Star Retro : เจาะชีวิตอดีตนางเอกหน้าหวาน กับบทบาท พันตรีหญิง โอ๋-ญดา

Published February 9, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293757

Star Retro : เจาะชีวิตอดีตนางเอกหน้าหวาน กับบทบาท พันตรีหญิง โอ๋-ญดา

Star Retro : เจาะชีวิตอดีตนางเอกหน้าหวาน กับบทบาท พันตรีหญิง โอ๋-ญดา

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังห่างหายจากวงการบันเทิงไปรับราชการทหารและมีชีวิตครอบครัว โอ๋-ญดา หรือ พันตรีหญิงญดา โชติชูตระกูล กลับมาให้แฟนๆ หายคิดถึงในฐานะ ผู้ประกาศข่าวช่อง 5แต่กว่าจะก้าวสู่หน้าที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เบื้องหลังความสำเร็จของเธอคืออะไร สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้พาตามติดชีวิตอดีตนางเอกหน้าหวานคนนี้กันค่ะ

งานหลักในปัจจุบัน

ตอนนี้โอ๋อ่านข่าวอยู่ที่ช่อง 5 ค่ะ อ่านช่วงข่าวเบรก แล้วก็ข่าวช่วงเที่ยงคืน ข่าวเด็ดภาคดึก แล้วก็มีทำรายการคุยข่าวสิบโมง ช่อง 5 วันจันทร์-วันศุกร์ (เวลา 09.50 น.) อันนี้ทำมาตลอดไม่ได้หยุดเลย เพียงแต่ว่าอาจจะมีช่วงหนึ่งที่พอดีว่าท้อง แล้วก็ต้องเลี้ยงลูก ก็เลยอาจจะไม่ค่อยได้เห็นกัน เพราะโอ๋เองก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย ส่วนงานแสดงก็เพิ่งไปเล่นรับเชิญให้กับ หม่อมหลวงนรานุกูล ชุมพล เป็นละครภาพยนตร์เทิดพระเกียรติอิงประวัติศาสตร์แห่งชาติเรื่อง “ทหารกล้ากรุงศรีอยุธยา” ออกอากาศทางช่อง 5 และช่อง now ช่วงปลายปีนี้โอ๋เล่นเป็นคุณหมอ แล้วก็มีงานประจำคือรับราชการทหารค่ะ

บทบาทหน้าที่ของทหารหญิง

โอ๋เป็นทหาร พันตรีหญิง ช่วยราชการอยู่ที่กระทรวงกลาโหม เพราฉะนั้นปกติทุกวันโอ๋จะต้องเข้าไปที่ทำงาน ณ ตอนนี้หน้าที่คือ ดูในส่วนของงานเอกสาร แล้วก็ดูในเรื่องของข่าวบ้างนิดหน่อย ในแต่ละวันมีข่าวอะไรบ้าง จับประเด็นขึ้นมา ก็เป็นทหารมาประมาณ 11 ปี ได้แล้วค่ะ ถามว่าเป็นความใฝ่ฝันไหม ก็ไม่ได้คิดได้ฝันค่ะ แต่เป็นจังหวะที่พอดีว่าแม่อยากให้ทำงานประจำ เพราะ
ครอบครัวโอ๋เป็นข้าราชการ ก็เลยลองมาสมัครทหารดูแล้วตรงกับสาขาที่เขาต้องการพอดี ก็โอเค.ได้มาทำ โอ๋เริ่มจากการฝึกทหารก่อน พอฝึกปุ๊บสิ่งที่เราเห็นก็คือสิ่งที่เขาปลูกฝัง เราก็จะเริ่มมีวินัยมากขึ้น เริ่มมองเห็นอะไรมากขึ้น มองเห็นคุณค่าในหลายๆ สิ่งมากขึ้นฝึกในเรื่องของความรักต่อเพื่อนฝูง ทุกอย่างเลย ฝึกหมดความอดทน ฝึกในการทำให้ร่างกายแข็งแรง บางช่วงก็มาช่วยราชการช่อง 5 บ้าง กลับกรมฯ บ้าง ซึ่งช่อง 5 ก็เป็นอีกพาร์ทหนึ่งที่เป็นของกองทัพบกด้วย อยู่ในส่วนเดียวกันค่ะ ก็เลยมีโอกาสมาอ่านข่าวที่ช่อง 5 ฉะนั้นก็จะมีช่วงที่โอ๋หายไป ซึ่งไม่ได้หายไปไหนมารับราชการเป็นทหารนี่แหละค่ะ

เข้าสู่บทบาทของผู้ประกาศข่าว

อย่างที่บอกเริ่มต้นจากที่โอ๋มาช่วยราชการที่ช่อง 5 แล้วก็ลงมาบรรจุในตำแหน่งของผู้สื่อข่าว เป็นห้วงเวลา 1 ปี ช่วงนั้นก็ต้องไปทำข่าว ก่อนที่เราจะได้อ่าน ก็ต้องลงมือไปทำข่าวด้วย วิ่งออกกอง แรกๆ สมัยก่อนตัวผอมไง (หัวเราะ) เบียดเข้าไปก็ไม่ถึง โดนชนกระเด็นบ้าง พี่ๆ เขาก็น่ารักช่วยเหลือ วิ่งตามข่าวออกภาคสนาม ทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ ตอนนั้นเหนื่อยนะ (หัวเราะร่วน) บางทีก็รู้สึกท้อ วันหยุดไม่มีเลย เพราะฉะนั้นโอ๋เข้าใจพี่ๆ นักข่าวทุกคนเลยนะ ชีวิตไม่มีวันหยุด คือตลอดเวลาแล้วยังแบบเข้าเวรอีก โอ้ย..วันหยุดฉันหายไปไหน พอจะหยุดเหมือนรู้ ข่าวใหม่มาอีกละ ก็ต้องตาม อยู่ในสถานการณ์ที่ตื่นเต้นตลอดเวลา ซึ่งตอนนั้นยังไม่แต่งงาน ก็เลยเรียกว่ายังมีไฟในการวิ่งตามข่าวอยู่ค่ะ (หัวเราะร่วน) ตอนนี้หมดละ นั่งอ่านอย่างเดียวแล้ว

ค่อยๆ เรียนรู้อย่างตั้งใจ

คือโดยระบบของทางช่อง ก็ต้องฝึกก่อน ออกไปทำข่าวให้ครบทุกสาย ฝึกเขียนข่าว โอ๋จะเขียนแล้วส่งวิทยุ ก็ต้องให้หลายๆ คนช่วย เพราะเราไม่เคยเขียน ไม่รู้จะเขียนยังไง พอจะเขียนก็ไม่เหมือนเราพูด เพราะถ้าเราจะพูดเราอ่านจับใจความแล้วพูดปุ๊บ แต่พอให้เขียน ไม่รู้จะเริ่มยังไง คือโอ๋เรียนนิเทศศาสตร์มาค่ะ แต่ไม่ได้เรียนด้านเขียนข่าว โอ๋เรียนโฆษณาก็เลยต้องมาเรียนรู้ใหม่ ให้พี่ๆ เขาช่วยแนะนำ

เทคนิคผู้ประกาศ

เบื้องต้นเลยนะคะคือการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง อันนี้สำคัญมาก ทั้งในเรื่องของคำควบกล้ำ ร. เรือ ล. ลิง คือถ้าเกิดสมมุติว่าอยากที่จะเป็น เราควรที่จะฝึกพูดตรงนี้เอาไว้เยอะๆ และพูดให้ชิน เพราะว่าถ้ามันอยู่ในความเคยชินของเรา พอวันหนึ่งเราไปทำหน้าที่ตรงนั้นแล้ว มันก็จะง่าย ถ้าเราไม่คุ้นชินกับการพูดให้ถูกอักขระตั้งแต่ต้น พอไปทำ เราจะเกร็ง โอ๋เองก็ต้องฝึกนานเหมือนกันกว่าจะชิน

ย้อนวันวานกับบทบาทงานแสดง

จริงๆ แล้วโอ๋เริ่มจากการไปแคสติ้งโฆษณาแล้วพอได้ก็เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ แล้วก็ทำจนรู้สึกว่า สนุกดีนะ แล้วก็มีความรูสึกว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จากที่เราเคยขอเงินแม่ทุกวัน เราก็ไม่ต้องขอแล้ว เรามีรายได้เป็นของตัวเอง แล้วก็รู้สึกว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง เหมือนกับมันฝึกให้เราโตขึ้นกว่าคนอื่น เพราะเราจะต้องเริ่มที่จะทำงานกับคนจำนวนมาก ตอนนั้นโอ๋อายุประมาณ 18 ปี ละครเรื่องแรกที่เล่นแบบเต็มตัวเรื่อง “คู่เขย คู่ขวัญ” ทางช่อง 7 ของค่ายดาราวิดีโอ แล้วก็มาเล่น “หนุ่มทิพย์” ช่อง 7 ตอนหลังก็มาเล่นให้ทางค่ายกันตนาค่ะ

ละครเรื่องแรก

เกร็งมากค่ะ เพราะทุกคนเก่งหมดเลย แล้วเราล่ะ ใหม่อยู่คนเดียว (หัเวราะ) แต่โชคดีที่บทไม่ต้องอะไรเยอะมาก เล่นเป็นนิ่งๆ หน่อย คาแร็กเตอร์เรียบร้อย ก็โอเคได้อยู่ เล่นไปก็รู้สึกว่าสนุกดี แต่ความรู้สึกครั้งแรกที่เราดูในทีวี.ในฐานะคนดูละคร เรามองว่าภาพนี้สวยมาก แต่ในความเป็นจริงพอไปถ่ายจริงไม่ใช่ ฉากป่าดูสวยงาม แต่เบื้องหลังจริงๆโอ้โห..สารพัดแมลงแต่พอได้ทำไปเรื่อยๆ ก็สนุกดีค่ะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ที่เราจะต้องเจอตลอดเวลา ทุกอย่างจะไม่ซ้ำกัน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแล้วบทที่โอ๋ได้รับมักเรียบร้อย จะมีฉีกไปร้ายนิดหนึ่งเรื่อง “ดั่งสวรรค์สาป” ช่อง 7 ถามว่าชอบบทแบบไหนโอ๋ว่าเราเป็นนักแสดงเราก็เล่นได้ทุกบทนะมาบทไหนก็ว่ากันไปตามบทนั้นๆ

จับไมค์ร้องเพลงก็ทำได้

ร้องเพลงก็เคยทำค่ะ นานมากแล้ว 10 กว่าปีแล้ว คือเหมือนเขาเอาเพลงเก่ามาทำใหม่ ก็ไปร้องให้เขาเพลงหนึ่งเป็นฮิบฮอปหน่อยๆ แต่ถามว่างานอะไรในวงการที่ชอบก็คงเป็นงานแสดงละครค่ะ จนทุกวันนี้ก็บอกได้เลยว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้เป็นเล่นบทที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำกันเลย

ผลงานแจ้งเกิด

เรื่อง “คู่เขย คู่ขวัญ” คนจำเราได้ เราเองก็ดีใจนะคะ ว่ามีคนดูเราเล่นด้วยแหละ ก็จะรู้สึกดี ภูมิใจ ตลอดระยะเวลาที่เล่นละครอยู่ประมาณ 10 ปี มีคนทักทายตลอด บางทีเหมือนเขาจะจำไม่ได้นะ เพราะโอ๋แบบกระเซอะกระเซิง ใส่แว่น หน้าป้ามาก ปรากฏว่าจำได้ เขาบอกจำเสียงได้ เราก็แบบ โห..ขนาดนั้น ตกใจ (ยิ้ม) ขอบคุณมากๆ ค่ะ ที่ยังระลึกถึงกัน เจอก็ทักทายกัน ช่วงหลังๆ บางคนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเล่นละคร ก็อยากให้ติดตามผลงานกันไปเรื่อยๆ ค่ะ โอ๋มีอินสตาแกรม @yadaoh ติดตามกันได้ทางนั้นค่ะ

มองงานเบื้องหลัง

ก็มีคิดๆ นะคะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ค่อยว่ากันอีกทีในอนาคต เพราะเราก็ยังมีงานหลัก คือเป็นทหารอยู่ จะขยับอะไรก็จะค่อนข้างยากนิดหนึ่ง แต่ก็มีทำบ้างเป็นสกู๊ป สารคดี เล็กๆ นิดหน่อย ไม่ได้เยอะ มีมาก็ทำค่ะ

ชีวิตครอบครัว

ตอนนี้มีลูกสาวคนเดียวค่ะ อายุ 2 ขวบครึ่ง ชื่อน้อง “น้องเรโกะ” ก็เป็นคุณแม่ที่ค่อนข้างดุนิดหนึ่ง(หัวเราะ) แต่ไม่ได้อยากจะดุนะคะ เราเป็นห่วงเขามากกว่า แล้วเด็กวัยนี้เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น บางทีถ้าเขารู้สึกว่า ทำไมล่ะ เราก็จะให้เขารู้เอง พอเขารู้เองเขาจะเข้าใจ คราวหน้าเราเตือน เขาจะฟัง ใช้การพูดเลี้ยงด้วยเหตุผล ไม่ตีค่ะ มีการพูดคุยกัน มีการเรียนรู้จริงๆ โอ๋มีความรู้สึกว่า เราควรจะปล่อยเด็กไปตามธรรมชาติ อย่างเรโกะเขาจะเป็นแบบ อยากรู้อยากเห็น หยิบของมาชิ้นหนึ่งก็แกะจนเหลือเป็นชิ้นเล็กที่สุด โอ๋ก็จะปล่อยให้เขาทำ เพราะเป็นพัฒนาการของเขา

งานประจำ และ หน้าที่คุณแม่

เหนื่อยนะเพราะว่าโอ๋ให้นมลูกจนถึง 2 ขวบ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะฉะนั้นจะค่อนข้างเหนื่อยกว่าคนอื่น เพราะเราต้องมีเวลาในการปั้มนม ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก บวกกับโอ๋มีน้ำนมไม่ค่อยเยอะ ต้องทำยังไงให้ลูกเรามีนมกินได้ตลอด เราก็ต้องบำรุงร่างกายของเรา ฉะนั้นช่วงหนึ่งก็จะอ้วนมาก ก็กินวิตามิน แล้วก็ในเรื่องของการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่พอเลิกให้นมลูก ก็จะเริ่มควบคุมน้ำหนัก กลับมาเลือกทานอาหารลดแป้ง ลดอาหารเย็น

วางแผนอนาคตให้ลูก

ไม่วางอะไรเลยค่ะ ถึงเวลาให้เขาเลือกเองว่าเขาอยากจะทำอะไรมากกว่า บางที่สิ่งที่เราเลือกกับสิ่งที่เขาชอบอาจจะไม่เหมือนกัน ในความคิดของโอ๋ตอนนี้คือพยายามมองหาว่าเขาชอบอะไร แล้วค่อยสนับสนุนในสิ่งที่เขาชอบดีกว่า ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะยังเด็กอยู่ค่ะ ค่อยๆ ดูไป

ให้เวลาสวีทกับสามี

ไม่ค่อยนะคะ ช่วงนี้ส่วนใหญ่เวลาจะเทลงไปที่ลูกหมดเลย ด้วยความที่เราอาจจะมีลูกยากด้วย พอมีปุ๊บก็เลยทุ่มไปให้ลูกหมดเลย ยอมรับเลยว่าหวงและห่วงมาก ลูกคนเดียว (ยิ้ม) เอ๊ะ..อันนี้จะไปแล้วป่วยติดเชื้อโรคหรือเปล่า ก็จะระวังไปหมด เล่นของเล่นรวมกับเด็กอื่นก็ต้องเช็ดมือนะ มีความกังวล ฉะนั้นโอ๋กับสามีเราจะอยู่กันด้วยความเข้าใจ โอ๋ว่าถ้าเราได้เพื่อนสนิทมากๆ คนหนึ่งเราก็จะคุยกันง่ายขึ้นโอ๋แต่งงาน 6 ปี สิ่งสำคัญในชีวิตคู่เลยก็คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน คือ เราอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะเราเชื่อมั่นในตัวเขา เราให้เกียรติเขา เรารู้สึกว่า เออ..เรามีความเคารพซึ่งกันและกัน อยู่กันไม่ได้ทะเลาะกันชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ มีความสุข

แพลนชีวิตต่อจากนี้

รับราชการไปเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนงานแสดงถ้ามีโอกาสได้เล่นละครอีกก็ยินดี ยังรักและคิดถึง คือพอเรานั่งอยู่บ้านเลี้ยงลูกดูละคร ก็แบบมีอารมณ์ว่าอยากจะเล่นอยู่เหมือนกัน มีความรู้สึกว่าไปเล่นบ้าง
ก็ดีนะ (ยิ้ม) ก็น่าจะสนุกดี

งานอดิเรกชวนหลงใหล

โอ๋เลี้ยงปลาคาร์ฟ แต่ก็ไม่ค่อยเหลือแล้วนะคะตายไปหลายตัวแล้ว (หัวเราะ) คือโอ๋เลี้ยงปลาคาร์ฟแต่ไม่ได้ละเอียดมากนะ เริ่มจากว่าปลาที่บ้านตายก็เลยไปหาซื้อแล้วมีเพื่อนทำฟาร์มปลา แล้วเราไปเห็นก็เลยชอบ ชื่อพันธุ์คาราชิ ซึ่งพอเรายื่นมือเราไปเขาจะมากินอาหารที่มือเรา ดูดนิ้วเรา มาเล่นกับเราก็เลยชอบ แล้วก็ขุดบ่อที่บ้านเป็นเรื่องเป็นราว สั่งทำบ่อบำบัดน้ำ เอาปลาคาร์ฟลง ตอนแรกลงไปประมาณ 10 ตัว ตอนนี้ตายไปหมดละ เหลือ 6 ตัวค่ะ เสียดายมาก แต่ไม่รู้จะทำยังไง คืออาจจะด้วยเขาติดเชื้อเพราะฝนตกตลอด หรืออะไรเราก็ไม่รู้ ก็เลี้ยงตัวที่เหลือต่อไป ส่วนเรื่องการเปลี่ยนน้ำทำความสะอาดบ่อก็เป็นหน้าที่สามีทำให้ เพราะเราสนับสนุนซึ่งกันและกัน (หัวเราะ)

อีกหนึ่งคนบันเทิงที่ไม่ต้องอิงกระแสข่าวหวือหวาเพื่อนำพาตัวเองให้โด่งดัง เพราะหลายคนก็ยังจำและคิดถึงเธอเสมอ “โอ๋-ญดา โชติชูตระกูล”

กุหลาบสีเงิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: