โอ๊คยิ่งตอบโต้ยิ่งเข้าเนื้อ เก็บภาษีตระกูลชินส่อบานปลาย

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/260913

วันเสาร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

หนุ่มโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ไม่น่าจะออกอาการเหมือนสติแตกด้วยการตอบโต้กรณีที่รัฐบาลยุคปฏิรูปปราบโกงรู้ทันแก้เกมไม่ให้เสียค่าโง่การเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นจากตระกูลชินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ก่อนที่คดีจะหมดอายุความในสิ้นเดือนนี้ เพราะยิ่งตอบโต้ก็ยิ่งเข้าเนื้อ

นายพานทองแท้ โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวมีใจความว่า การพิจารณาดำเนินการเอาผิดสามารถกระทำได้ 2 กรณีคือ กรณีที่ 1 ถ้าการที่คุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก)ขายหุ้นให้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ศาลพิจารณาว่าเป็นเรื่องการซื้อ-ขายจริงเท่ากับว่าหุ้นนั้นตกเป็นของตนเองแล้ว เมื่อซื้อมาที่ราคาต่ำขายไปราคาสูงกว่า เมื่อมีกำไรจากการขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯหากจะฟ้องร้องเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นครั้งนั้นก็พอจะรับฟังได้ เพราะศาลได้ชี้ว่ามีการซื้อ-ขายกันจริง แต่หากพิจารณาออกมาในทางนี้ก็ถือว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของตนเอง ไม่ใช่ของพ่อกรณีดังกล่าวก็จะยึดทรัพย์คุณพ่อ 46,000 ล้านบาท ไม่ได้นั่นคือกรณีที่ 1 ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริงเพราะศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณพ่อไปเรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ 2 เรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ 8 ปีที่แล้วที่ศาลพิจารณาว่าคุณพ่อไม่ได้ขายหุ้นนั้นให้กับตนเอง และตีความว่าหุ้นดังกล่าวนั้นยังคงเป็นของคุณพ่อผมอยู่ ศาลจึงได้ตัดสินให้ยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ไปตรงนี้แสดงว่า ในแนวทางการวินิจฉัยนั้นสรุปว่ามิได้มีการซื้อขายที่เป็นมูลเหตุให้ต้องเสียภาษีเลย ทรัพย์สินก็ถูกยึดไปตามจำนวนที่ศาลได้พิจารณาว่าเหมาะสมในการเอาผิดแล้ว เรื่องนี้มันจบไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้มีคำตัดสินไปในแนวทางที่ไม่มีการซื้อ-ขาย ไม่มีการเรียกภาษีกันแล้ว และมีการเอาผิดไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการยึดทรัพย์ไปเป็นจำนวนมหาศาลถึง 46,000 ล้านบาท

อยู่ๆ มาวันนี้รัฐบาลยังต้องการเอาอะไรจากครอบครัวผมอีก ตกลงความหมายของคำว่าปรองดองในมุมมองของรัฐบาลนี้คือการทำลายล้างฝ่ายที่ถูกตัวเองยึดอำนาจมาให้สิ้นซาก กระทืบกันให้จมดินเพื่อจะได้เหลือแต่พวกเดียวกันจะได้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น หรือการปรองดองหมายถึงการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขกันแน่ครับ”

จากคำชี้แจงของ นายพานทองแท้ อาจสร้างความสับสนเข้าใจผิดซึ่งสังคมต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เพื่อไม่ให้ความจริงถูกบิดเบือนโดยในประเด็นแรก นายพานทองแท้ พยายามจะทำให้สังคมเชื่อว่าการซื้อ-ขายหุ้นที่ส่อไปในทางเป็นนิติกรรมอำพรางระหว่าง นายทักษิณ ให้กับตัวเองเป็นการซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯซึ่งไม่ต้องเสียภาษี แต่ในความเป็นจริงก็คือรัฐบาลไม่ได้เรียกเก็บภาษีหุ้นที่ขายให้บริษัทเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เป็นการเรียก เก็บภาษีจากการซื้อ-ขายหุ้นที่มีการซ่อนกลเล่นแร่แปรธาตุระหว่างพ่อลูกตระกูลชินนอกตลาดหลักทรัพย์ฯก่อนที่จะขายให้เทมาเส็ก

โดย นายทักษิณ ได้เล่นแร่แปรธาตุขายหุ้นของตัวเองในคราบของบริษัทแอมเพิลริชซึ่งไปจดทะเบียนจัดตั้งอยู่ที่เกาะฟอกเงินบริติชเวอร์จิ้นให้ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา คนละ 164.6 ล้านหุ้น หุ้นละแค่ 1 บาท ขณะที่ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯขณะนั้นสูงถึงหุ้นละ 49.25 บาท จึงเกิดส่วนต่างกำไรถึงหุ้นละ 48.25 บาท ซึ่งส่วนต่างกำไรจากการซื้อ-ขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯนี่ต่างหากที่ทางการเรียกเก็บภาษีเพราะถือเป็นรายได้พึงประเมิน ซึ่งคนไทยทั้งประเทศที่มีเงินได้พึงประเมินก็ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน

ส่วนประเด็นเก่าซ้ำซากที่อ้างว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ของ นายทักษิณ ไปแล้วยังจะมาเก็บภาษีอะไรกันอีก ซึ่งความจริงเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง เพราะที่ศาลฎีกาตัดสินยึดทรัพย์นั้นเป็นเรื่องที่ นายทักษิณ ถูกฟ้องร้องว่าร่ำรวยผิดปกติและยึดทรัพย์ นายทักษิณแค่ 46,000 ล้าน โดยไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินที่เหลือของนายทักษิณ ที่คาดว่าจะมีหลายแสนล้านบาท อีกทั้งการยึดทรัพย์ นายทักษิณ ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเก็บภาษีจากการซื้อ-ขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯที่เกิดผลกำไรอันเป็นเงินได้พึงประเมิน

การที่ นายพานทองแท้ พยายามชักแม่น้ำทั้งห้าอ้างว่าการซื้อ-ขายหุ้นชินคอร์ปทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายขอให้กลับไปดูคำตัดสินของศาลอาญาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2559 ในคดีดำ อท.43/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตรมช.คลัง ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรรวมทั้งบุคคลภายนอกอีก 4 คน ประกอบด้วย น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดและเลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ โดยศาลอาญาตัดสินให้ลงโทษจำเลยที่ 1-4 ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 3 ปีส่วนจำเลยที่ 5 ให้จำคุก 2 ปี ฐานให้การสนับสนุน

สำหรับ นางเบญจา ในเวลาต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นรมช.คลังยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

ทั้งนี้คำพิพากษาศาลอาญาชี้ว่าจำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อไม่ให้ นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ต้องเสียภาษีอากรหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสียและได้รับประโยชน์ที่มิควรโดยชอบด้วยกฎหมายจากการที่ นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทาซื้อหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี 2549 คนละ 164.6 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาทถือได้ว่า นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาเป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา 39 มีหน้าที่ต้องเสียภาษีส่วนต่างราคาหุ้นคนละ 7,941,950,000 บาท ซึ่งการกระทำนั้นทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและราชการเสียหาย

จากคำพิพากษาของศาลอาญาที่ลงโทษขบวนการเอื้อประโยชน์ในการเรียกเก็บภาษีจากตระกูลชินดังกล่าวจึงน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน ส่วนข้อข้องใจของนายพานทองแท้ที่ว่ายังต้องการอะไรจากตระกูลชินอีกและสวนทางกับนโยบายปรองดองนั้น คำตอบก็คือรัฐไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากเงินรายได้ของแผ่นดินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ส่อถูกเบียดบังด้วยวิธีการเล่นแร่แปรธาตุทั้งๆที่ความจริงสมควรตกเป็นของแผ่นดินมานานแล้วและการเรียกเก็บภาษีอันชอบธรรมที่รัฐพึงได้ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องการสร้างความปรองดอง

ดังนั้นยิ่งนายพานทองแท้ยิ่งออกมาตอบโต้ก็ยิ่งเข้าเนื้อบานปลายเพราะล่าสุดนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ออกมาจี้ให้รัฐบาลเรียกเก็บภาษีนายพานทองแท้และน.ส.พินทองทาอีก 2.2 หมื่นล้านบาท ในฐานะที่เป็นกรรมการบริษัทแอมเพิลริชเพราะมีรายได้ทั้งจากการซื้อ-ขายหุ้นรวมทั้งเงินปันผล

ทีมข่าวการเมือง

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: