บ่มเพาะความรู้นอกห้องเรียน

Published July 7, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มิถุนายน 2560 เวลา 07:49 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/499645

บ่มเพาะความรู้นอกห้องเรียน

โดย…กั๊ตจัง

 “สิ่งที่เราสังเกตได้จากการที่เราพาลูกออกนอกสถานที่บ่อยๆ เมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันก็คือ ลูกเป็นเด็กที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความกล้าที่จะเรียนรู้ทดลองสิ่งใหม่ๆ นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้ลูกได้อยู่กับธรรมชาติที่เหมาะในวัยของเขาให้มากที่สุด” คุณแม่ณัฏฐณิชา มูลิจาดี พูดถึงน้องไบรอัน ดช.ไบรอัน ณัฏฐวรรธน์ มูลิจาดี วัย 3 ขวบ 4 เดือน เชื้อสายไทย-อินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันครอบครัวของน้องไบรอันอาศัยอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

 คุณแม่ณัฏฐณิชา เล่าต่อว่า

“สมัยก่อนที่เรายังไม่ได้มีน้องไบรอันเข้ามาในชีวิต เรากับสามี (วิลเลี่ยม มูลิจาดี) ชอบเที่ยวป่าเขาอยู่กับธรรมชาติอยู่แล้ว พอมีน้องเข้ามาเราจึงอยากให้ลูกได้สัมผัสกับธรรมชาติ ได้วิ่งเล่นในสนามหญ้า เราอยากให้ลูกได้เป็นแบบนั้นมากกว่า ซึ่งที่อินโดนีเซียก็จะมีสถานที่สีเขียวอยู่นอกเมือง ใช้เวลาเดินทางไม่ไกลมากนักประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเหมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีภูเขา มีป่าไม้ มีพื้นที่สีเขียวให้ลูกได้วิ่งเล่น

เมื่อเดินทางไปถึง เธอเล่าว่าก็ปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นทำความรู้จักกับเด็กคนอื่น คอยดูให้เขาไม่วิ่งไปอยู่ในจุดที่คิดว่าเป็นอันตราย

 “แต่ที่อินโดนีเซียจะมีพิเศษอย่างหนึ่ง ก็คือจะมีการเลี้ยงม้ากันเยอะมาก เดินไปตลาดนัดก็มีให้เช่าขี่ม้าเล่น น้องไบรอันจะชอบขี่ม้ามาก ซึ่งเราก็กำลังวางแผนต่อไปว่าจะพาลูกไปเรียนขี่ม้าที่เมืองไทย เพราะว่าเรียนที่เมืองไทยจะถูกกว่าเรียนที่จาการ์ตา จริงอยู่ที่มีคนเลี้ยงม้ากันเยอะ แต่ว่าคอร์สค่าเรียนขี่ม้าค่อนข้างแพง แต่ถ้าให้เด็กๆ นั่งขี่เล่นอย่างเดียวจะถูกกว่ามาก ก็มีแผนว่าจะพาลูกมาเรียนขี่ม้าที่เมืองไทยตอนกลับมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่

“ครอบครัวเราจะเป็นครอบครัวที่ทุกวันหยุด คุณพ่อน้องไบรอันจะเป็นคนที่พยายามหากิจกรรมมาให้ลูกทำ ไบรอันได้ออกนอกบ้านตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน ได้ไปรับลมทะเลที่เมืองไทย และได้ไปในหลายๆ สถานที่ เขาจะได้สัมผัสกับธรรมชาติ โดยแผนในการจัดเวลาที่เรากลับมาเมืองไทยยาวๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่กำลังจะถึงนี้ เราก็จะพยายามจัดทริปพาลูกออกไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เพราะว่าเราไม่อยากจะทิ้งเวลาในการเรียนรู้ของลูกไปให้เสียเปล่า โดยมองไว้ที่มินิมูร่าห์ฟาร์ม หรือสถานที่เอาต์ดอร์ ซึ่งเด็กๆ สามารถวิ่งเล่นเรียนรู้และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เราอยากเปิดโลกกว้างให้ลูกได้เรียนรู้ชีวิตภายนอกไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน”

ซึ่งท้ายสุดคุณแม่ทิ้งท้ายความหวังเล็กๆ ไว้ว่า

“อยากให้ลูกมีความสุขกับการใช้ชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เขาเติบโตไปเป็นคนดี เป็นคนที่สามารถเอาตัวรอดในสังคมในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือเก่ง แต่ขอให้เอาตัวรอดในสังคมแบบนี้ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: