วันเดอร์ วิว มากกว่าแว่นตาคืออนาคต

Published August 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 กรกฎาคม 2560 เวลา 12:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/504904

วันเดอร์ วิว มากกว่าแว่นตาคืออนาคต

เรื่อง สมแขก

เพราะสายตาไม่ได้เป็นเพียงหน้าต่างของหัวใจ แต่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เอาไว้เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ที่แสนมหัศจรรย์อีกด้วย “วันเดอร์ วิว” (Wonder View) โครงการที่เติมเต็มให้เยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตา กลับมามองเห็นโลกสว่างสดใสอีกครั้ง อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้แนวคิด “นับเราด้วยคน” ที่รณรงค์ให้คนไทยรับรู้และตระหนักถึงตัวตนของกลุ่มประชากรชายขอบที่ถูกละเลย เข้าใจถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่พวกเขาต้องเผชิญ และลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแบบ Inclusive Society หรือสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน

ในครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมมอบแว่นตาให้แก่นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาด้านสายตา ในโรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ จ.ตาก ซึ่งความบกพร่องทางสายตานับเป็นปัญหาที่สำคัญของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชายแดน ที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเรื่องทุนทรัพย์และโอกาสการเข้าถึง หรือพูดง่ายๆ ว่าในพื้นที่ไม่มีร้านแว่นตา ทำให้ลูกหลานของกลุ่มชาติพันธุ์และประชากรข้ามชาติในพื้นที่ไม่มีแว่นสายตาใส่ ซึ่งกลายเป็นปัญหาในการเรียนรู้ เนื่องจากมองไม่เห็นตัวอักษรบนกระดานดำในห้องเรียน ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางการศึกษา

สอดคล้องกับผลการสำรวจสุขภาวะของเด็กวัยเรียน ในกลุ่มที่อาศัยในเขตชายแดนของโรงพยาบาลพบพระ ที่ระบุว่า นอกจากโรคระบาด คอตีบ มาลาเรีย และขาดสารอาหาร ในขณะที่เด็กในเมืองมีภาวะโภชนาการเกิน หรืออ้วนกว่า 15% แต่ในพื้นที่ห่างไกลมีเด็กอ้วนเพียง 2% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบว่ากว่า 10% มีปัญหาด้านสายตา ขณะที่เชาวน์ปัญญาโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ (IQ 90)

ธารินี ศิริวัลย์ หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลพบพระ จ.ตาก กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์สาเหตุแล้ว ส่วนหนึ่งของระดับเชาวน์ปัญญาโดยเฉลี่ยของเด็กชายแดนต่ำกว่าเกณฑ์ หรือ IQ 90 มาจากปัญหาด้านสายตา ทางโรงพยาบาลและโรงเรียนจึงหารือกันเพื่อหาทางช่วยเหลือ พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยความเหลื่อมล้ำดังกล่าวสะท้อนถึงอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ อันเนื่องมาจากอุปสรรคทางภาษา การเข้าถึงข้อมูล ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคมอื่นๆ จึงเกิดผลเสียระยะยาวตามมา

วีระพล จันทบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านพบพระจ.ตาก บอกว่า โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 1,412 คน จากการสำรวจนักเรียนชั้น ป.1-ม.3 พบว่า มีนักเรียนที่มีปัญหาสายตาสั้นจำนวน 65 คน แต่มีนักเรียนเพียง 11 คน เท่านั้นที่มีแว่นสายตา เนื่องมาจากส่วนหนึ่งไม่รู้มาก่อนว่ามีปัญหาเรื่องสายตา และเด็กอีกจำนวนหนึ่งมีความขาดแคลน และมีฐานะยากจน ทำให้ไม่สามารถตัดแว่นสายตาใส่ได้ การที่โรงพยาบาลพบพระ และ สสส. เข้ามาให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ จึงเป็นการช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก และเป็นจุดเริ่มต้นที่จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ใน จ.ตาก ซึ่งมีปัญหาคล้ายคลึงกัน

ขณะที่ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสริมว่า ปัญหาเรื่องแว่นตาในโรงเรียนเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง และประชากรข้ามชาติในประเทศไทย ยังประสบกับปัญหาการเข้าไม่ถึงระบบบริการสุขภาพที่ปลอดภัยและเป็นมิตร

“สสส. ร่วมกับ มูลนิธิฟอร์เวิร์ด จัดทำโครงการ วันเดอร์ วิว มากกว่าแว่นตา คืออนาคตที่สดใส ภายใต้แนวคิด ‘นับเราด้วยคน’ เพื่อสื่อสารให้สังคมไทยรับรู้และตระหนักถึงตัวตนของกลุ่มประชากรชายขอบที่ถูกละเลย มองเห็นปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่ชัดขึ้น เห็นช่องว่างและความเหลื่อมล้ำที่พวกเขาได้รับ พร้อมเปิดโอกาสและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแบบไม่ทอดทิ้งกัน โดยครั้งนี้มีผู้ที่ร่วมบริจาคแว่นตามือสอง 62 อัน และเงินสมทบทุนซื้อแว่นตา 97,140 บาท เพื่อมอบให้กับเด็กๆ โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ และนักเรียนใน โรงเรียนอื่นๆ ตามบริเวณแนวชายแดนและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งสรุปแล้วได้มอบแว่นตาให้กับเด็กๆ ไปแล้วจำนวนกว่า 100 อัน” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ด้าน บิณฑ์-ธานินทร์ โชคชัยเจริญพร ตัวแทนของมูลนิธิฟอร์เวิร์ด กลุ่มคนทำงานอาสารุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาอาชีพที่สนใจและรวมตัวกันทำงานเพื่อสังคมมาก่อนหลายปี ก่อนจะจัดตั้งเป็นมูลนิธิในปัจจุบัน เล่าว่า ความตั้งใจเดิมคือต้องการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาหนึ่งช่องทาง คือเป็นแอพพลิเคชั่นที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมแหล่งทำความดี หรือโครงการดีๆ จับคู่ผู้ให้กับผู้รับมาเชื่อมกัน

“มูลนิธิของเรามีพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (หรือ ท่าน ว. วชิรเมธี) เป็นที่ปรึกษา ท่านจุดประกายให้ความคิดเล็กๆ ของพวกเรามันใหญ่ขึ้น แรกเริ่มเดิมทีเราก็คิดว่าเราทำแอพขึ้นมา หนึ่งชิ้น เพื่อจับคู่ผู้ให้กับผู้รับมาเชื่อมกัน แต่พอเล่าให้ท่านฟัง ท่านก็แนะนำให้มาทำมูลนิธิ และทำให้เรามีเครือข่ายที่มากขึ้น ซึ่งประเด็นเรื่องแว่นตาสำหรับน้องๆ ครั้งนี้ก็เกิดจากกลุ่มของเราได้หารือกับ สสส. เพื่อขอทุนสนับสนุนการสร้างศูนย์กลางตัวนี้แหละ จึงได้รู้ว่าควรจะมีโครงการดีๆ ที่เป็นต้นแบบสักหนึ่งโครงการ ซึ่งเราได้ทราบประเด็นปัญหาของเยาวชนใน อ.พบพระ เลยเลือกจับปัญหาที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ ดึงตัวนี้มาเป็นโครงการต้นแบบ เพื่อจุดประกายให้คนอื่นๆ ในวงกว้างได้รับรู้เรื่องราวตรงนี้ได้เข้ามามีส่วนร่วม” ธานินทร์ เล่า

ทำไมจึงเริ่มที่ อ.พบพระ ผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายตอบว่า นอกจากปัญหาของการเข้าถึง เช่น ใน อ.พบพระ ไม่มีร้านแว่นตา หากต้องการตัดแว่นต้องเดินทางเข้าเมืองแม่สอดเพื่อไปตัดแว่น ซึ่งโดยเฉลี่ยต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-4,000 บาท สำหรับแว่น และไม่รวมค่าเดินทางไปและกลับ ซึ่งค่อนข้างสูง

ธานินทร์ บอกอีกว่า ประเด็นเรื่องการมองไม่ชัด หรือการสื่อสารเรื่องแว่นตา ทำความเข้าใจกับคนทั่วไปได้ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว “ตอนที่ผมฟังเรื่องประเด็นนี้ครั้งแรกจากคุณหมอที่โรงพยาบาลพบพระ มีเด็กที่เสี่ยงต่อสติปัญญาต่ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งหลังติดตามผลอยู่นาน จึงทราบว่าเด็กที่เข้าข่ายส่วนใหญ่เป็นเด็กที่สายตาสั้นมาก แต่ถูกทดสอบด้วยข้อสอบมาตรฐาน เขาเรียนไม่ได้เพราะอ่านหนังสือไม่เห็น แต่ต้องมานั่งเรียนรวมกัน

เด็กบางคนกว่าจะรู้ตัวว่าสายตาสั้นก็อาการหนักแล้ว แต่สำหรับเด็กบางคนที่มีเงิน พ่อแม่ดูแลใกล้ชิดก็สามารถรู้ปัญหาได้ไว และตัดแว่นหรือแก้ไขปัญหาได้ทัน”

ผู้จัดการโครงการวันเดอร์ วิว กล่าวอีกว่า ปัญหาตรงนี้แก้ไขได้ ที่สำคัญสามารถถอดความเพื่อไปบอกกับคนอื่นๆ ต่อได้ พอเล่าคอนเซ็ปต์นี้ให้กับศิลปินที่มีจิตใจอาสา ก็มีการส่งแว่นมาเพื่อร่วมประมูล นำเงินทุนมาสนับสนุนโครงการให้เป็นรูปธรรม

“หลังจากส่งมอบแว่นแล้ว เราจะเห็นภาพรวม เห็นประเด็นปัญหาที่ชัดเจนขึ้น แก้ไขไปได้หนึ่งจุด และนำเรื่องของวันนี้ไปขยายความต่อ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นภาพว่ามีเรื่องที่พวกเรายังช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกันได้ ซึ่งมีอีกหลายที่ในเมืองไทยที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน และกำลังรอให้ทุกคนเข้ามาร่วมแก้ไข มีอะไรที่สามารถให้ได้ก็ช่วยเหลือกัน” ธานินทร์ กล่าว

หากสนใจร่วมบริจาคแว่นตา หรือสมทบทุนให้กับโครงการวันเดอร์ วิว สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ มูลนิธิฟอร์เวิร์ด Facebook.com/Forward Foundation Thailand อีเมล info@forwardthailand.org หรือติดต่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิ โทร. 09-2204-5995 n

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: