ภูมิใจไทยเริ่มออกลาย ฮั้วเพื่อแม้วดันนิรโทษสุดซอย?

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/258831

วันเสาร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พรรคภูมิใจไทย หลังจากซุ่มเงียบซ่อนตัวตนที่แท้จริงมานานเริ่มตกเป็นข่าวอีกครั้งในขบวนรถไฟเพื่อสร้างความปรองดองซึ่งมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และกองทัพเป็นหัวหอกในการผลักดันโดยตั้งเป้าที่จะผลักดันการสร้างความปรองดองให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น

โดยมีรายงานข่าวแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคเต็มทีม อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นน้องชายของ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำเงาพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางสร้างความปรองดองที่กระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการหารือ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยเพื่อสร้างความปรองดองโดยให้ยึดตามหลักสากลโลกที่เคยดำเนินการมา โดยเฉพาะหลักความยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน เช่น มีการพูดคุยทำความเข้าใจ เยียวยาผู้เสียหาย พิสูจน์ความจริง รวมทั้งคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งถอนฟ้องในคดีที่อยู่ในศาลแล้ว รวมถึงคดีที่ศาลตัดสินไปแล้วก็อาจจะให้มีการนิรโทษกรรม ยกเว้นโทษ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้อย่างแท้จริง

การอ้างแนวคิดการสร้างความปรองดองตามหลักสากลหากจะหมายถึง “เนลสัน แมนเดลาโมเดล” ของอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา และเป็นรัฐบุรุษของชาวแอฟริกาใต้ ที่สามารถยุติสงครามนองเลือดระหว่างชนผิวขาวและผิวดำที่ยื้อเยื้อมานานหลายสิบปีแล้วละก็คงเป็นข้ออ้างที่ผิดเพี้ยนหรือไม่ก็บิดเบือน เพราะ “เนลสัน แมนเดลาโมเดล” กำหนดว่า การยกโทษความผิดนั้นจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายก็ต่อเมื่อผู้กระทำผิดไม่ว่าจะฝ่ายไหนยอมรับผิดและยอมรับโทษตามกฎหมายแล้วเท่านั้น ไม่ใช่อยู่ดีจะมานิรโทษกรรมทั้งๆ ที่คดียังอยู่ในขบวนการยุติธรรม และที่สำคัญเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วโดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ

ส่วนที่อ้างว่าการนิรโทษแบบสุดซอยแล้วจะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองอย่างแท้จริงนั้นตรงกันข้ามสิ้นเชิงและควรย้อนกลับไปทบทวนบทเรียน ความพยายามหักดิบลักหลับผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยที่มีเป้าหมาย แอบแฝงแท้จริงมุ่งฟอกโทษความผิดให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุกคดีทุจริต เพื่อจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุก รวมทั้งลบล้างโทษความผิดให้พวกแดงก่อการร้าย เผาบ้านทำลายเมือง เมื่อปี 2553 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ

เพราะผลจากการหักดิบ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยครั้งนั้นกลายเป็นชนวนทำให้มวลมหาประชาชนหลายล้านคนออกมาแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อต่อต้าน พ.ร.บ.อัปยศฉบับนั้น และนำไปสู่การขับไล่รัฐบาลกลายเป็นวิกฤติทางการเมืองนองเลือดขณะที่ชาติบ้านเมืองกลายเป็นรัฐล้มเหลวสิ้นเชิงจนในที่สุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต้องเข้ายึดอำนาจเพื่อหยุดยั้งสงครามกลางเมืองและเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

พรรคภูมิใจไทยเดิมก็คือ “กลุ่มเนวิน” ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ร่วมกับพรรคไทยรักไทย แต่ภายหลังเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องอำนาจผลประโยชน์บางอย่างที่ไม่ลงตัวจนถึงจุดแตกหักทำให้ สส.กลุ่มเนวินแยกตัวออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย

แต่แม้จะแยกตัวออกจากพรรคไทยรักไทยในอดีต แต่ก็มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ ว่า มีความพยายามจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่จะขอคืนดีกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อแม้ว เพราะโดยธาตุแท้ตัวตนที่แท้จริงของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อแม้วนั้นไม่ต่างกัน โดยมีข่าวว่า นายอนุทิน เคยบินไปปรับความเข้าใจกับ นายทักษิณ หลายครั้งจนในที่สุดสามารถปรับความเข้าใจกันได้

จากแนวทางสร้างความปรองดองของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ความเห็นตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย และเหมือนกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนจะนำไปสู่การปรองดองได้จริงหรือไม่ต้องถามประชาชนเจ้าของประเทศว่าจะปล่อยให้คนโกงชาติ เผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลางจังหวัด ปล้นปืนทหาร ฆ่า พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และประชาชนกลายเป็นผู้บริสุทธิ์โดยอ้างคำว่าปรองดองบังหน้าหรือไม่

“ปืนที่ปล้นไปนับพันกระบอกจนบัดนี้ยังซุกซ่อนมิดชิดไม่ส่งมอบคืนให้ทางราชการ แล้วยังจะเสนอหน้าปรองดองแถมนิรโทษกรรมได้อย่างไร จะเป็นการค้ากำไรเกินควรมากเกินไปหรือไม่ ข้อเสนอนี้ไปลอกการบ้านพรรคเพื่อไทยชัดๆ หากไม่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ข้ออ้างที่ว่าคดีที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้ยกเลิก หรือแม้ความผิดที่ศาลพิพากษาแล้วให้นิรโทษกรรม หากเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดง”

นายวัชระ ยังให้ความเห็นอ้างว่า นายอนุทิน มีแววที่จะเป็นนายกฯ มีพวกมากทั้งนายพล ผู้พิพากษา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เคยนั่งเครื่องบินส่วนตัวของ นายอนุทิน แล้วทั้งนั้น แต่ก็ไม่ควรเสนอแนวคิดที่จะนิรโทษกรรม นายทักษิณ ให้เสียของ แม้ว่าที่ผ่านมา เคยขับเครื่องบินส่วนตัวพา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 บินไปพบ นายทักษิณ ที่เมืองนอกมาแล้ว

เพราะฉะนั้นคงต้องจับตาดูว่า คสช.จะยึดตามข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตชาติบ้านเมืองว่าจะเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปอย่างจริงจัง หรือจะกลับไปสู่วังวนของวงจรอุบาทว์ธุรกิจการเมืองน้ำเน่าแบบเดิมๆ

 

ทีมข่าวการเมือง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: