผู้จัดการส่วนตัวมันจะจัดการได้นะเขาจะคิดแทนเราและเขาจะมีหัวธุรกิจมากกว่าเรา

สิ่งที่ได้ในวงการนี้

ได้เพื่อนได้ชีวิตได้ความสุขได้เยอะเงินก็ได้ แล้วแอนว่ามันเป็นอาชีพนะ ซึ่งเป็นอาชีพเดียวในชีวิตแอน เป็นอาชีพเดียวที่แอนเรียกเป็นอาชีพ อย่างอื่นทำแค่แป๊บเดียวเราก็ไม่เอาแล้วไม่ชอบ เคยเปิดร้านก็เจ๊งแล้วเจ๊งอีกมันเอาเงินละครเราไปหมดเลย (หัวเราะ) เราเก็บมาแล้วพอไปลงกับธุรกิจ การทำธุรกิจมันเป็นความเสี่ยง แต่การที่เรามาเป็นนักแสดงเราเป็นลูกจ้าง ซึ่งกว่าจะค้นพบนี่คือทำร้านอาหารเจ๊งไปแล้วสามร้านนะคะ ก็เลยคิดว่าแอนไปเล่นละครเถอะเป็นลูกจ้างเขารับเงินไปเบาๆ อย่าไปคิดเยอะสนุกๆ อย่างนี้ดีกว่า ก็ขนาดแอนไปสอนเดินแบบแอนคิดเองเออเองทำเองคนเดียวเท่ากับเป็นนายตัวเอง แอนยังเอาดีได้แค่ตอนสอนเลย ตอนดำเนินธุรกิจการจัดแจงก็ทำไม่ได้อีกแล้วก็ท้อถอยจนทำให้ไม่ได้สอนเพราะว่ามันต้องมีธุรกิจควบคู่ด้วยซึ่งเราไม่เก่งและไม่ชอบ ก็เลยคิดว่าใครมีสถาบันสอนเดินแบบแล้วเอาแอนไปเป็นลูกจ้างแอนจะแฮปปี้กว่า

ชีวิตคู่ในแบบของแอน

แอนไม่มีครอบครัว (ยิ้ม) แต่แอนมีแฟนเป็นผู้หญิง เราอยู่ด้วยกันมาสิบเจ็ดปีแล้ว แต่ว่าแอนก็ไม่ได้เปิดตัวต่อสื่อใดๆ แต่ก็ไม่ได้ปิดคือครอบครัวและในกลุ่มเพื่อนฝูงเราก็จะรู้หมดเจอกันหมดแล้วทั้งเพื่อนเขาเพื่อนเรา วันนี้หรือว่าแอนมีความคิดแบบนี้มาตั้งแต่แรกก็ไม่รู้คือเราแค่หาคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ พอดีคนนั้นเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ว่าวันที่คบกับเขาวันแรกคือเห็นทอมที่ไหนแล้วชอบอยากเป็นแฟน ไม่ใช่เลยไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเพศทอมเลยนะเห็นเป็นเพื่อนเป็นพี่คนหนึ่งเพราะว่าวงการเรามีทุกเพศอยู่จำนวนมากแล้วเราชินกับคนพวกนี้ เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นของแปลกอะไรจนวันที่มาคบกันมันก็เกิดขึ้นแบบงงๆ คบกันไปมากลายเป็นว่ามันนานระยะเวลามันนานไปเอง แล้วพอมันนานเข้าเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องการผู้ชาย คบคนนี้ดีแล้วเราไม่ได้รู้สึกว่าต้องการการดูแล ต้องการความผูกพันนี้จากผู้ชายบังเอิญว่าคนนี้เขามีให้เราได้ เราไม่ได้เน้นความรักความใส่ใจจากเพศอะไร เราเคยหาสิ่งนี้จากแฟนคนก่อนๆ ซึ่งเป็นผู้ชายแต่มันก็ไม่มี แต่พอเราคบคนนี้แล้วเราสบายใจและพ่อ-แม่เราก็ไม่ได้ซีเรียสว่าเราจะต้องมีลูกเต้าหรือว่ามีครอบครัวเขาก็แล้วแต่อยู่กับใครแล้วมีความสุขเราก็อยู่ไป ก็ขำๆ กับชีวิตไปไม่จำเป็นว่าเราจะต้องแต่งงานต้องมีลูกนะหรือคนจะมองว่าเป็นคู่พิสดารผิดธรรมชาติ ไม่แคร์ไม่สนค่ะ แล้วแอนก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่พัทยาซื้อบ้านอยู่ที่นี่เพราะว่าแฟนเขาทำงานกับชาวต่างชาติที่นี่ เขาก็ชวนเรามาตอนแรกเราก็ไม่อยากมามีความรู้สึกว่าพัทยามันคือที่ให้เรามาเที่ยวอยู่สองสามวัน แต่พอมาอยู่จริงๆ เราก็อยู่ได้ ไปทำงานในกรุงเทพฯเราก็ขับรถไปกลับได้สบายบางทีไปถึงก่อนคนที่อยู่กรุงเทพฯเสียอีก รถไม่ติดเพียงแต่ระยะทางมันจะไกลหน่อยแต่เราก็ชินในการใช้ชีวิตของเราแบบนี้ค่ะ แล้วแอนก็มีน้องหมาเป็นเพื่อนรักยิ่งกว่าใดๆ ในโลกเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

ความเป็นไปในวันนี้

กลับมารับงานแสดงครั้งนี้ตั้งใจและบอกเลยว่านี่คือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขที่สุดบอกเลยว่าจะทำต่อไป ซึ่งพอเรากลับมาก็เริ่มมีคนเห็นมีผู้จัดช่องต่างๆ เรียกใช้ บางเรื่องก็มีรับเชิญเป็นคุณหญิงเป็นแม่แป๊บๆ บางเรื่องเป็นคนใช้คือได้หมดเลยค่ะ ด้วยอายุจะให้เล่นเป็นนางเอกหรือไง (หัวเราะ) มันถึงวัยแล้วค่ะรับได้เป็นยายก็เอาละครตอนนี้มี “วิหคหลงลม” ทางช่อง 7 ของดาราวิดีโอใกล้ออนแอร์แล้ว และกำลังจะเปิดเรื่องใหม่ของพอดีคำเรื่อง “บ่วงสไบ” ก็ได้เล่นหลากหลายค่ายมากขึ้น อย่างที่บอกเราใช้ชีวิตมาหลายรูปแบบเราก็ค้นพบแล้วว่าการเป็นนักแสดงมันเหมาะกับเราที่สุดนางงามนางแบบคือใบเบิกทางแต่สุดท้ายแล้วแอนชอบอาชีพนักแสดงที่สุด และเราก็มีความเป็นครูอยู่ในตัวสูงเหมือนกัน ตอนนี้ก็เลยได้มาเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นวิทยากรพิเศษให้ความรู้เด็กศิลปะที่กำลังจะศึกษาจบคือเด็กศิลปะเขาจะติสท์ๆเราก็จะไปไกด์เขา ไปกับเพื่อน เราไปพูดเรื่องการเข้าสังคมเพราะว่าอาชีพนักแสดงกับความเป็นนางงามของเราคือการเข้าสังคม ไปสอนว่าใบเบิกทางในการทำงานไม่ใช่มีแค่ฝีมือนะต้องมีมารยาท ต้องนั่งยืนเดินไหว้ให้เป็น โดยการเอาประสบการณ์ตรงของเรามาสอน คือเราเคยคิดว่ามันไม่สำคัญเมื่อตอนที่เรายังเด็ก แต่พอเราโตมาวันหนึ่งแล้วเราถูกไหว้เราจะนึกออกเลยว่ามันสำคัญ แอนจะมาสายวิทยากรให้ความรู้ด้วยค่ะแต่ไม่เปิดเป็นสถาบันแล้วขอเป็นมือปืนรับจ้างอย่างเดียว แอนเพิ่งมาสังเกตตัวเองว่าที่แล้วมาเวลาเราไปเดินแบบเจอเด็กใหม่ๆ เราจะชอบไปบอกเขานะ ยิ่งถ้าเด็กที่เข้าหาเราเองสกิลความเป็นครูก็จะพุ่งเลยค่ะ หรือแม้แต่เล่นละครก็เหมือนกันเราก็จะเตรียมกันมีอะไรก็ช่วยกัน ลูกศิษย์ที่ผ่านมือครูแอนมาแล้วก็มี“น้องทับทิม-อัญรินทร์” และ “น้องนาย-ชนุชตรา” แฟน“พี่เคลลี่” แอนสอนเขาเดินแบบเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

บุคคลสำคัญที่ทำให้มีวันนี้

ทักษะด้านนางงามที่เกี่ยวกับการยืนเดินไหว้ต้องบอกว่าได้มาจากคุณอาสมชายโดยตรงเลยค่ะ แล้วคนถัดมาคือ “พี่สปัน เสลาคุณ” เป็นนางแบบรุ่นพี่ที่เคยสอนแอนช่วงเข้าวงการใหม่ๆ ที่เวลามาเดินแบบเราจะติดความเป็นนางงาม พี่เขาก็จะสอนเราก็ดีขึ้นก็เท่ากับเป็นครูอีกคนหนึ่ง ส่วนทางด้านการแสดงครูคนแรกที่สอนเข้ากล้องคือ “อาเปี๊ยก-พิศาล” หลังจากนั้นเราก็ได้มาเล่นละครจักรวงศ์ครูคนถัดมาก็คือ “พี่ลอร์ด-สยม” “พี่หลุยส์- สยาม” และแอนขอยกให้ผู้กำกับทุกท่านในดาราวิดีโอว่าเป็นครูของแอนนะคะ เพราะว่าสมัยก่อนไม่ได้เรียนการแสดงครูคือผู้กำกับก็เลยจะได้ความรู้ทางการแสดงจากบุคคลเหล่านี้ที่แอนเอ่ยมาค่ะ

เมื่อได้รับความรู้และประสบการณ์ดีๆ มาแล้วก็พร้อมจะถ่ายทอดไปยังน้องๆ รุ่นต่อไปอีก และนี่ก็คือ “แอน-เพ็ญศิริ สุภาพันธุ์” นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่อยู่ในใจใครหลายๆ คน

กุหลาบสีเงิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: