‘โรคแมวข่วน’โรคติดต่อในน้องแมวที่ตะแง๊วติดต่อสู่คน

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/262143

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ในโลกโซเชียลได้มีการพูดกันมากมายถึงชายสูงอายุคนหนึ่งที่ถูก “แมวข่วน” จนเกิดแผล แล้วไม่ได้รีบรักษา ปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งลุกลาม กลายเป็นแผลเนื้อตายเน่า แล้วหลายคนก็ไปสรุปกันว่า เป็นเพราะ “แมวข่วน” ซึ่งจริงๆ แล้ว ทางการแพทย์ได้ให้ข้อมูลยืนยันแล้วว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ก่อให้ให้เกิด “โรคเนื้อเน่า” (Necrotizing fasciitis) ที่บางคนเรียกว่า “แบคทีเรียกินเนื้อ” และที่สำคัญ ยังมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องอีกหลายประเด็นที่เสริมให้อาการหนักขึ้นขนาดนั้น จนเกือบจะทำให้  “แมว” กลายเป็น “แพะ (รับบาป)” ไปครับ

ฟังจากประเด็นนี้แล้ว เมื่อมีคีย์เวิร์ด 3 คำที่น่าสนใจ คือ “น้องแมว”  “การข่วน” และ “แผล” แล้ว ทำให้นึกถึงเรื่อง “โรคในแมวที่สามารถติดต่อมายังคน” ได้โรคหนึ่งนอกจากโรคพิษสุนัขบ้า นั่นคือ “โรคแมวข่วน” วันนี้เรามาคุยกันถึงโรคนี้กันครับ

● โรคแมวข่วนคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร ?

โรคแมวข่วน หรือ Cat Scratch Disease (CSD) เป็นโรคในแมวที่สามารถติดต่อจากแมวสู่คนได้ครับ  โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “บาร์โทเนลล่า เฮนเซเล่” (Bartonella henselae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ เกาะอยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงของแมวป่วย มีรูปร่างเป็นแท่งสั้น โค้งงอเล็กน้อย ซึ่งสามารถก่อโรคได้ในคน ในกรณีที่คนถูกแมวกัดข่วน หรือเลียที่บาดแผล ซึ่งถือเป็นโรคสัตว์ติดคน(Zoonoses) ชนิดหนึ่งครับ

● อาการเป็นอย่างไร ?

อาการในแมว  แมวจะมีเชื้อในกระแสโลหิตภายหลังการติดเชื้อในระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึงหลายปี อาการของโรคในแมว อาจพบว่า มีไข้เบื่ออาหาร ม่านตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ผิวหนังอักเสบ และเหงือกอักเสบ แต่ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่จะเป็นตัวแพร่โรคสู่คนได้

อาการในคน พบผื่นแดง ตุ่มพอง แผลหลุมที่บริเวณบาดแผล อาจพบต่อมน้ำเหลืองโต โดยทั่วไป โรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ในกรณีคนที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อโรคนี้แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด มีไข้ เกิดการติดเชื้อที่ตา ระบบประสาทหรือมีตุ่มนูนที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบรายงานการติดเชื้อแทรกซ้อนที่หัวใจ และตับอีกด้วย

● สัตว์ชนิดใดเป็นโรคแมวข่วนได้บ้าง ?

สัตว์ตระกูลแมวทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยง หรือแมวป่าก็สามารถติดเชื้อ Bartonella henselae ได้ตามธรรมชาติ และที่สำคัญแมวที่มีเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย แต่จะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้

● สัตว์ติดต่อโรคกันได้อย่างไร ?

เชื่อกันว่า “หมัดแมว” (Ctenocephalides felis) เป็นพาหะนำเชื้อจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง แต่เชื้อไม่ติดต่อโดยตรงระหว่างแมวกันเองจากการข่วนหรือกัดกัน

● การติดต่อจากแมวสู่คนได้อย่างไร

คนสามารถติดโรคแมวข่วนนี้ได้ จากการถูกแมวที่มีเชื้อกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล เนื่องจากเมื่อแมวตัวที่มีเชื้อในกระแสเลือดแล้ว หากแมวเกา กัด หรือข่วนตัวเองจนมีเลือดออก เชื้อในกระแสเลือดก็จะติดอยู่ตามซอกเล็บ เขี้ยวและฟันของแมว เมื่อแมวเลีย กัด หรือข่วนเจ้าของจนเกิดแผล เชื้อก็สามารถเข้าสู่บาดแผลได้

● การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ

สามารถทำได้โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ (antibody detection) การตรวจหาตัวเชื้อบาร์โทเนลล่าโดยการเพาะเชื้อ การใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction, PCR) และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อในแมวนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่า ในขณะนั้นแมวกำลังติดเชื้ออยู่หรือไม่ ในขณะที่วิธีการเพาะเชื้อ การใช้ PCR  และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ สามารถบอกได้ว่าแมวกำลังติดเชื้อหรือมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด

การตรวจการติดเชื้อบาร์โทเนลล่าในแมวมีความจำเป็นในหลายกรณี เช่น การตรวจเมื่อต้องการทำการถ่ายเลือด (Blood transfusion)โดยการตรวจในแมวตัวให้เลือด (Blood donor) และตรวจเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในการติดเชื้อสู่คน โดยในโปรแกรมการถ่ายเลือดหากพบว่า ตัวให้เลือดสามารถติดเชื้อบาร์โทเนลล่าจะไม่มีการนำมาใช้เป็นตัวให้เลือดเนื่องจากการรักษาให้ผลที่ไม่แน่นอนในการกำจัดเชื้อจากกระแสเลือด

● เมื่อไรที่เป็นสัญญาณว่าไปพบแพทย์โดยด่วน ?

หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ อาทิ แผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่เป็นเวลานาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ

● เราสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร ?

การป้องกันโรคแมวข่วนนั้น สามารถทำได้ง่าย ดังนี้

1.ป้องกันไม่ให้แมวมีหมัด เพราะหมัดเป็นตัวนำเชื้อโรคบาร์โทเนลล่ามาสู่แมว

2.เมื่อถูกแมวข่วน กัด หรือเลียแผล ให้ทำการล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หลายๆ ครั้ง จากนั้นใช้ยาฆ่าเชื้อใส่แผลให้เร็วที่สุด นอกจากโรคแมวข่วนแล้ว “โรคพิษสุนัขบ้า” ก็เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง หากถูกแมวกัดหรือข่วนครับ

3.หลีกเลี่ยงจากภาวะที่ทำให้แมวข่วน เช่น การเล่นกับแมวอย่างรุนแรง เป็นต้น

4.หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังที่กล่าวมาแล้ว ให้รีบไปปรึกษาแพทย์

จะเห็นว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่อยากเลยนะครับ หากปฏิบัติได้ดังนี้แล้วรับรองได้ว่าเราสามารถอยู่กับแมวได้อย่างมีความสุข และห่างไกลจากโรคแมวข่วนนี้แน่นอนครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: