พิรุธสรรพากรไม่รู้หรือเจตนา ส่อเสียค่าโง่ภาษีหุ้นแม้ว1.6หมื่นล.

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/259665

วันศุกร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

พฤติการณ์ของกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรส่อพิรุธจนถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตกรณีที่ปล่อยให้การเรียกเก็บภาษีมูลค่าราว 16,000 บาท จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก กรณีขายหุ้นชินคอร์เปอเรชั่น ให้กับบริษัทเทมาเส็ก อันอื้อฉาวในอดีตส่อเค้าวืดเพราะคดีกำลังจะหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค.ที่จะถึงนี้แล้ว

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึงกับเหลืออดในพฤติกรรมส่อไม่ชอบมาพากลของกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร ด้วยการออกมาให้ความเห็นแบบดับเครื่องชนว่า ข้อเท็จจริงกรณีการขายหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชัดเจนอยู่แล้วจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งชอบที่กรมสรรพากรจะใช้อำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องออกหมายเรียกอย่างที่อ้างใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้การเรียกเก็บภาษีเป็นไปตามมาตรา 61 ของประมวลรัษฎากรที่ระบุอายุภายใน 10 ปี ถ้าปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าต้องเสียภาษีก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่กรมสรรพากรกลับไปพูดเรื่องการออกหมายเรียกภายใน 5 ปี ที่หมดอายุไปแล้วและอ้างว่าไม่สามารถขยายเวลาการออกหมายเรียกได้อีก จึงหมดทางเรียกภาษีจาก นายทักษิณ

“เรื่องนี้มันไม่ชัดตรงไหนที่อยู่ในคำพิพากษาศาลฎีกา สตง.แจ้งไปยังกระทรวงคลังเป็นปีแล้วตั้งแต่มีคำพิพากษา และทำหนังสือแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่7 มี.ค. สตช.เห็นช่องแล้วว่าหุ้นไม่ใช่รายได้ของลูก แต่เป็นรายได้ของนายทักษิณที่ต้องเสียภาษี ถ้าไม่เสียภาษีก็ต้องดำเนินการ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินของนายทักษิณที่ถูกยึด อีกทั้งอยากตั้งข้อสังเกตด้วยว่าทำไมไม่ใช้อำนาจหน้าที่ที่ถูกต้อง การไปตีความอย่างที่อ้างเป็นประโยชน์กับใคร เป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ถ้าปล่อยให้ล่วงเลยเวลา หน่วยงานที่จัดเก็บต้องร่วมรับผิดชอบ”

ผู้ว่าฯสตง.ยังย้ำว่า การใช้ มาตรา 61 เป็นช่องทางชัดเจนที่สุดและดำเนินการได้เลย แต่ขนาดใช้ง่ายยังไปพูดเรื่องออกหมายเรียกซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ทำให้ขณะนี้สังคมเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าหากกรมสรรพากรไม่รู้ข้อกฎหมายแล้วใครจะรู้ดีกว่ากรมสรรพากร

อีกคนหนึ่งที่ให้ความเห็นตั้งข้อสงสัยในการทำหน้าที่ของกรมสรรพากรก็คือ นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตสส.รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่มีเวลาตั้ง 5 ปี ในการออกหมายเรียกเก็บภาษี แต่ทำไมไม่ออกหมายเรียกจนหมายเรียกหมดอายุความซึ่งต้องถามกรมสรรพากรว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรหลายคนคงต้องไปดูว่าช่วงเวลาไหนใครรับผิดชอบแต่กลับไม่ทำ

“ถ้าอยู่ดีๆ ปล่อยให้คดีหมดอายุความถือเป็นเรื่องไม่ปกติ ในแง่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบและอธิบายให้สังคมทราบ”

มาทางด้านการหาทางออกผ่าทางตันเพื่อทวงเงินภาษี 16,000 ล้านบาท ที่ควรเป็นของแผ่นดินจากคนตระกูลชิน นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เรียกนายทักษิณ มายื่นแบบเสียภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปก่อนที่คดีจะหมดอายุความในสิ้นเดือนนี้ ซี่งเท่ากับเป็นการเริ่มต้นกระบวนการเรียกเก็บภาษีใหม่โดยปริยาย ส่วนกรณีที่กรมสรรพากรไม่ออกหมายเรียก นายทักษิณ ภายใน 5 ปีรัฐบาลควรไปไล่เบี้ยว่าเป็นความรับผิดชอบของใครเพราะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับความเป็นมาของพฤติการณ์ส่อเลี่ยงการจ่ายภาษีหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 16,000 ล้านบาท เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ก่อนที่ นายทักษิณ จะขายหุ้นชินคอร์ปลอตใหญ่ให้กับบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้ง ของรัฐบาลสิงคโปร์มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท โดย นายทักษิณ ส่อเล่นแร่แปรธาตุด้วยการไปจดทะเบียนตั้ง บริษัทแอมเพิลริช ที่เกาะบริติชเวอร์จิน อันเป็นแหล่งฟอกเงินระดับโลก จากนั้นผ่องถ่ายหุ้นชินคอร์ปไปยังบริษัทแอมเพิลริช แล้วต่อมามีการทำทีเป็นขายหุ้นชินคอร์ปจากบริษัทแอมเพิลริช ให้แก่เหล่านอมินีซึ่งเป็นคนใกล้ชิดตระกูลชินซึ่งที่สำคัญคือขายให้กับนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทาชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ คนละ 164,6000,000 หุ้น ในราคาแค่หุ้นละ 1 บาท ทั้งๆ ที่ราคาในตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งตามประมวลรัษฎากรต้องเสียภาษีส่วนต่างของราคาหุ้น

แต่ นายทักษิณ ส่อเจตนาหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีหุ้นชินคอร์ป โดยอ้างว่าหุ้นชินคอร์ปรวมอยู่ในทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาท ของตัวเองที่ถูกยึดไปแล้วฐานร่ำรวยผิดปกติหลังการรัฐประหาร เมื่อปี 2549 อย่างไรก็ตามข้ออ้างของ นายทักษิณ ดังกล่าวศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาแล้วว่าฟังไม่ขึ้น อีกทั้งเมื่อปีที่แล้ว ศาลอาญาได้พิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรหลายคน คนละ 3 ปี ฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เอื้อให้คนตระกูลชินไม่ต้องเสียภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปแก่บริษัทเทมาเส็ก โดยในบรรดาผู้ที่ถูกลงโทษที่สำคัญคือ นางเบญจาหลุยเจริญ ที่ต่อมาได้รับการปูนบำเหน็จเป็น รมช.คลัง ยุครัฐบาลระบอบแม้ว

คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศมานานเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ทำไมถึงปล่อยให้ปัญหาการเรียกภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่ามหาศาลที่ควรเป็นรายได้ของแผ่นดินจากนายทักษิณส่อเค้าวืดจากคดีที่กำลังจะหมดอายุความในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพราะฉะนั้นกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะนายประสงค์พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ควรจะต้องมีคำชี้แจงที่ชัดเจนสร้างความกระจ่างต่อสาธารณชนมากกว่าข้ออ้างที่ชี้แจงก่อนหน้านี้ และที่สำคัญเมื่อผู้ว่าฯสตง. และบุคคลหลายฝ่ายออกมาชี้ทางออกในการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ถึงขนาดนี้แล้วยังเฉยก็อาจทำให้สังคมอดสงสัยไม่ได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ความโปร่งใสและการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล

ทีมข่าวการเมือง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: