บิ๊กก.คลังใครต้องรับผิดชอบ ส่อเกียร์ว่างป้องตระกูลชิน

Published July 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/260559

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

นับเป็นอภินิหารที่มาช้าดีกว่าไม่มาทำให้รัฐรอดเสียค่าโง่วืดภาษีหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นมูลค่า 1.2 หมื่นล้าน ที่ต้องเก็บจากตระกูลชินไปอย่างหวุดหวิดก่อนที่คดีจะหมดอายุความในสิ้นเดือนนี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มอบหมายให้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯมือกฎหมายของรัฐบาลประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาษีหุ้นชินคอร์ปจนในที่สุดก็พบช่องแก้ปัญหาคดีหมดอายุความพร้อมกับมีลุ้นได้ภาษี 1.2 หมื่นล้าน ซึ่งควรจะเป็นของแผ่นดินจากตระกูลชิน

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งทางการเมืองต่อคนตระกูลชินซึ่งก็เป็นเช่นนั้นเพราะปัญหาภาษีหุ้นชินคอร์ปยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2549 และถ้าจะว่าไปแล้ว หากเรื่องนี้นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ออกมาเปิดประเด็นต่อสื่อ และ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่ออกมาดับเครื่องชนปกป้องผลประโยชน์ของรัฐด้วยการบี้กรมสรรพากรให้เลิกส่อพฤติการณ์เกียร์ว่าง ป่านนี้ดีไหมดีกว่าจะรู้ตัวคดีเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปอาจหมดอายุความไปแล้ว

ถ้าจะว่าไปแล้วรัฐบาลใจกว้างด้วยซ้ำที่ไม่ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยปล่อยให้คดีเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามปกติทุกประการ

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล แถลงละเอียดยิบว่าที่ประชุมครม.รับทราบแนวทางเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก โดย ดร.วิษณุ รายงานว่า จากการประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นพ้องให้ยึดตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางเมื่อปี 2555 ที่ตีความว่าการขายหุ้นชินคอร์ปของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ นายทักษิณ เป็นเพียงนอมินีของ นายทักษิณ จึงสั่งการให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีหุ้นจาก นายทักษิณ โดยหากมีการประเมินภาษีแล้ว นายทักษิณ ยังไม่ยอมจ่ายก็จะส่งเรื่องฟ้องต่อศาลตามกระบวนการปกติโดยจะไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแต่อย่างใด

พล.ท.สรรเสริญ ชี้แจงความเป็นมาของภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.2 หมื่นล้าน สุดอื้อฉาวจนทำให้เห็นภาพการส่อเจตนาโกงภาษีของตระกูลชินชัดเจนมากขึ้นว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว นายทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ปให้กับบริษัทแอมเพิลริชซึ่งนายทักษิณ ไปจดทะเบียนไว้ที่หมู่เกาะฟอกเงินบริติชเวอร์จิ้น จากนั้นบริษัทแอมเพิลริชทำทีขายหุ้นชินคอร์ปให้ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ในราคาหุ้นละแค่ 1 บาท จำนวนคนละ 164.6 ล้านหุ้น จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ได้ขายหุ้นที่ซื้อจากบริษัทแอมเพิลริชให้กับบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้งส์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งต้องเสียภาษี แต่ทั้งสองไม่ยอมเสียภาษีทำให้กรมสรรพากรขณะนั้นต้องออกหมายเรียกซึ่งทั้งสองก็ไม่ยอมมาตามหมายเรียกจนมีการฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้องการเรียกเก็บภาษีจาก นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาเนื่องจากเห็นว่าทั้งสองเป็นเพียงนอมินีของ นายทักษิณ

เมื่อศาลระบุชัดว่าหุ้นชินคอร์ปเป็นของ นายทักษิณ จึงเปิดช่องทางให้ไปเรียกเก็บภาษีที่ นายทักษิณ โดยขั้นตอนจากนี้กรมสรรพากรต้องประเมินภาษีก่อนคดีหมดอายุความในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเมื่อประเมินภาษีแล้วถือว่าปัญหาอายุความ 10 ปีหมดไป จากนั้นกรมสรรพากรจะฟ้องร้องเพื่อเก็บภาษีจาก นายทักษิณ ต่อศาล ส่วนต่อไปจะเก็บภาษีได้หรือไม่ทุกอย่างอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่สังคมให้ความสนใจและตั้งข้อสงสัยก็คือข้าราชการคนไหนบ้างที่จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปเดินมาถึงจุดใกล้หมดอายุความจนรัฐเกือบต้องเสียค่าโง่ ประเด็นนี้คงต้องแยกเป็น 2 ช่วงคือ เหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน โดยเหตุการณ์ในอดีตข้าราชการคนไหนทำตัวดุจทาสรับใช้ตระกูลชินกำลังถูกกรรมตามเช็คบิลอยู่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2559 ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกอดีตข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรรวม 5 คนนำโดย นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลังยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์คนละ 3 ปีฐานร่วมกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตระกูลชินให้ไม่ต้องเสียภาษีหุ้นชินคอร์ปทำให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล

นั่นเป็นเรื่องของกรรมในอดีต แต่กรรมในปัจจุบันคนของกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบหรือไม่โดยเฉพาะ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรและคณะกรรมการของกระทรวงการคลังที่ประชุมกันก่อนหน้านี้แล้วมีความเห็นยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า การเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจากคนตระกูลชินจบแล้วเพราะไม่ได้มีการออกหมายเรียกภายใน 5 ปีซึ่งครบกำหนดไปแล้วตั้งแต่เมื่อปี 2555 และไม่สามารถขยายเวลาออกหมายเรียกได้อีก ทั้งๆ ที่ สตง.ยืนยันว่าการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปอย่าอ้างเรื่องหมายเรียกหมดอายุความไปแล้ว เพราะกรมสรรพากรสามารถใช้มาตรา 61 ของประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีได้ทันทีอยู่แล้ว

ที่สำคัญหากปัญหาเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปแก้ปัญหาอะไรไม่ได้แล้วอย่างที่กรมสรรพากรและข้าราชการกระทรวงการคลังกลุ่มหนึ่งอ้าง แล้วทำไมการหารือของตัวแทนจากหลายหน่วยงานครั้งล่าสุดที่ ดร.วิษณุ เป็นประธานถึงสามารถหาทางออกซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อนนั่นคือ บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ ที่ถือหุ้นชินคอร์ป แท้ที่จริงแล้วคือนอมินีส่อเจตนาโกงภาษีรัฐ 1.2 หมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นสามารถประเมินภาษีและฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเก็บภาษีจาก นายทักษิณได้

เพราะฉะนั้นข้าราชการกระทรวงการคลังหากเกียร์ว่างหรือส่อเจตนาปกป้องผลประโยชน์ตระกูลชินต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยก็ไม่ควรอยู่ในอำนาจและมีโอกาสอยู่ในตำแหน่งสำคัญเพราะจะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของรัฐในอนาคต

ทีมข่าวการเมือง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: