‘ดีป้า’ จัดเสวนา ‘ผ่าเทรนด์ผู้ประกอบการไทยโตไวด้วยดิจิทัล 4.0

Published June 20, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2560 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/975003

“4 กูรู ภาครัฐ-เอกชน-นักวิชาการ” ยกอีคอมเมิร์ซโตเร็ว ส่งสัญญาณบวกค้าขายออนไลน์ เล็งดึงนโยบายประชารัฐร่วมขับเคลื่อนต่อยอดจนครบ 77 จังหวัด ด้าน “ดีป้า” โชว์ผลสำเร็จ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” นำร่อง 10 จังหวัด หวังยกระดับสินค้าชุมชนแข่งขันในอาเซียน-ตลาดโลก

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.60 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดเสวนาหัวข้อ “ผ่าเทรนด์ผู้ประกอบการไทยโตไวด้วยดิจิทัล 4.0” ภายหลังแถลงผลความสำเร็จโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยนายภาวุธ พงศ์วิทยภาณุ กรรมการผู้จัดการบริษัทตลาดดอทคอม กล่าวว่า ขณะนี้อีคอมเมิร์ซถือว่าเติบโตมาก มีคนเข้าใช้จำนวนมาก มีกลุ่มเข้ามาใหม่ทั้งเด็กรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ เข้าสู่ระบบออนไลน์ จำนวนมากเช่นกัน ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยอยากจะแนะนำผู้ประกอบการเพื่อให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยต้องอยู่ในทุกช่องทางทั้งเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย การค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซ เชื่อว่าจะไปสู่ตลาดต่างประเทศได้

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ตันวิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อจำกัด ใช้เงินสูง แต่ปัจจุบันมีโทรศัพท์มือถืออยู่กับทุกคน ซึ่งคนไทยมีทั้งหมด 68 ล้านคน มีการใช้โทรศัพท์ 90 ล้านเลขหมาย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มาก ดังนั้น AIS มองเห็นโอกาส และรัฐบาลก็สนับสนุน ทาง AIS จึงเปิดตลาด e Market Place เพื่อเกษตรกรขึ้นมาให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำสินค้ามาขาย และมีการจ่ายเงินผ่านระบบ ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อถือได้ ดังนั้นเป็นโอกาสที่ดีในอนาคตหากผู้ประกอบการเรียนรู้และอยู่ในกระแสได้

นายโสภณ ผลประพฤติ หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า โครงการของดีป้า ทำให้สินค้าชุมชนโดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาเช่น ที่ด่านเกวียน ซึ่งกำลังจะล้ม สามารถฟื้นกลับคืนมาได้ ซึ่งนอกจากสินค้าชุมชนก็ยังเชื่อมโยงไปเรื่องการท่องเที่ยว เกษตรแปรรูป ทำให้การค้าขายไม่มีเขตจำกัด และยิ่งมีไทยแลนด์ 4.0ทำให้เกิดภาพฝันในอนาคตที่เป็นจริง

นายสมศักดิ์ สุคำภา ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า โจทย์ที่จะเดินสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ได้มองแค่การค้าขาย แต่จะต่อยอดไปถึงการท่องเที่ยววิถีชีวิต ส่งเสริมชุมชน โดยที่ผ่านมา ได้ให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องการทำบัญชี วิธีเพิ่มมูลค่าของสินค้า โดยจะมีการยกระดับสินค้าชุมชนไปถึงต่างประเทศเชื่อมโยงไปทั่วอาเซียน

ต่อมาที่ห้อง Meeting Room 1-2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) แถลงผลความสำเร็จใน “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” ว่า เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีป้าได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ดิจิทัลเข้าไปยกระดับสังคมไทยในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกระดับ เข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการ ด้วยการเคลื่อนย้ายข้อมูลสู่ดิจิทัล ในลักษณะของการส่งวิทยากรอาสา (Agent) 400 คน ลงพื้นที่อบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่องได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 4,000 คน ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจของตัวเอง และขยายผลไปยังผู้ประกอบการอื่นๆ ในพื้นที่ของชุมชน

รวมทั้งแอปพลิเคชัน Thailand I Love U ที่จะเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในระดับชุมชน ซึ่งตรงนี้จะเข้าไปเชื่อมโยงกับไปรษณีย์ไทย ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถแข่งขันในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนตลาดโลกได้ ทั้งนี้ ดีป้าจะพัฒนาต่อยอดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ชุมชนทั้งประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทัลในอนาคต เกิดความเข้มแข็งและพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนทำให้ชุมชนสามารถเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยดีป้าได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าใน 20 ปีข้างหน้า จะต้องมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และมั่นใจว่าการพัฒนาบุคลากรและสร้างคนด้านดิจิทัล สามารถดำเนินการให้เห็นผลได้ภายในกรอบระยะสั้น 5 ปี (พ.ศ.2560 – 2564) เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดำเนินให้ได้ตามแผนระยะสั้น จึงถือว่ามีความสำคัญ

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด B2C Application from Tech-Startup ในหัวข้อ “The Better THAILAND with Digital Services” ภาคกลาง รางวัลชนะเลิศ Liluna รางวัลรองชนะเลิศ TripGuru รางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ Huolto และ 9 วัด ปัง ปัง @ dbizcomSDU ภาคเหนือ รางวัลชนะเลิศ Knight Club รางวัลรองชนะเลิศ Thai Portals ภาคตะวันออก รางวัลชนะเลิศ ทีม Yusai รางวัลรองชนะเลิศ mRestaurant ภาคใต้ รางวัลชนะเลิศ Miex รางวัลรองชนะเลิศ Handigo Thailand โดยผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 250,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 120,000 บาท และรางวัลชมเชย 60,000 บาท

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: