คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี เล่าถึงความประทับใจที่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท

Published August 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/264318

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นบุคคลที่โชคดีอีกคนหนึ่ง สำหรับ “คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี” เพราะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อถวายงานในโอกาสต่างๆ ทางรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ช่วง Focus On พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” เรียนเชิญมาพูดคุยด้วยถึงความประทับใจที่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี เล่าว่า “ต้องบอกว่าโชคดีที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระองค์ ตั้งแต่ค่อนข้างจะเด็กนะคะ ตอนนั้นก็มีโอกาสได้ติดตามคุณพ่อคุณแม่(จอมพลถนอม-ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร)ไป ก็ไปเข้าเฝ้าฯ ตามงานพระราชพิธีบ้าง แต่ว่าเป็นงานส่วนพระองค์ ก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ตอนนั้นอยู่ม.8 สมัยนี้จะเป็น ม.6 ตอนนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมแสดงในบัลเลต์ชุดมโนราห์นานมากเมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว

ตอนนั้นเรียนอยู่ ม.8 ก็มีงานกาชาด สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจัดบัลเลต์ชุดมโนราห์ เพื่อแสดงในงานกาชาด หาทุนให้สภากาชาดไทย โดยที่โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารมาร่วมแสดง นักแสดงก็จะมีที่เป็นศิษย์ของคุณหญิงเดม่อน(คุณหญิงเจเนเวียฟ เลสปันยอลเดม่อน) อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกหลานของข้าราชบริพาร ตอนนั้นแสดงเป็นโลตัสเป็นบัวหลวงที่พิเศษมากเพราะว่าการแสดงชุดนี้เวลาที่ซ้อมจะไปซ้อมที่พระที่นั่งอัมพรสถาน และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทอดพระเนตรการซ้อมด้วยพระองค์เองทุกครั้ง พร้อมกับทรงติชม

ยิ่งกว่านั้นก็คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ทรงซ้อมดนตรี เพราะว่าเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งไพเราะมากเลย เรียกว่าเป็นแบบคลาสสิกเลย ก็เลยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทบ่อยมาก และก็ได้เห็นพระราชจริยวัตร ได้เห็นพระเมตตาของทั้งสองพระองค์ ใครจะทำผิดอะไรต่ออะไร ก็จะทรงมีพระเมตตา ทรงตักเตือนด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้ม ทำให้สบายใจ

ตอนหลังๆ พอมาเรียนอยู่จุฬาฯ แล้ว จะมีเสด็จฯ มาทรงดนตรีในวันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันที่นิสิตจุฬาฯในยุคนั้นตื่นเต้นดีใจและก็รอกัน ตอนนั้นเป็นนิสิตปี 1 ใส่รองเท้า ถุงเท้าขาว ไปเรียงแถวเข้าเฝ้าฯรับเสด็จ แต่ยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ มาตอนหลังๆก็จะไปเข้าเฝ้าฯ ทุกปี

แต่ว่าพอปี 2 ปี 3 ก็จะมีโอกาสได้เข้าไปในหอประชุมแล้ว ยิ่งมาถึงตอนปี 5 ตอนนั้นเป็นนายกชมรมนิสิตก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิด ได้มีโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยและก็ได้มีโอกาสได้ขึ้นไปถวายงานบนเวทีด้วย ขึ้นไปถวายพระสุธารส ถวายอะไรต่ออะไรแบบนี้ คือวันทรงดนตรี จะเป็นวันพิเศษสุดของชาวจุฬาฯ

วันที่เสด็จฯ จุฬาฯ ในวันทรงดนตรี นอกจากจะได้ถวายพระสุธารสแล้ว ยังได้ร่วมร้องเพลงเป็นเพลงหมู่ ในหอประชุม แต่ก็มีบางท่านที่มีโอกาส อย่างเช่น หญิงน้อง-ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ เพราะว่าเธอเป็นวงซียูแบนด์ ตอนหลังก็โปรดเกล้าฯ ให้มาอยู่ อส. หญิงน้องก็จะได้ถวายเพลง แต่พวกเราคือฟังนี่ก็ปลื้มแล้ว ยิ่งตอนเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ แล้วเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่ได้ยินมันขนลุก คือมันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ แล้วยิ่งต่อหน้าพระพักตร์ ผู้ที่พระราชทานเพลงนี้ด้วย มันก็ยิ่งตื้นตันมากขึ้นไปอีก

คือทั้งสองพระองค์ทรงพระสำราญมาก แย้มพระสรวลทั้งสองพระองค์เลย ซึ่งทำให้พวกเราปลาบปลื้มหาที่สุดไม่ได้เลย และก็เวลามันเหมือนกับผ่านไปอย่างเร็วมาก คือไม่รู้สึกหิว ไม่รู้สึกอยากที่จะออกไปไหนเลย อยากจะอยู่ในนั้น แล้วตอนที่เสด็จฯ กลับเคยได้เห็นภาพที่นิสิตจุฬาฯ เข็นรถพระที่นั่ง โดยพวกผู้ชายก็จะเข็น เราพวกผู้หญิงก็จะวิ่งตามไปส่ง

นอกจากความประทับใจในเรื่องของทรงดนตรีแล้ว ในฐานะอาจารย์เก่า นิสิตเก่า ยังมีความประทับใจตรงที่เคยเสด็จพระราชดำเนินที่คณะสถาปัตย์ ทอดพระเนตรนิทรรศการ อันนั้นก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ที่จริงแล้วอาจารย์จะได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิดหน่อย แต่ว่าพวกเราก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จเป็นคณะที่โชคดีหน่อย เพราะว่าเราจะมีนิทรรศการจัดแสดง มีงานฝีมือที่เราทำกันอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม แล้วก็เรามีคณะศิลปกรรมด้วยมีภาพวาดต่างๆ ที่จะโชว์ในนิทรรศการได้บ่อยๆ

ทีนี้ถ้าพูดถึงจุฬาฯ แล้ว ขอพูดรวบรัดไปถึงบรรยากาศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ครบ 100 ปี จุฬาฯ ตอนที่มีการแสดงที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อจุฬาฯ ทุกพระองค์ มันเป็นสิ่งที่บางทีเราก็ลืมๆ เรื่องก่อนๆ ฟังแล้วมันซาบซึ้งมาก รู้สึกว่าทั้งสามพระองค์ที่จริงแล้ว รวมทั้งพระองค์อื่นด้วย มีพระมหากรุณาธิคุณต่อจุฬาฯ อย่างล้นเหลือ คือสุดจะบรรยาย

ในวันงานวันนั้นดูแล้วยิ่งรักยิ่งเทิดทูน ยิ่งจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9และพระราชวงศ์จักรีอย่างสุดที่จะคณานับประมาณได้คือพวกเราทราบถึงรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันนี้พวกเราทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ยังมีพระองค์อื่นอย่าง สมเด็จพระราชบิดา, ทูลกระหม่อมจักรพงษ์, รัชกาลที่ 7 ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเรามากเช่นกัน”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: