อำนาจรัฐต้องแยกมิตรแยกศัตรู เปิดใจกว้างรับฟังแก้จุดอ่อนตัวเอง

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/259070

วันจันทร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศของอำนาจรัฐคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ของ 2 ผู้อาวุโสคนดังคือ นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส แม้จะไม่ได้ส่งผลก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศมากมายอะไรนักแต่ก็ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ที่รัฐบาลควรน้อมรับเพราะหลายประเด็นเป็นประโยชน์ที่ควรนำไปทบทวนแก้ไขจุดอ่อนของอำนาจรัฐ

รัฐบาลควรมองว่า นายธีรยุทธ และ นพ.ประเวศ ต่างไม่ใช่ศัตรูของรัฐบาล แต่ถือเป็นกัลยาณมิตรที่วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้อำนาจรัฐรีบแก้ไขจุดอ่อนก่อนที่จะเกิดวิกฤติศรัทธาของมหาชน และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการกระตุ้นรัฐบาลไม่ให้นำพาชาติบ้านเมืองหลงทาง

ทั้งนี้สาระสำคัญคำวิพากษ์วิจารณ์ของ นายธีรยุทธ พยายามชี้ให้เห็นว่า การเดินหน้าบริหารประเทศของรัฐบาลคสช.กำลังวิ่งเข้าสู่วิถีอนุรักษ์และจารีตนิยมทำให้ความหวังที่จะเห็นการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจมีน้อยมาก เพราะผู้อยู่ในอำนาจทั้งหมดเป็นข้าราชการซึ่งจะสูญเสียอำนาจ หากมีการปฏิรูป

นายธีรยุทธ พยายามยกตัวอย่างว่า กว่า 2 ปีหลังคสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศการดำเนินงานล้วนอาศัยข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย โดยนโยบายต่างๆ เป็นการเพิ่มอำนาจแก่ข้าราชการและศูนย์กลางมากกว่าการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ

ขณะที่ทหารถูกส่งเข้าไปควบคุมตำแหน่งสำคัญในรัฐวิสาหกิจจนแทบหมดสิ้น แต่ที่สำคัญคือรัฐวิสาหกิจยุคที่คุมโดยทหารกลับไม่มีผลงานการปฏิรูปใดๆ นอกจากนี้บุคลากรของแม่น้ำทั้ง 5 สาย อันประกอบด้วย คสช. รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ล้วนมีแนวคิดแบบอนุรักษ์และจารีตนิยม และแสดงออกซึ่งความพยายามผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. อยู่ในอำนาจต่อไปให้นานที่สุดเพื่อตัวเองจะได้อยู่ในอำนาจต่อไปด้วย

นายธีรยุทธ ชี้ให้เห็นว่าเกือบ 3 ปี ของเป้าหมายการปฏิรูปประเทศที่สำคัญของคสช.ประสบผลสำเร็จน้อยกว่าที่ควรจะเป็นและเป็นไปในลักษณะพายเรือในอ่าง ทั้งๆ ที่มีอำนาจพิเศษอยู่ในมือ ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาบางอย่างอาจต้องใช้เวลา แต่บางอย่างสามารถปฏิรูปให้เห็นผลได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก และรัฐบาลควรจัดลำดับก่อนหลังในการปฏิรูปประเทศโดยมุ่งเน้นการปฏิรูปในเรื่องที่สามารถสร้างผลงานให้เห็นผลในทันที อาทิ การขจัดทุจริตคอร์รัปชั่นหรือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้านต่างๆ

ที่น่าหวั่นวิตกก็คือขณะที่อำนาจรัฐยังไม่สามารถแสดงให้เห็นผลงานว่าเอาจริงกับการขจัดทุจริตคอร์รัปชั่นกลับปรากฏว่ามีข่าวคนใกล้ชิดของคสช. รัฐบาล แม้กระทั่งคนใกล้ชิดผู้นำอำนาจรัฐเกิดปัญหาอื้อฉาวเสียเอง

พร้อมกันนี้ นายธีรยุทธ ยังเตือนสติอำนาจรัฐ คสช.ว่า อย่าฝืนอยู่ในอำนาจเกินโรดแมปที่ประกาศไว้ มิฉะนั้นรัฐนาวาคสช.อาจเกยตื้นได้

ขณะที่ นพ.ประเวศ ชี้ว่าการสร้างความปรองดองส่อเค้าล้มเหลวเพราะขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง

หลังการออกมาวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐของนายธีรยุทธ ปรากฏว่า คนในแม่น้ำ 5 สาย ดาหน้าออกมาตอบโต้สองนักคิดอาวุโสทันที โดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ด้านหนึ่งแสดงท่าทียอมรับฟังความเห็นของผู้อาวุโสทั้งสอง แต่อีกด้านหนึ่งก็ถือโอกาสตอบโต้ว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบตีขลุมโดยไม่มีเหตุผลรายละเอียดสนับสนุน ทั้งๆ ที่รัฐบาลได้สร้างผลงานการปฏิรูปประเทศไว้พอสมควร

ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ชี้แจงว่า การปฏิรูปประเทศไม่ได้พายเรือในอ่างอย่างที่นายธีรยุทธ วิพากษ์วิจารณ์ แต่กำลังคืบหน้าไปเรื่อยๆตามโรดแมป ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของ นายธีรยุทธ ยังขาดข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านเพียงพอ

ส่วน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า คำวิจารณ์ของ นายธีรยุทธเป็นการใช้วาทกรรมดิสเครดิตสปท.มากกว่าที่จะเสนอแนะการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้การปฏิรูปประเทศไม่ได้ง่ายอย่างที่ นายธีรยุทธ คิดเพราะปัญหาสั่งสมมานานซึ่งต้องใช้เวลาแก้

แต่ท่าทีที่ดูจะใจกว้างสุขุมลุ่มลึกแยกมิตรแยกศัตรูก็คือ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ที่กล่าวขอบคุณ นายธีรยุทธ ที่ออกมาเสนอแนะความเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแต่ต้องยอมรับว่าปัญหาของประเทศนั้นมีมาก ซึ่งที่ผ่านมาอำนาจรัฐได้ทุ่มเทปฏิรูปอย่างเต็มที่ตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนและมีความคืบหน้าไปตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผลงานของคสช.อาจไม่เป็นไปตามการคาดหวังก็พร้อมน้อมรับฟังเพื่อนำไปปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต

เพราะฉะนั้นจากการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายธีรยุทธแน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิดไปทั้งหมด แต่สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมาอำนาจรัฐยังขาดการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในผลงานและความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ ให้เห็นอย่างชัดเจน และที่สำคัญต้องแยกมิตรแยกศัตรู โดยถือเสียว่าคำวิพากษ์วิจารณ์ของนายธีรยุทธแม้จะผิดบ้างถูกบ้าง แต่ก็เป็นการติเพื่อก่อของกัลยาณมิตรที่หวังดี ซึ่งอะไรที่เป็นประโยชน์ก็นำไปปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของอำนาจรัฐแทนที่จะยืนกรานแต่ความคิดตัวเองอย่างเดียว เพราะเท่ากับปิดโอกาสที่จะได้รับรู้จุดอ่อนและข้อเสนอแนะที่อาจเป็นประโยชน์ไปสู่ความสำเร็จ

ทีมข่าวการเมือง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: