27 ชั่วโมงสุดซึ้ง ของฟินิชเชอร์ วัย 70 ปี ‘สุนิสา สังขะโพธิ์’

Published August 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 สิงหาคม 2560 เวลา 07:25 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/507461

27 ชั่วโมงสุดซึ้ง ของฟินิชเชอร์ วัย 70 ปี ‘สุนิสา สังขะโพธิ์’

โดย…กองทรัพย์ ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล/เฟซบุ้ก สุนิสา สังขะโพธิ์

จุดเริ่มต้นการเดินทาง 100 กม. (โดยการวิ่ง) ของผู้หญิงวัย 70 ปีที่ชื่อคุณแม่สตางค์-สุนิสา สังขะโพธิ์ เริ่มจากคำถามในแคมป์เทรนนิ่งการวิ่งเทรล รายการเขาประทับช้างเทรล แคมป์ ราวเดือน พ.ค. 2559

คุณป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง แอดมินเพจ 42.195K เราจะไปมาราธอนด้วยกัน ถามว่า “ใครจะไประยะมาราธอนยกมือขึ้นนนนน พรึ่บบบบบ!! แม่ยกมือด้วย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังวิ่งได้แค่ 10 กม.เท่านั้น” คุณแม่สตางค์เล่า “ใครจะไป 100 กิโล ยืนบนเก้าอี้เลยครับ คุณป๊อกถามอีก แม่เป็นคนที่ตั้งใจอย่างมากที่อยากจะทำให้ได้อย่างที่คิด แม่ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ ตอนนั้นไม่ได้คึกคะนองหรือจะทำตามคนอื่น แต่แม่ตั้งใจเลยว่า ชีวิตนี้จะวิ่ง 100 กิโลให้ได้ มองไปข้างๆ ก็เห็นลูกสาว (หมอเมย์-พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์) ยืนอยู่บนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งเหมือนกัน”

แม่สตางค์เล่าจากความทรงจำว่า ในวันนั้นมีราวสิบกว่าชีวิตที่ยืนบนเก้าอี้ และเสียงที่ได้ยินจากนั้นคือ “อีกไม่นานครึ่งหนึ่งที่ยืนบนเก้าอี้วันนี้ จะจบ 100 กิโล” เป็นเสียงจากชายคนเดิม ขณะที่ในใจของหญิงสูงวัยคิดเงียบๆ ว่า “ฉันอยากรู้ว่า 100 กิโลเป็นยังไง”

พิชิตมาราธอน ก่อนถึง 70

ทั้งที่ยังไม่เคยไปมาราธอน ในระยะ 42.195 กม. แต่การวางแผนว่าจะวิ่ง 100 กม.ยังติดอยู่ในใจตลอดมา ด้วยว่าเป็นคนลั่นวาจาไว้แล้วต้องทำ ดังนั้น หลังจากแคมป์เขาประทับช้าง แม่สตางค์เพิ่มระยะวิ่งจาก 10 กม. เป็น 21 กม. ก่อนจะแอบไปโหลดตารางซ้อมจากอินเทอร์เน็ตในระยะมาราธอนมาแอบซ้อมเงียบๆ โดยไม่ให้ลูกสาวรู้

“เพราะแม่ตั้งใจจะไปมาราธอนที่จอมบึง จ.ราชบุรี จึงแอบสมัครไปก่อน เพราะรู้แน่ว่าถ้าหากบอกหมอเมย์เขาอาจจะไม่เห็นด้วย และแอบซ้อมได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็โดนจับได้ ตอนนั้นพอดีมีแคมป์ของจอมบึงเปิดเทรนนิ่งสำหรับคนที่จะไปมาราธอนแรกพอดี แม่ก็อาศัยว่าอยากไปก็ขอเข้าไปฟัง เป็นการขอเข้าไปเป็นทีมเซอร์วิส อยากรู้ว่า 42 กิโลเขาวิ่งกันยังไง ซ้อมแบบไหน กินยังไง ซึ่งสตาฟฟ์ก็ใจดีให้เข้าไปร่วมฟังด้วย ตอนนั้นหมอเมย์อนุญาตให้แม่ไปวิ่งได้แล้ว และคอยกำชับแนะคอยสนับสนุนแม่เป็นอย่างดี แม่ได้คำแนะนำจากนักวิ่งที่เก่งๆ เยอะมาก ซ้อมตามตารางหนุ่มสาวไม่ไหวแต่ก็ซ้อมในแบบฉบับของตัวเอง จนในที่สุดแม่จบมาราธอนแรกที่รายการจอมบึงมาราธอน ในเวลา 7 ชั่วโมง กับ 6 นาที เมื่อต้นปี 2560”

“พอรอดมาราธอนแล้ว แม่คิดทันทีว่าไม่มีมาราธอนที่สองในปีนี้ เพราะแม่จะพุ่งไปที่ 100 กม. เพราะภาพของตัวเองบนเก้าอี้และคำมั่นนั้นติดตา แต่ยังไปไม่ได้เพราะหมอเมย์ก็ยังไม่จบ 100 กม.แรกของเขา ดังนั้นต้องอดทนรอให้ลูกผ่านก่อน ลุ้นตอนหมอเมย์ไปวิ่ง 100 กม.ที่ประเทศนิวซีแลนด์ แม่ไปสอบใบขับขี่สากล ไปถึงที่นั่นเราเช่ารถหนึ่งคัน แม่มีหน้าที่ขับรถไปส่งเขาที่จุดสตาร์ทและขับรถไปอีกเมืองเพื่อไปรับเขาที่ฟินิชพอยต์ เป็นการผจญภัยของสองตายายในต่างแดนตามลำพัง” แม่สตางค์เล่าอย่างตื่นเต้น

พอลูกจบ 100 กม.ก็ได้เวลาแม่จีบและทวงคำมั่นสัญญาที่เคยบอกกันไว้ว่าแม่อยากวิ่ง 100 กม. ลูกต่อรองว่าอย่าเลยเพราะเกรงว่าร่างกายในวัย 70 จะทนไม่ไหว จะบาดเจ็บจากการซ้อม อันตรายถึงกล้ามเนื้อหัวใจ ลูกสาวซึ่งเป็นหมอบอกว่า “การเพิ่มระยะจาก 42 กม. ถึง 100 กม.ยังเร็วเกินไป แม่ต้องผ่านมาราธอนมากกว่า 3 ครั้ง ลูกขอให้แม่รออีกนิด แม่บอกแม่ 70 แล้ว…มีเวลาบนโลกนี้อีกกี่วันกันให้แม่ทำเถอะ แม่อยากทำจริงๆ เขาก็ยอมแบบระทมทุกข์”

ในช่วงเวลาเดียวกันที่สองแม่ลูกต่อรองกันอยู่ก็มีข่าวคราวการรับสมัครของบางแสน 100 (BS100) ซึ่งเป็นการวิ่งแนว City Run จัดเป็นปีที่ 3 ออกสตาร์ทจากสวนลุมไปตามทาง พระราม 4 สู่ถนนสุขุมวิท บางนา สำโรง เทพารักษ์ บางพลี บางบ่อ บางนาตราด ยาวไปบางปะกง และจบที่บางแสน

“พี่นิคมแห่งบ้านประหยัดรันเนอร์ รับคำปรึกษาจากแม่ว่าแม่อยากไป 100 คุณนิคมหนุนเต็มที่และรับปากว่าจะคอยซัพพอร์ตให้ รวมทั้งช่วยวางแผนการซ้อม เราก็ซ้อมตามเขา แม่ซ้อมโดยมีพี่นิคมช่วยดูแลตาราง หมอเมย์ดูแลเรื่องกล้ามเนื้อทุกด้าน แม่ซ้อม 4-5 วัน/สัปดาห์ วิ่งสั้นๆ (10-15k) 3 วัน วิ่งยาว 1-2 (20-35k) วัน ตลอดช่วงซ้อมแม่ยังทำงานปกติ งานบัญชี ให้สมองได้ใช้งานบ้าง ทำอาหารทาน ทำอาหารให้หมอ ให้พ่อ แม่ตื่นเต้นบอกทุกคนรอบตัวว่าแม่จะวิ่ง 100 กม. มีคนให้กำลังใจบ้าง เป็นห่วงบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง”

สู้ สู่ BS100

แม่เป็นคนแกร่ง มุ่งมั่น การกระทำของแม่ดังกว่าคำพูดของแม่เสมอ ต้องยอมรับว่า กายแม่ดี แต่ใจแม่ยิ่งใหญ่กว่า จากคำมั่นในวาจาความมานะของผู้หญิงสูงวัย สู่ความจริงของ 100 กม. BS100 สวนลุม-บางแสน ไม่ง่ายเลย…นี่เป็นคำกล่าวของลูกสาวที่แข็งแกร่งไม่แพ้คุณแม่

ในวันออกวิ่ง แม่สตางค์ตัดสินใจเช่ารถตู้หนึ่งคันเพื่อคอยซัพพอร์ตในเวลาฉุกเฉินเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างวิ่ง เพราะการวิ่ง BS100 เป็นการวิ่งที่ไม่ใช่รายการใหญ่ ไม่มีจุดซัพพอร์ต ทีมที่วิ่งต้องช่วยกันดูแลกันเอง ดูแลซึ่งกันและกัน สรุปว่า ตลอด 27 ชม.รถตู้เอาไว้ใช้แค่เปลี่ยนเสื้อหนึ่งตัวเท่านั้น

“เหมือนคนบอกว่าไปมาราธอนจะมีปีศาจที่กิโลเมตรที่ 35 แม่ก็เจอกำแพงของตัวเองเหมือนกัน ในขณะที่วิ่งบนถนนพระยาสัจจา ซึ่งเป็นถนนที่ยาวมากๆ มีนักวิ่งที่วิ่งเคียงข้างแม่ทั้งลูกสาว กลุ่มนักวิ่งประหยัดรันเนอร์ แม่วิ่งแม่นึกถึงพระมหาชนกที่ว่ายน้ำอยู่กลางทะเล (เสียงแม่สั่นและพยายามข่มเสียงและน้ำตาที่กำลังจะเอ่อให้กลับเข้าเพื่อเล่าต่อ)

โค้งแล้วโค้งเล่า ขาสองข้างไม่เป็นของแม่อีกต่อไป ความง่วงครอบงำ สติเหมือนจะหลุดออกจากร่าง แม่ไม่ตอบสนองกับใครทั้งนั้น รู้แต่ว่าต้องสับขาให้เร็วขึ้นเพราะอยากถึงเส้นชัยเร็วๆ เพราะถ้าแม่หยุดแม่น็อกแน่เพราะง่วงมาก แม่วิ่งมาถึงศาลเจ้านินจา มันมีความรู้สึกสองฝ่ายในตัวเองทะเลาะกัน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าให้นอนเถอะ ง่วงจะตายจะวิ่งไปทำไม อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า วิ่งต่อไปสิ ซ้อมมาขนาดนี้จะหยุดไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ เรามองคนที่วิ่งกับเราคอยสนับสนุนเรา ก็คิดว่าเราจะพาคนเหล่านี้มาทำให้เขาลำบาก ตอนนั้นร่างกายแทบจะร่วงแต่เราก็อยากจบเร็วๆ เลยวิ่งเร็วขึ้น อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงเส้นชัยแล้ว”

หมดโค้งอ่างศิลาแล้วเข้าบางแสน…เหมือนทุกข์กำลังออกจากอก แต่จริงๆ แล้วเหมือนบททดสอบเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แม่จิบกาแฟไป 2 อึก และทันทีที่เหยียบเข้าเขตชายหาดบางแสน ฟ้าสว่างจ้า มืดลงในชั่วนาที ลมฝนมาจากไหนไม่รู้ โหมดั่งพายุกระหน่ำ ทรายเม็ดเล็กซัดมาตบหน้าเป็นฉากๆ ราวกับมาเพื่อเป็นอุปสรรคไม่ให้แม่ทำสำเร็จ แม่ปลดทุกอย่างออกจากตัว

“ในตอนนั้นแม่คิดว่าจะลมหรือฟ้าเหมือนเป็นตัวทดสอบหัวใจของแม่ พอถึงตรงนั้นก็อธิษฐานจิตขอขมากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมืองชลบุรี ขอให้แม่วิ่งผ่านไปตลอดรอดฝั่ง ขอไว้ว่าขอจบ 100 กิโล ขอให้ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ ให้ฉันจบเถอะ อย่ารังแกเลย อีกนิดเดียวเอง ถ้าทำสำเร็จฉันจะบวช และจะอุทิศบุญเล็กๆ ของฉันที่เสมือนเกสรดอกไม้ ให้ปลิวไปส่งทุกชีวิตทั้งที่เห็น ไม่เห็น และเคยล่วงเกิน และแล้วก็ผ่านไป”

เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อแต่ก็เกิดขึ้นแล้ว เป็นความสุขที่พบเจอทั้งความทุกข์และความภาคภูมิใจที่เราทำได้ 100 เมตรสุดท้ายฝนตกลงมาอย่างหนัก แม่กับลูกๆ เราจับมือฝ่ากันไปเหมือนกับเราทั้งหมดกำลังสู้รบอะไรบางอย่าง ลูกบอกเหมือนในหนังเลย…ถึงแล้วเส้นชัย ณ วงเวียนบางแสน

สัจจะหลังจบ 100

ทันทีที่วิ่งจบ 100 กม. แม่สตางค์วิ่งฟื้นฟูตัวเอง และจัดการภารกิจที่คั่งค้าง เพื่อให้ถึงงานต่อมาตามสัจวาจาที่ลั่นไว้ นั่นคือ การโกนหัวบวช “พอ 100 กิโลสำเร็จ งานต่อมาของแม่ก็คือต้องบวชตามสัจจะที่ลั่นไป ตัดสินใจไปบวชที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่วิ่งผ่าน แม่บวชชีโกนหัวอยู่ 3 วัน ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ซึ่งเหตุผลอีกหนึ่งข้อที่แม่บวช คือ แม่บวชให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะแม่เกิดในปีที่พระองค์ท่านขึ้นครองราชย์ ตลอดอายุ 70 ปีของแม่ในรัชสมัยพระองค์ท่านครองแผ่นดิน แม้แม่จะไม่ร่ำรวยแต่แม่มีชีวิตที่เป็นสุข ไม่เคยทุกข์ และไม่เคยอยู่ในอันตราย แม่อุทิศส่วนกุศลให้กับทุกชีวิตที่อยู่รายรอบเรา”

ในปีนี้แม่ก็สำเร็จไปแล้วทั้งมาราธอน และ 100 กม. ไม่มีปัญหา ณ วันนี้พอใจ เพราะได้ทำทุกอย่างที่อยากจะทำหมดแล้ว ต่อไปคือกำไร ความสุขของแม่วันนี้ แม่มีความสุขมากกับชีวิตในวัย 70 ปี ที่ร่างกายที่แข็งแรง มีลูกที่ประสบความสำเร็จอาจจะไม่ร่ำรวย ทุกวันนี้มีความสุข มีปัญญาหยิบยื่นให้ชาวบ้านบ้างตามกำลัง

สิ่งที่หญิงสูงวัยชื่อสุนิสา อยากจะบอกกับคนที่ตั้งใจอ่านหรืออ่านผ่านมาถึงตรงนี้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร คือ “อย่าทำหากคุณไม่ศรัทธา อย่าทำหากคุณคิดว่ามีข้อจำกัด” เพราะทุกคนจะเอาอย่างแม่ไม่ได้ แต่ละคนจะต้องสร้างร่างกายของตัวเองให้พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต้องมีจิตใจแน่วแน่ที่จะไปกับมัน

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: