ช่าง..เหลื่อมล้ำ? เจาะปม ม.44 จีนฉลุยสร้างรถไฟความเร็วสูง

Published June 20, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มิ.ย. 2560 19:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/975943

โครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรก ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ถูกคิดค้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนในการเดินทางระยะไกลสามารถช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มปริมาณการเดินทางต่อเที่ยวมากขึ้น อีกทั้ง ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้างได้ แต่ที่ผ่านมาโครงการนี้กลับล่าช้ามาโดยตลอด จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างตอนที่ 1 สถานีกลางดง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 3.5 กม. ก่อนในเดือนก.ย. 59 โดยเจรจากัน 10 กว่าครั้ง มีแต่ข่าวเลื่อนการก่อสร้างเพราะติดปัญหาต่างๆ จนดูเหมือนว่าโครงการดังกล่าวยากที่จะประสบความสำเร็จ

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นจนไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการต่อไปได้นั้น มีอยู่ 5 เรื่อง ได้แก่

1. การก่อสร้างที่ต้องใช้สถาปนิกหรือวิศวกรของจีน ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดกฎหมายต้องสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมจากไทยก่อน

2. พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างที่ต้องผ่านกระบวนการของซุปเปอร์บอร์ด กรณีวงเงินลงทุนเกินกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป (โครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กม. ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.79 แสนล้านบาท)

3. การกำหนดราคากลางที่ไทยใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างแตกต่างจากจีนที่ไม่มีราคากลาง จึงอาจต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้สามารถใช้วิธีการเจรจาเสนอราคามาตรฐานที่ใช้อ้างอิงได้

4. การจัดซื้อจัดจ้างแบบรัฐต่อรัฐ ระหว่างรัฐบาลไทย-จีน โดยระบบทางการจีนใช้ระบบให้สภาพัฒน์ของจีนเลือกบริษัทเอกชนเป็นคู่สัญญา จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งประสานทางการสภาพัฒน์จีนให้ออกหนังสือรองรับว่าจะใช้บริษัทใดเป็นคู่สัญญาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง

5. เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา มีบางพื้นที่ต้องผ่านเขตป่าสงวนหรือพื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำหนดให้ใช้เฉพาะทำการเกษตรเท่านั้น จึงต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้ามาดำเนินการ

ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาสู่การออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2560 เรื่องมาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา โดยใช้มาตรา 44 เข้ามาขับเคลื่อนให้โครงการดำเนินต่อไปได้

นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า ผลดีของการใช้ ม. 44 มาดำเนินการเรื่องนี้ มองว่า จะช่วยทำให้การก่อสร้างเร็วขึ้น ไม่ล่าช้า ประชาชนมีโอกาสได้ใช้รถไฟความเร็วสูงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

แต่ในขณะเดียวกัน มองว่า การจดทะเบียนรับรองการปฏิบัติวิชาชีพวิศวกรรมของสภาวิศวกรในการเข้าควบคุมงานในประเทศต่างๆ วิศวกรควรจำเป็นต้องรู้กฎหมายก่อสร้างและสภาพพื้นที่ การใช้กฎหมายมาตราพิเศษเพื่อยกเว้นให้วิศวกรจีน จะสร้างความเหลื่อมล้ำในการทำงานของวิศวกรต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิศวกรในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 ระบุไว้ว่า ใครก็ตามที่มาประกอบวิชาชีพวิศวกรในประเทศไทย จะต้องเป็นวิศวกรที่ถือใบอนุญาตของสภาวิศวกร แต่ปรากฏว่า ม.44 ยกเว้นในเรื่องนี้

“อนาคตข้างหน้าคนจีนสร้างเสร็จก็กลับประเทศเขา แต่ของพวกนี้ก็ทิ้งไว้ในบ้านเรา ซึ่งประเทศไทยก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง มันต้องมีช่าง แต่ช่างในบ้านไม่รู้เรื่องอุปกรณ์ที่ติดอยู่ในบ้านเลย เวลาเกิดเสียหายใครจะซ่อม เราก็เลยเป็นห่วงในเรื่องนี้” นายกฯ วสท. แสดงความกังวล

นอกจากนี้ นายธเนศ ยังมีข้อเสนอว่า “วสท. อยากเสริมในเรื่องของการถ่ายโอนเทคโนโลยี โดยให้วิศวกรไทยมีส่วนร่วมในโครงการนี้ด้วย เหมือนกับว่าเราไปยืนดูเขาซ่อมหรือสร้าง เราก็จะทำเป็นด้วย ซึ่งมองว่าคนไทยจะได้ประโยชน์จากตรงนี้อย่างมาก ทำให้ในอนาคตเราสามารถทำเองได้ด้วย เพราะประเทศจีนเขาก็เรียนรู้มาจากประเทศอื่นเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม นายก วสท. ยืนยันว่าไม่ได้ค้านโครงการรถไฟความเร็วสูง เพียงแต่มองว่า การที่เอาวิศวกรจีนมาทั้งหมดเลยนั้น คนไทยจะเสียโอกาส เหมือนนั่งดูคนอื่นทำงานอย่างเดียว ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรจะผสมทั้งวิศวกรจีนและไทย ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องถึงขนาดทำกิจการร่วมค้า (Joint Venture) เพียงแต่ขอให้มีวิศวกรไทยเข้าไปร่วมด้วยเท่านั้น จะเป็นประโยชน์กับประเทศอย่างมาก

ด้าน ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งและจราจร และอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ให้ความเห็นในการใช้ ม.44 มาดำเนินการแก้ปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ว่า ในปัญหาข้อแรก ที่มีการใช้ ม.44 เข้ามาปลดล็อกให้วิศวกรและสถาปนิกเข้ามาทำงานได้ โดยไม่ต้องสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมในเมืองไทย ซึ่งมองว่าเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของวิศวกรไทยอย่างยิ่ง อาจทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจกัน

ทั้งนี้ การสอบของวิศวกร หรือสถาปนิกจีน อาจจะแก้ไขได้ โดยการให้บริษัทของจีนมาร่วมทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาของไทย โดยให้จีนออกแบบและคนไทยประกอบเรียนรู้การออกแบบรถไฟความเร็วสูงจากจีนด้วย ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีนสู่ไทย เพราะจีนมีความรู้และประสบการณ์ พอออกแบบเสร็จเรียบร้อยจึงให้คนไทยเซ็นรับรองแบบ

ยกตัวอย่างตึกสูงทั่วกรุงเทพฯ สถาปนิก-วิศวกรผู้ออกแบบส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติทำร่วมกับคนไทย พอออกแบบเสร็จคนไทยเป็นคนเซ็นรับรองแบบ โดยสถาปนิก-วิศวกรต่างชาติไม่ต้องมาสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม หรือสถาปัตยกรรมในเมืองไทย แต่ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดกระทรวงคมนาคมไม่ให้บริษัทจีนทำกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับบริษัทที่ปรึกษาของไทย ซึ่งหากทำได้ จะช่วยตัดปัญหาในข้อแรกได้

ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น โครงการตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องผ่านการทบทวนกลั่นกรองโดยซุปเปอร์บอร์ด ตนเห็นด้วยที่จำเป็นต้องใช้ ม.44 ยกเว้น เพื่อจะได้ไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองและประหยัดเวลา ส่วนเรื่องราคากลาง เมื่อเริ่มตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางขึ้นมา วิศวกรไทยกับจีนก็ทำงานร่วมกัน หาราคากลางขึ้นมาก็สามารถทำได้ และเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างแบบรัฐต่อรัฐก็เช่นเดียวกัน ประเทศจีนมีสภาพัฒน์จีนอยู่ ซึ่งก็อาจจะใช้มาตรา 44 ยกเว้นได้เช่นกัน นอกจากนี้ ประเด็นที่ดินป่าสงวนของ ส.ป.ก. ก็อาจจะต้องใช้ ม.44 เช่นกัน แต่ยังไม่เห็นในคำสั่งคสช.ล่าสุด

“ผมเห็นว่า ข้อแรกวิศวกรกับสถาปนิกไม่ควรใช้ ม.44 ในการแก้ปัญหา ซึ่ง ตาม พ.ร.บ.วิศวกร 2542 และ พ.ร.บ.สถาปนิก 2543 ตรงนี้ไม่ควรใช้ ม.44 มายกเว้น เพราะเสมือนเป็นตัวอย่างต่อไปในอนาคต หากชาติอื่นเขามาทำ ก็ไม่ต้องสอบความรู้ ประสบการณ์กับสภาวิศวกร สภาสถาปนิก ซึ่งตรงนี้แก้ได้เพียงแค่ทำกิจการร่วมค้า ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่ทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจของสถาปนิก วิศวกรไทย” ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งและจราจร กล่าวให้ความเห็น

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาในประเด็นนี้ ดร.สามารถ กล่าวว่า หากมีการจัดตั้งกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทที่ปรึกษาของไทยกับบริษัทที่ปรึกษาของจีนร่วมกันออกแบบ คนไทยก็จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การออกแบบรถไฟความเร็วสูง และการคุมงานการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงด้วย ซึ่งรัฐบาลไทยควรจะใช้โอกาสนี้ เสริมสร้างความรู้ให้กับคนไทย

แต่ในขณะเดียวกัน หากให้จีนทำอยู่เพียงฝ่ายเดียว คนไทยก็จะไม่ได้อะไรจากโครงการนี้ เพราะเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งเรื่องการออกแบบ การติดตั้งระบบราง อาณัติสัญญาณรถไฟ ระบบสื่อสารต่างๆ ซึ่งเมื่อก่อนประเทศจีนเองก็เรียนรู้มาจากประเทศอื่น โดยเพิ่งจะมาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงภายหลัง แต่กลับก้าวหน้าไปมาก โดยโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงเมืองจีน มีระยะทางรวมมากกว่า 20,000 กม. ซึ่งนับว่ามีความยาวมากที่สุดในโลกด้วย

“อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าการใช้ ม.44 อาจจะใช้ยกเว้นกฎหมายบางกฎหมายที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่ยกเว้นทุกกฎหมายครับ” ดร.สามารถ ฝากทิ้งท้าย.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: