เกษตรอินทรีย์มีความหมาย มณีกาญจน์ บุญส่ง

Published August 12, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กรกฎาคม 2560 เวลา 08:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/504752

เกษตรอินทรีย์มีความหมาย มณีกาญจน์ บุญส่ง

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : บ้านไร่บุญส่ง

ชีวิตอยากช้า แม้ปัจจุบันจะยังช้าไม่(ค่อย)ได้อย่างที่ใจอยาก แต่ก็เป็นชีวิตที่มีความสุข มณีกาญจน์ บุญส่ง หรือ มินท์ วัย 29 ปี เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เดินหน้าโครงการเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่เรียนจบ รู้ทั้งรู้ว่าเกษตรปลอดสารไม่ง่าย แต่ก็เป็นหนทางที่เลือกแล้ว…ใช่แล้ว!

“นับหนึ่งจากการทำปุ๋ยหมักเอง จากนั้นก็ศึกษาในทางเกษตรอินทรีย์ลึกเข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งได้เข้าร่วมกับโครงการสวนผักคนเมืองในปี 2554 ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่และเป็นปีที่เรียนจบพอดี” มินท์ เล่า

ในชั้นแรกเกือบไม่ได้เข้าโครงการเพราะสวนผักคนเมืองเมื่อเริ่มต้นเปิดโอกาสให้เฉพาะเกษตรกรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น หากที่สุดเธอก็ได้เข้าร่วม “สวนผักคนเมืองปี 2” เรียนรู้วิถีเกษตรปลอดภัย ต่อมายังได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดจากอีกหลายฝ่าย มีปูนซิเมนต์ไทยและธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น

“ได้เรียนรู้ความหมายของเกษตรอินทรีย์ และซาบซึ้งกับความหมาย ได้ตระหนักว่าภาคเกษตรไทยใช้สารเคมีเยอะมากเหลือเกิน ไม่แปลกใจที่เราได้เห็นผู้ป่วยมากมายจากผลกระทบในเรื่องนี้”

แม้กระทั่งยายแท้ๆ ของมินท์ ก็ได้รับผลกระทบจากนาที่ทำ ยายป่วยเป็นมะเร็ง เรื่องนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมินท์ จากที่เคยทำนาแบบคนรุ่นเก่าที่ใช้ที่เชื่อในสารเคมี กระทั่งยายมาเสียชีวิตลงนี้ ก็คิดว่าจะทำแบบเดิมไม่ได้อีก

อุปสรรคแรก คือ แม่และพ่อ ที่มองเธอเป็นลูกผู้หญิง ไม่คิดและไม่อยากให้ลูกสาวมาเป็นชาวนาเหมือนพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แต่เพราะความชอบส่วนตัว มินท์ตัดสินใจเป็นเกษตรกรและขอเป็นเกษตรกรทางเลือกที่ไม่ใช่สารเคมี แต่รู้หรือไม่ความชอบส่วนตัวฉันอยากเป็นชาวนานี้ กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายไป

มินท์จบปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ สถาบันราชภัฏราชมงคลพระนคร เป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ากรุง มาเรียนหนังสือมาเช่าหอพัก อยู่อาศัยในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เรียกว่าห้อง พร้อมกับเพื่อนนักศึกษาที่แชร์ค่าห้องร่วมกันอีก 4 คน ห้องที่แคบก็ยิ่งแคบ

ถึงเย็นวันศุกร์จะรีบกลับบ้านที่ราชบุรี เพราะทนอยู่ในห้องแคบๆ ไม่ไหว ในใจคิดถึงแต่บ้าน คิดถึงภาพวัยเด็กที่นอนดูดาวหางที่นอกชาน ไม่เห็นดาวหางก็เฝ้ามองหิ่งห้อย กลางวันหนีไปนอนเล่นในโคลน กลับบ้านราชบุรีทุกอาทิตย์ก็เพราะอย่างนี้ เพราะต้องการไปสูดอากาศ ต้องการไปไกลๆ จากกรุงเทพฯ ที่ทุกอย่างรีบเร่ง จะทำอะไรก็ต้องคิดต้องคำนวณ วางแผนในทุกเรื่องทุกสิ่ง

“จะไปไหนก็ต้องกะเวลาให้แม่น ขึ้นรถกี่ทอดๆ ไปถึงกี่โมงๆ คำนวณทุกอย่างทั้งเรื่องเวลาและเงินในกระเป๋า รู้สึกไม่มีความสุข วิตกกังวลตลอดเวลา เงินทองก็จำกัด ใช้ชีวิตรีบเร่งแบบนี้ ไม่ชอบ รู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าเราคงใช้ชีวิตรีบๆ เร็วๆ แบบนี้ไม่ได้” มินท์ เล่า

ทันทีที่เรียนจบก็ตกลงใจกลับบ้านเกิด ไปใช้ชีวิตที่บ้านซึ่งเติบโตมา พ่อมีที่ดิน 10 ไร่ แบ่งมาให้ทำอินทรีย์ 3 ไร่ในช่วงแรก หากโจทย์ก็ยังยากถ้าอยากจะทำอินทรีย์แบบ 100% หนทางต้องฟันฝ่ายิ่งใหญ่ ราชบุรีเป็นถิ่นอุตสาหกรรม ความเจริญรุกเข้าไปมาก การรวมกลุ่มเกษตรกรในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องยากตาม มินท์ใช้หลักว่าเริ่มต้นที่ตัวเอง ไม่บีบบังคับใคร หากดำรงอยู่ด้วยตัวของตัวให้เป็นวิถี ใครอยากตามมา เขาตามมาเอง

“คนที่ตามมา” คือ เกษตรกรในละแวกใกล้เคียง มินท์ใช้คำว่า “ป้าๆ น้า” มีอยู่ 3-4 เจ้า ซึ่งก็ใช้หลักเดียวกัน คือ อยากกินอย่างไรก็ปลูกอย่างนั้น เหลือกินก็ขาย จัดจำหน่ายแบบบ้านใกล้เรือนเคียง วิถีอยู่ง่ายกินง่ายได้ผล เพราะเป็นวิถีเรียบง่ายที่พิสูจน์ได้ด้วยความสุขและความสบายใจ

“เหลือกินก็ขาย เหลือขายก็กิน ตอนนี้มินท์ทำร้านโชห่วยง่ายๆ เปิดที่หน้าบ้าน วางขายทุกอย่างที่เป็นผลผลิตจากไร่ ปรากฏว่ามันขายดีมาก เพราะทุกคนในพื้นที่รู้ว่าเราทำปลอดสาร เขาแห่กันมาซื้อไม่ใช่เพราะปลอดภัยอย่างเดียว แต่เพราะผักผลไม้ปลอดสารจะหวานธรรมชาติ อร่อยกว่าใช้เคมีเยอะ”

มินท์ บอกว่า สไตล์ของเธอจะไม่รวมกลุ่มใหญ่ เพราะควบคุมยาก บางคนมารวมกลุ่มเพื่อใช้ประโยชน์จากชื่อเสียง ใช้ประโยชน์ด้านการตลาด แต่กลับกลายว่าแอบแฝงมา จับได้ภายหลังว่าใช้สารเคมี อย่างนี้ก็ไม่ไหวจะเคลียร์ ขอค่อยๆ ทำและค่อยๆ ไปแบบกลุ่มเล็กๆ เท่าที่เป็นอยู่นี้ไปก่อน

ปัจจุบันผลผลิตไร่บุญส่ง นอกจากจะวางขายหน้าบ้านกำละห้ากำละสิบแบบพรึ่บเดียวหมดแล้ว (ฮา) ก็จะเข้ามาจัดจำหน่ายที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ในกรุงเทพฯ เดือนละ 1 ครั้ง ผลิตภัณฑ์คือผักปลอดสารพิษ และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุม ฯลฯ ชีวิตตอนนี้มีความสุข เป็นชีวิตที่ไม่มีอัตราเร่งความเร็ว ได้อยู่กับธรรมชาติและเกษตรวิถีที่เลือก (fb:maneekan boonsong)

“ถ้าอยากได้กำลังใจ มินท์ให้หมด อยากได้การสนับสนุนหรือองค์ความรู้ มินท์ก็ให้ ขอเชิญที่ไร่บุญส่ง บ้านโป่ง ราชบุรี ที่ผ่านมาผลักดันเกษตรกรที่อยากปลูกอินทรีย์ไปหลายคนเหมือนกัน ก็เป็นอะไรที่ภูมิใจนะ คิดว่าเราเองเคยเป็นเด็ก เคยได้รับความรักความเมตตาจากผู้ใหญ่ เคยได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ มาถึงวันนี้เราอยากให้โอกาสคนอื่นบ้าง”

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: