เก็บมาคิด : ธรรมชาติสร้างสมอง มนุษย์สร้างนวัตกรรม

Published June 17, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238140

วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ความก้าวหน้าในภาคสังคม หัวใจหลักที่สุดของการพัฒนาคือ ต้องมี “ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า” เพราะสังคมโลกนับแต่วันนี้เป็นต้นไป มนุษย์จะเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้เป็นไปตามที่มนุษย์ต้องการ

ทำให้เราได้เห็นว่า ความแปลกใหม่ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งในสิ่งที่เป็นรูปธรรม หรือ ไม่เป็นรูปธรรม เกิดจากมันสมองของมนุษย์ทั้งสิ้น

ในงานเสวนาเรื่อง “การปฏิรูปสังคมไทยสู่สังคมนวัตกรรม”ที่ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เราได้พบว่า ในการพัฒนาที่จับต้องได้ “นวัตกรรม” ถือเป็นหัวใจหลักที่สังคมกำลังจับตามองกันมากที่สุด เพราะนวัตกรรม คือ สิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ในงานเสวนาวันนั้น มีผู้ทรงวุฒิหลายท่าน ที่แสดงความเห็นในเรื่องของ นวัตกรรม ที่ทำให้เราต้อง “เก็บมาคิด”หลายอย่าง ดังต่อไปนี้

“ในด้านความจำเป็น”

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาฯ กล่าวว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่การประดิษฐ์สิ่งใหม่ ให้เกิดขึ้นเท่านั้นแต่ต้องมีการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และทำให้เกิดมีผลกระทบต่อสังคมด้วย ในฐานะสถาบันการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมนวัตกรรม คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีความสามารถได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและต่อยอดศักยภาพนั้นออกไป บทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉพาะชาวจุฬาฯเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนเก่ง คนดี และมีไฟ มาร่วมกันสร้างนวัตกรรมออกสู่สังคมไทย ขยายไปสู่สังคมอาเซียนและสังคมโลก โดยใช้พื้นที่ CU Innovation Hub ที่จุฬาฯจัดตั้งขึ้น

ในด้านการกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ให้ความเห็นว่า สังคมนวัตกรรมถือเป็นความอยู่รอดของประเทศไทย ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมนวัตกรรมได้นั้น “ระบบนิเวศนวัตกรรม” เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันปรับสภาพแวดล้อมในการสนับสนุนบรรยากาศการสร้างความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์นั้นออกไป การสนับสนุนเกิดได้สองทาง อย่างแรก คือการริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ บางครั้งอาจไม่สำเร็จ หรือล้มเหลว เราต้องให้อภัยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่จะตามมา เพราะการที่จะไปถึงขั้นสุดท้ายที่จะเป็นนวัตกรรมออกมาได้ ต้องผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างที่สองคือต้องมีกระบวนการสนับสนุนให้แนวคิดนั้นต่อยอดไปได้ ทั้งเรื่องเวลา เรื่องคน เรื่องเงิน

ในด้านของการนำไปใช้

คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการและประธานที่ปรึกษา ฝ่ายจัดการ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ ให้ความเห็นว่า สังคมนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งความร่วมมือจากภายในหน่วยงานเดียวกันและต่างหน่วยงาน เนื่องจากนวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง สังคมไทยจะต้องยอมรับการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น สังคมนวัตกรรมต้องกล้าที่จะมีการดีเบตในประเด็นต่างๆ และรับฟังความคิดเห็น คนไทยเอง ก็จะต้องเรียนรู้ อาจเริ่มจากสังคมระดับเล็ก คือ สังคมครอบครัวหรือโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ต้องยอมให้ลูกเห็นต่างได้ นักเรียนต้องสามารถเห็นต่างจากคุณครูได้

ในด้านของการลงทุน

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ เน้นย้ำว่า นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ คนต้องกล้าคิดทำเรื่องใหม่ การสร้างนวัตกรรมเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ประเทศต้องยอมลงทุนสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นบนการบริหารความเสี่ยงที่ดี เพราะความล้มเหลวเป็นบันไดสำคัญของความสำเร็จ เมื่อรู้จักเรียนรู้บทเรียนจากความล้มเหลวนั้นรวมทั้งต้องบ่มเพาะให้เด็ก มีความรู้ความสามารถ ควบคู่ไปกับการที่ภาครัฐสร้างกลไกสนับสนุนต่างๆ ที่เหมาะสม

ในด้านอื่นๆ ที่จะต้องช่วยกัน

คุณลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า มูลนิธิชัยพัฒนาทำงานด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด โดยสิ่งที่มูลนิธิฯถือเป็นต้นแบบปฏิบัติคือแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางรากฐานไว้ การสร้างสังคมนวัตกรรมนั้นนอกจากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีแล้ว อีกด้านที่สำคัญมากที่ต้องสร้างและพัฒนาให้เกิดขึ้นคือนวัตกรรมทางสังคม

คุณสุทธิชัย หยุ่น กูรูทางด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่า สังคมไทยต้องปรับวัฒนธรรมบางอย่าง ที่เป็นอุปสรรคต่อการเกิดนวัตกรรม โดยจะต้องสร้างสังคมที่กล้าตั้งคำถาม ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ และตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมนวัตกรรมอย่างจริงจัง

ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวทำให้เห็นว่า เครือข่ายของการสร้างนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ต้องโยงใยเชื่อมโยงกันไม่ต่างจาก
ใยแมงมุม ที่จะต้องวิ่งเข้าสู่เป้าหมายเดียวกันอันเป็นศูนย์กลาง หรือ หัวใจของนวัตกรรม

ซึ่งหากมองไปถึงองคาพยพของ CU Innovation Hub หรือ “ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ที่มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริม นวัตกรและนวัตกรรม สร้างเสริมสังคมไทยสู่วิถีใหม่ในการใช้ชีวิต การเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมไทย จึงเป็น หน่วยหนึ่งของความสำคัญในการสร้าง นวัตกรรมให้ยั่งยืนและมั่นคง

ทั้งนี้ ทาง CU Innovation Hub ได้จัดทำ กิจกรรมหลัก ใน 4 ด้าน คือ Academy หลักสูตรเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็น, Incubation การบ่มเพาะความคิดสู่คำตอบและต้นแบบพร้อมต่อยอดออกสู่ตลาด Acceleration เร่งผลงานออกสู่ตลาดในวงกว้าง และ Outreach สื่อสารบริการนวัตกรรมสู่สาธารณะ ศูนย์กลางตลาดนวัตกรรมในจุดเดียว

เป้าหมายในชีวิตของคนทุกคนในวันนี้ หากเราต้องการสร้างอนาคตให้กับลูกหลาน สิ่งเดียวที่พ่อแม่พึงกระทำที่สุดคือ บ่มเพาะให้ลูกหลานเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มี “มันสมอง”เพราะทรัพย์สมบัติ แม้คุณจะมีมากเท่าไร ยิ่งใช้มันก็ยิ่งหมดไป แต่มันสมองคุณยิ่งใช้ มันจะยิ่งงอกงามมากขึ้น

ชนิตร  ภู่กาญจน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: