โกงฝังลึกไทยแลนด์“โคม่า”ในสายตานานาชาติ : ตัวเร่งผ่าตัด สกัดเชื้อชั่ว

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/845522

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ห้วงสัปดาห์แห่งความสุขในเทศกาลตรุษจีน เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยความคึกคัก

คนไทยเชื้อสายจีนได้เวลาพัก กิน เที่ยว แจกอั่งเปา ฉลองตามประเพณี

ขณะที่บรรยากาศการเมืองก็ยังเดินไปตามกระบวน การโรดแม็ป ภายหลังรัฐบาลได้รับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญคืนมาเพื่อแก้ไขตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

ตามขั้นตอนจะมีการนัดประชุมคณะกรรมการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบเวลาในการแก้ไขจนนำขึ้นทูลเกล้าฯเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้

ส่วนที่รัฐบาล คสช.กำลังเร่งเครื่องเดินหน้าก็คือเรื่องของการปรองดอง

ล่าสุดอยู่ในขั้นของการตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ปรับแก้ไข โดยเน้นโครงสร้างให้มีนักวิชาการด้านพลเรือน ทั้งสายนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รวมทั้งสายอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วม

ให้เกิดความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะทหาร

โดยดำเนินการคู่ขนานไปกับภาพใหญ่ของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่อยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างและวางตัวบุคคลเข้าเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ

ยังอยู่ระหว่างจัดระบบให้เข้าที่เข้าทาง

และนั่นหมายถึงกระบวนการกำหนดรูปแบบพิจารณาเนื้อหาของการปรองดอง จะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อคณะกรรมการ ชุดทำงานครบองค์ประกอบเรียบร้อยก่อน

ตอนนี้ที่โยนหินกันออกมา ไม่ว่าจะข้อเสนอของทีมงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือสูตรของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมทั้งข้อท้วงติงของนักการเมือง

ยังเป็นแค่แนวคิดที่ฟุ้งกระจาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันแล้ว ต้องให้ได้เนื้อได้หนังภายในกำหนด 3 เดือน

“พี่ใหญ่” ออกแรงลุ้นสร้างผลงานประวัติศาสตร์เต็มกำลัง

ในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. แสดงท่าทีมั่นอกมั่นใจ ไม่ได้ยี่หระ หากมีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคไม่เข้าร่วมในการกระบวนการปรองดอง ก็ช่วยอะไรไม่ได้

เพราะ คสช.ให้ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย

พูดเป็นนัย “ล็อกคอ” นักการเมืองที่เป็นโจทย์ปัญหาหลักของการปรองดอง ถ้าไม่มองประเทศชาติและประชาชนอยู่ในสายตาว่าจะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไรให้ทันต่อสถานการณ์โลก

อนาคตก็ไม่ควรเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาล

ตามอาการสะท้อนเงื่อนสถานการณ์ปรองดองที่ทหารกุมความได้เปรียบไว้แทบทุกประตู อ่านเกมรู้ทาง นักการเมืองยังไงก็โหยหาการเลือกตั้ง อยากกลับมาทวงอำนาจเป็นรัฐบาล

ถ้ายังยึกยักไม่ร่วมวง ทหารก็ได้โอกาสลากยาวอำนาจพิเศษออกไป

นี่คือ “ไม้ตาย” ที่จะทำให้ปรองดองรอบนี้ เข้าใกล้ความจริงมากกว่ารอบที่ผ่านมา

เรื่องของเรื่อง จับทางแต่ละขั้วขัดแย้งที่สะท้อนท่าที ยื่นสารพัดเงื่อนไขต่างๆนานา มันก็แค่ลีลาการต่อรองผลประโยชน์ให้เข้าทางตัวเองมากที่สุด

นี่แหละคือจุดที่เป็นปมติดขัดของปรองดองอย่างแท้จริง

สรุปได้เลย “ผลประโยชน์” คือที่มาของวิกฤติเมืองไทย ต้องนำไปสู่การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่

เรื่องของเรื่อง ในขณะที่กระบวนการปฏิรูปและการปรองดองกำลังติดเครื่องเดินหน้ารอบใหม่ และพอจะเริ่มเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์

มันยังไม่วายมีปมร้อนฉาวๆแทรกเข้ามา

กรณี “สินบนข้ามชาติ” จากการที่บริษัท โรลส์รอยซ์ ยักษ์ใหญ่วง การเครื่องยนต์ของโลก ได้แถลงขอโทษต่อสาธารณชน ภายหลังจากยอมจ่ายค่าปรับ 497 ล้านปอนด์ ให้กับสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ และอีก 141 ล้านปอนด์ให้กระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา

แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหาติดสินบน จ่ายเงินใต้โต๊ะใน 7 ประเทศ คือ จีน อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย

รวมถึงประเทศไทยที่มีมูลค่าสินบนอยู่ที่ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,300 ล้านบาท

ในการจัดซื้อขายเครื่องยนต์ให้กับบริษัทการบินไทยฯ และยังลามถึงบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

โดยเหตุเกิดระหว่างปี 2534-2548 คาบเกี่ยวมาตั้งแต่ยุครัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลทหาร รสช.ที่มี “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ไล่มาจนถึงยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ฟาด “หัวคิว” กันมาแทบทุกรัฐบาล

เรื่องเพิ่งแดงมาประจานหลังผ่านไปนับสิบปี

ตามอาการแบบที่รัฐบาลทหาร คสช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่างกระโดดเข้าร่วมวง

เทกแอ็กชั่น “กัดติด” คดีดังโรลส์รอยซ์ แบบไม่ปล่อย

ถึงขั้นที่ ป.ป.ช.อังกฤษต้องท้วงติงกลับมาว่าหน่วยงานในประเทศไทยแย่งกันขอข้อมูลจนสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หน่วยไหนทางการ หน่วยไหนมั่ว

แต่ที่แน่ๆ “ผู้ให้” ในต่างประเทศโดน “จับได้” คาหนังคาเขา

หลายฝ่ายก็เฝ้าจับตา “ผู้รับ” ในประเทศไทย จะมีปาฏิหาริย์ลอยนวลตามฟอร์มอีกหรือไม่

เพราะมีการย้อนไปเปรียบเทียบกับโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ของกองทัพ ที่ภายหลังพิสูจน์ว่าใช้การไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ เป็นแค่ “ไม้ล้างป่าช้า” คนขายที่อังกฤษโดนจับติดคุกไปแล้ว

แต่คนซื้อที่เมืองไทยยังลอยตัว แถมมีตำแหน่งใหญ่โต

และจากสินบนโรลส์รอยซ์ ปมสินบนข้ามชาติยังลามต่อเนื่อง เมื่อเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้แจ้งถึงการจ่ายค่าปรับจำนวนมากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากรัฐเคนตักกี เพื่อยุติการสอบสวนดำเนินคดีกับบริษัท ฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศทั้งเอเชียและแอฟริกา ซึ่งรวมถึงไทย

โยงถึงค่าหัวคิวในการจำหน่ายอุปกรณ์สายเคเบิลไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ตามข่าวเหตุเกิดในยุครัฐบาลของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นั่นก็ทำให้ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เด้งรับ สั่งลุยคุ้ยทันควัน

กระแสสินบนข้ามชาติโดนประจานจากต่างประเทศ 2-3 คิวติดๆ

และโดยสถานการณ์เหมือนจะล้อกันเลย กับการที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Tran-sparency International) ได้เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันปี 2559

พบว่า ประเทศไทยที่เคยอยู่อันดับที่ 76 เมื่อปี 2558 ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 101 จากทั้งหมด 176 ประเทศ

คะแนนลดจาก 38 เหลือ 35 ในอาเซียนเหนือกว่าแค่ลาว พม่า กัมพูชา

งามหน้า เขินอายกันทั้งประเทศ

ก่อนอื่นเลย มันสะท้อนเลยว่าภายใต้รัฐบาลอำนาจพิเศษที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศถือธงนำปฏิรูปใหญ่ประเทศ เดินหน้าทำสงครามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชัน

รัฐธรรมนูญใหม่ กฎหมาย ป.ป.ช. คาดโทษถึงขั้นประหารชีวิต

อัด “ยาแรง” ขั้นสูงสุด ยังฉุดสถานการณ์โกงไม่อยู่

ต่างชาติยังไม่ให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่ยังเป็นแค่ “รูปแบบ” หรือคำพูดสวยหรู

ลำพังเครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่มีนอกมีใน หลังบ้านปิดประตูลงกลอนแน่นเจาะไม่ได้

“ผู้นำหัวไม่ส่าย” ไม่สามารถฉุดประเทศให้สูงขึ้น ทำอันดับให้หลุดพ้นจากโซนคอร์รัปชันได้

กลายเป็นว่า หนึ่งในเงื่อนไขในการลดอันดับความโปร่งใสของไทยมาจากการมีรัฐบาลอำนาจพิเศษ ที่ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลขาดความเป็นอิสระ

แม้แต่กระบวนการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ฝ่ายต่อต้านยังถูกจองจำ

โลกสากลให้น้ำหนักไปที่กระบวนการตรวจสอบโดยอิสระภายใต้ประชาธิปไตย และจับเอามาพัวพันเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับปมทุจริตคอร์รัปชัน

แต่ทั้งหมดทั้งปวงเลย เงื่อนไขสำคัญมันอยู่ที่พฤติกรรมที่ชาชินจนกลายเป็นวัฒนธรรมชาติไทย

ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงผลประโยชน์ เห็นแก่ตัวเองมาก่อนใคร

ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหน นักการเมือง ทหาร ไม่เว้นยุค “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” ที่ขึ้นชื่อเรื่องผุดผ่อง

“โกงฝังลึก” ไทยแลนด์โคม่าในสายตานานาชาติ

นี่คือ “ตัวเร่ง” สถานการณ์บังคับให้ต้องผ่าตัดใหญ่ กู้วิกฤติทุจริตคอร์รัปชัน

โจทย์แทรกของ พล.อ.ประยุทธ์ต้องสกัด “เชื้อชั่ว” ไม่ให้ลุกลามถึงขั้นทำประเทศไทยล้มละลาย

ตามเงื่อนสถานการณ์ “ปรองดอง” ว่าโคตรยากแล้ว

แต่ลุยล้างคอร์รัปชันยิ่งเหนื่อยกว่าอีกหลายเท่า.

“ทีมการเมือง”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: