โภชนาการและออกกำลังกาย ช่วยป้องกันโรคอ้วนในเด็ก

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/262816

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“โรคอ้วน” จากที่เคยมองว่าเป็นภัยสุขภาพของโลกฝั่งตะวันตก แต่ปัจจุบันกลับส่งผลคุกคามมาถึงประเทศไทยรวมถึงเด็กไทย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี 2551-2556 พบว่าจำนวนเด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็น
ร้อยละ 
7.9 นอกจากนี้ อัตราของโรคอ้วนในเด็กวัยกำลังศึกษาขยับขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 6.7 ในช่วงเวลาเดียวกัน สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของโรคอ้วนภายในระยะเวลาห้าปีที่ร้อยละ 36 (สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน) และร้อยละ15 (สำหรับเด็กในวัยเรียน) และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมชอบรับประทานหวานของคนไทยที่บริโภคน้ำตาลประมาณ 26 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แนะนำว่าควรรับประทานเพียงวันละ 6 ช้อนชาถึง เท่า ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีและการออกกำลังกายที่น้อยเกินไปของเด็กไทยด้วย

นาธาเนียล เวียนิสกี้ MD. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์และโภชนาการและสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาทางด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ เผยว่า

ข้อเท็จจริงที่ว่ามีจำนวนเด็กน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงปัญหาที่น่าวิตกกังวลในอนาคต บางทีอาจเป็นเพราะปัญหาการขาดสารอาหารที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปและน่าจะยังมีอยู่ในแถบชนบท ผู้คนจึงเห็นว่าการที่เด็กอ้วนเป็นเรื่องดี พ่อแม่
ผู้ปกครองอาจเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เต็มไปด้วยไขมันและน้ำตาล แต่มีวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพน้อย ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่อาจคิดว่าการให้เด็กอยู่บ้านดูทีวี. หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ จะปลอดภัยกว่าการออกไปเล่นนอกบ้าน

ด้วยสังคมบราซิลบ้านเกิดของผม ทำให้ผมเข้าใจดีว่าการที่เด็กมีไลฟ์สไตล์เช่นนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ต่อสังคมมากขนาดไหน ภายในระยะเวลาเพียง 40 ปี จำนวนเด็กชาวบราซิลที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ1,000และในปัจจุบันประมาณร้อยละ38ของเด็กบราซิลก็มีน้ำหนักเกิน สิ่งนี้เป็นปัญหาที่ผมกำลังศึกษาอยู่ในฐานะกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการซึ่งเน้นศึกษาเรื่องการควบคุมน้ำหนักและโรคอ้วนในวัยเด็กและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาปัญหาโรคอ้วนในวัยเด็กให้กับกระทรวงสาธารณสุขและการศึกษาของบราซิลด้วย

ผู้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นว่าโรคอ้วนได้แพร่ระบาดไปอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก ทว่ามีไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าใจถึงความเลวร้ายของโรคอ้วนในเด็ก แม้ว่าโรคนี้จะเป็นหนึ่งในปัญหาความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ร้ายแรงที่สุดของศตวรรษนี้ก็ตามโรคนี้เป็นภัยคุกคามเนื่องจากเด็กที่มีน้ำหนักเกินอาจประสบปัญหาสุขภาพและมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนและเป็นสาเหตุของนานาปัญหาสุขภาพตามมาได้

เด็กที่เป็นโรคอ้วนยังมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น ด้วยปัจจัยเสี่ยง อาทิ ปริมาณคอเลสเตอรอลสูงหรือความดันโลหิตสูง เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พวกเขาจะมีภาวะเบาหวานแฝง (prediabetes) โดยมีระดับน้ำตาลในเลือดที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้สูงนอกจากนี้เด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน ยังเสี่ยงที่จะมีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ อีกทั้งยังอาจได้รับการไม่ยอมรับจากสังคมจากการมีภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งจะทำให้เด็กขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ แม้อัตราของโรคอ้วนจะเพิ่มสูงขึ้นแต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการป้องกันโรคอ้วนคือการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลานรวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพร่างกายที่ดีซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายได้สำเร็จ และการทำตามคำแนะนำที่สืบต่อกันมาจากพ่อแม่และปู่ย่าตายายได้แก่ รากออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

หากคุณเป็นพ่อแม่โปรดจำไว้ว่าบุตรหลานของคุณมองคุณเป็นแบบอย่าง ดังนั้นถ้าคุณรับประทานผลไม้และผักลูก ๆ ของคุณก็จะทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักหน่อยก็ตาม ในทางกลับกัน หากคุณไม่เห็นความสำคัญของมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ และรับประทานแต่อาหารจานด่วนบ่อยๆ เข้า ลูกๆ ของคุณก็จะเลียนแบบพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพเหล่านี้ไปด้วย เมื่อคุณเตรียมอาหารให้เด็กๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีอุดมไปด้วยน้ำตาล เกลือและไขมันอิ่มตัว

โรงเรียนเองก็สามารถช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีและการบริหารร่างกายได้ รวมทั้งองค์กรบางแห่งที่พยายามช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เฮอร์บาไลฟ์แฟมิลี่ฟาวเดชั่นก็เป็นหนึ่งในกลุ่มองค์กรดังกล่าว ที่สนับสนุนองค์กรการกุศลทั่วโลกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ด้วยการส่งมอบโภชนาการที่ดี

การต่อสู้กับโรคอ้วนไม่ได้จบลงด้วยการมีโภชนาการที่ดีเท่านั้น การมีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงก็สำคัญเช่นกัน องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้เด็กอายุ 5-17 ปี ออกกำลังกายชนิดที่ออกแรงปานกลางถึงมากอย่างน้อย 60 นาทีเป็นประจำทุกวันเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายและสร้างเสริมภาวะสุขภาพดี ซึ่งรวมถึงการเสริมสุขภาพกระดูกด้วย

การมีกิจวัตรประจำวันที่ดีก็สามารถช่วยได้เช่นกันยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นพ่อ-แม่ คุณอาจกำหนดเวลาการทำกิจกรรมสักสองสามวันต่อสัปดาห์ นอกจากนี้การวางแผนกิจกรรมที่สนุกสนานและเรียบง่าย เช่น การกระโดด การเตะบอลและรับลูกบอลก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้อย่างมากทีเดียว และเมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง คุณก็จะสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ ของคุณได้ ควบคู่ไปกับได้ออกกำลังกายซึ่งจะช่วยให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพโดยรวมที่ดี

สรุปว่าไม่มีเคล็ดลับพิเศษใดในการเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรง คุณเพียงทำตามคำแนะนำง่ายๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและบริหารร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้จะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมดีๆ ให้กับลูกของคุณไปตลอดชีวิตและกลายเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตอันยืนยาว คุ้มค่าและมีสุขภาพดี

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: