เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา

Published August 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กรกฎาคม 2560 เวลา 07:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/506096

เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา

โดย…สมแขก

ที่พักเล็กๆ ในบรรยากาศร่มรื่น
มีจำนวนไม่กี่ห้องใน อ.เมือง จ.สงขลา ชื่อ “บ้านภูลิตา”
ที่สำคัญไปกว่าห้องพักและร้านอาหาร ภายในเนื้อที่แสนกะทัดรัดแห่งนี้
ยังมีศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา ที่แบ่งเนื้อที่ประมาณ 1 งาน
แต่กลับมีพืชสวนครัว ไม้ผล พืชผัก ทั้งแบบกระถางและไร้ดิน เลี้ยงปลา สาหร่าย
และอีกมากมาย
ใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่น้อยนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ออกแบบพื้นที่ทุกตารางเมตรให้ใช้สอยและครบปัจจัยด้านอาหารในการดำรงชีวิตประจำวัน
เน้นการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงการพึ่งตนเอง และที่สำคัญ
ที่นี่ปลอดสารเคมีจนได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ ในโครงการพัฒนา
เสริมสร้างแหล่งให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ
โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สนธิกาญจน์ วิโสจสงคราม
ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมไทยบ้านภูลิตาและประธานเครือข่ายอาหารสุขภาพอำเภอเมืองสงขลา
บอกว่า เดิมที่นี่เป็นที่จัดสรรเปิดให้คนภายนอกพื้นที่มาจับจองบ้าน ซึ่งมีกลุ่ม 3
จังหวัดชายแดนใต้ ย้ายมาอยู่ที่นี่จำนวนมาก เป็นสถานที่ที่ไม่มีวิถีชีวิตดั้งเดิม
คนไม่ค่อยทักทายกัน จึงคิดทำสถานที่เป็นที่พบปะชุมชน
และสร้างเป็นแหล่งนันทนาการสาธารณะให้คนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
และรู้จักกันมากขึ้น สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน
โดยใช้บ้านภูลิตาเป็นส่วนกลาง และภายในระยะเวลา 3 เดือน
คนที่อยู่ในพื้นที่นี้ก็ได้รู้จักกันทั้งหมด

รดา มีบุญ ผู้อำนวยการเกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา บอกว่า
นอกจากแนวคิดการผลิตเกษตรต้นน้ำปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์
นำวัตถุดิบทางการเกษตรมาปรุงอาหารตามหลักโภชนาการและบริการสู่ปลายน้ำหรือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย
ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เป็นที่พบปะและเรียนรู้ของคนในชุมชน
พ่อ แม่ ลูก ให้มีกิจกรรมร่วมกันเป็นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว
และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน บ้านภูลิตา

“พืชผักที่นี่ไม่ได้มีหน้าตาสวยงามเหมือนผักทั่วไป แต่สิ่งสำคัญ คือ
ปลอดสารพิษแน่นอน ผลผลิตที่ได้แม้จะไม่มากมายจนมีเหลือส่งขายตลาดภายนอก
แต่นำพืชผักมาใช้ภายในร้านอาหารของเราเอง เราเชื่อและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เรียนรู้เกษตรวิถีคนเมือง ในแนวคิดของศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา
พื้นที่น้อยนิด ผลผลิตทั้งปี ใช้ชีวิตและกินผักปลอดสารพิษ
ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกผักในบ้าน”

และภายใต้แนวคิด พื้นที่น้อยนิด ผลผลิตทั้งปี
ต่อยอดพื้นที่อันน้อยนิดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
และค่ายพัฒนาองค์ความรู้ให้เยาวชนและผู้สนใจหันมาปลูกผักกินเอง
“ในศูนย์การเรียนรู้ฯ มีฐานการเรียนรู้และสอดแทรกกิจกรรมมากมาย
เริ่มจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรคนเมือง การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชแนวตั้ง
การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ การปลูกพืชกลับหัวการทำกระถางรักษาความชื้น การทำสบู่
แชมพู ยาสระผม นำยาล้างจาน ฯลฯ ศูนย์การเรียนรู้ฯ
นี้เป็นรูปแบบของแปลงสาธิตเกษตรคนเมือง และแนวคิดของคนคอเกษตร
โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เกษตร
และเชิงนิเวศ” สนธิกาญจน์ อธิบาย

“เราอยากส่งเสริมให้เยาวชนภายใต้การปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่ให้หันมามองวิถีเกษตรพอเพียง
การให้ การแบ่งปัน และการเดินตามรอยเท้าพ่อและศาสตร์แห่งพระราชา และนำไปสู่
‘กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา’ ตั้งอยู่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา บนพื้นที่ 100 กว่าไร่
ที่เป็นลักษณะการพลิกฟื้นสวนยางพาราอันแห้งแล้งให้เป็นป่ายางที่อุดมไปด้วยแหล่งอาหาร
เน้นเกษตรปลอดสารพิษต้นน้ำของอาหารสุขภาพ โดยปลูกพืชในลักษณะการปลูกป่า 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้กิน ไม้ใช้สอย และไม้เศรษฐกิจ
ให้เกิดความหลากหลายของสังคมพืชและความหลากหลายทางชีวภาพ ประโยชน์ที่ 4
ก็จะสร้างความสมบูรณ์ในระบบนิเวศ ที่พึ่งพากันในพื้นที่กสิกรรม”

ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา กล่าวต่อว่า
กสิกรรมไทยบ้านภูลิตาเป็นการจัดการตามแนวคิดการสร้างสถานการณ์สมมติ
หากเกิดสงครามโลก หรือวิกฤตทางด้านอาหาร พลังงาน จะพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
โดยพึ่งปัจจัยภายนอกน้อยที่สุด
จึงทำให้การออกแบบพื้นที่ตอบโจทย์การพึ่งพาตนเองในปัจจัยด้านอาหาร โดยมี กสิกรรม
ปศุสัตว์ ประมง ปัจจัยด้านพลังงาน
โดยมีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในการผลิตปัจจัยอาหารเพื่อลดต้นทุนไฟฟ้า แก๊ส
โดยใช้โซลาร์เซลล์ เตาชีวมวล แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ปัจจัยด้านผลิต
สามารถลดต้นทุนโดยนำมูลสัตว์มาผลิตปุ๋ย การผลิตน้ำหมัก จุลินทรีย์
เพาะพันธุ์กล้าใช้เอง จนต่อยอดการสร้างชุดความรู้จากปัจจัยพึ่งพาตนเองทั้ง 3
ปัจจัยหลัก จึงเอื้อต่อการทำการตลาดแบบการดึงผู้คนเข้าเรียนรู้ เข้ามาท่องเที่ยว
ในเชิงท่องเที่ยวชุมชน การเปิดตลาดหน้าร้าน หน้าสวน การแปรรูปผลผลิต การเข้าค่าย
โฮมสเตย์ เป็นการสร้างอาชีพในชุมชน ฟื้นฟูระบบนิเวศชุมชน
และเป็นการต่อยอดสู่เครือข่ายชุมชน และสืบสานต่อเด็กเยาวชนคนรุ่นต่อๆ ไป
และสู่ความยั่งยืน

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: