รายงานพิเศษ : ทุกคนพูดได้ ดีดี กันทั้งนั้น น่านับถือ

Published June 16, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237023

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัญหาหนักอกของผู้บริหารประเทศของไทยเวลานี้ มองกันว่าประเทศไทยของเราจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปและพัฒนาอย่างจริงจังในหลายเรื่องที่ยังขาด และไม่เท่าเทียมกับประเทศที่เขาพัฒนาโดย ท่านผู้บริหารเข้าใจว่า เรา(ประเทศไทย)ยังอยู่ในกับดักของขื่อคาบางอย่าง จนไม่สามารถทำให้ปรับทิศทางของประเทศ ให้ความเหลื่อมล้ำของคนและรายได้ของประชากรระดับกลาง(ที่มีรายได้ปานกลาง)ทัดเทียม หรือ เคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศที่เขาพัฒนาได้แล้ว (รายได้ของคนปานกลางยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ว่างั้นเถอะ)ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลกระทบไปถึงความสุขในการดำรงชีพด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงได้เกิด “ไทยแลนด์ 4.0” ขึ้นมา ให้ได้ยินกันบ่อยๆ ทั้งๆ ที่หลายคน อาจจะยังไม่ทราบความหมายว่า 4.0มันคืออะไร

ไทยแลนด์ 4.0 เป็นวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมภายใต้การกระชับความร่วมมือของภาครัฐ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ภาวะของการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาที่ยังค้างคาอยู่

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกมหาวิทยาลัย 61 แห่งได้จัดงานเสวนา เรื่อง “รวมพลังอุดมศึกษาไทย…ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0” ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยมีผู้สนใจและคณบดีจากมหาวิทยาลัย 61 แห่งมาร่วมงาน แสดงความคิดเห็นกันมากมาย พอที่จะยกมาให้รับทราบกันดังต่อไปนี้

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีและเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จากความเหนื่อยยาก ขายผลผลิตที่ใช้ทรัพยากรไปมากมายแต่รายได้นิดเดียว เปลี่ยนไปเป็นผู้นำเชิงนวัตกรรมของโลกเราสามารถทำได้ไม่ยาก รัฐบาลเองก็พร้อมส่งเสริมให้ก้าวไปพร้อมนวัตกรรม โดยที่ ภาคการศึกษารัฐและภาคอุตสาหกรรมเองต้องจับมือให้มั่น ในการเสริมสร้างเด็กไทยรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้นำและสร้างสรรค์นวัตกรรม เด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติอื่น ถ้าประเทศอื่นทำได้เราก็ทำได้ วันนี้ถือว่าเป็นการแนะแนวทางให้เราก้าวไปแบบไทยแลนด์ 4.0 อนาคตประเทศไทยต้องเป็นแชมป์เทคโนโลยี เราต้องร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นักศึกษาต้องมีความคิดปลดล็อกตัวเองให้เป็นมุ่งสู่การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เพื่อเป็นสตาร์ทอัพเจ้าของหรือผู้ประกอบการที่ใช้องค์ความรู้ใหม่ๆ มาต่อยอด ในอนาคตมีเทคโนโลยีของเขาเองและตอบสนองโจทย์ความต้องการของสังคมและโลก รัฐบาลเอาจริงกับไทยแลนด์ 4.0 ทางออกจากการที่เป็นลูกจ้าง ก็ไปเป็นเจ้าของนวัตกรรมเอง เป็นจริงได้ ถ้าเรากล้าคิด กล้าเสี่ยง มันจะต้องเริ่มจากอาจารย์และเด็กคนรุ่นใหม่ถ้าเราเป็นเจ้าของนวัตกรรมเองเราจะรุ่งเรืองแบบยั่งยืน อย่างประเทศเกาหลีเขาทำนวัตกรรมออกมาแล้วขายได้จริง ไม่ใช่เอาวิจัยขึ้นหิ้ง ความเป็นอาจารย์ต้องช่วยเปลี่ยนจากเด็กตีกัน มาเป็นส่งผลงานหุ่นยนต์มาสู้กัน แล้วเราจะเป็นเบอร์ 1 ของโลก

รศ.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญประธานกรรมการ สนง.คณะกรรมการอุดมศึกษา กล่าวว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษา ก่อตั้งมาเป็นเวลา 10 ปี ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ มี 11 ศูนย์ซึ่งกำลังจะตั้งเพิ่มอีก 1 ศูนย์ ตอนนี้กรรมการวิสามัญดิจิตอลได้เพิ่มเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นอีกแนวทางให้ไทยแลนด์ 4.0 ใช้เป็นเครื่องมือ เราจะนำประเทศไทยไปทัดเทียมนานาชาติ ทางคณะกรรมการจะศึกษา บทบาท และจะสร้างมาตรฐานบังคับมหาวิทยาลัย เราจะดูแลมาตรฐานคณาจารย์ มาตรฐานหลักสูตรมาตรฐานงานวิจัย การเรียนการสอนปรับเปลี่ยนใหม่ รวมไปถึงบทบาทอาจารย์ต้องเปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการการเรียนรู้ทางนวัตกรรมมากขึ้น มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีจะหลากหลาย ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกจะเข้มข้นขึ้น ประเทศไทยทำได้อยู่แล้ว เสียอย่างเดียวรู้หมดแต่ทำไม่ได้ ไทยแลนด์ 4.0 นี้ทันสมัยนะ เทคโนโลยีเรารู้หมด ส่งคนไปเรียนรู้ระดับสูง แต่คนกระจัดกระจายกันอยู่ ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาต้องระดมกำลังความร่วมมือกัน ทุกวันนี้คนบ้าปริญญา ไม่บ้าความรู้ เราต้องทำให้ทุกสาขาไม่ขาดคนดีและคนเก่ง และคนไทยต้องถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องก้าวไปพร้อมกันทั้งประเทศ โดยทุกฝ่ายต้องยึดเศรษฐกิจพอเพียงและรักษามรดกวัฒนธรรมไปด้วย เราต้องเปลี่ยนกระบวนการความคิด คนไทยผลิตภาพน้อยจึงต้องสร้างให้มากต้องยอมรับโอกาสที่จะล้มเหลวมากกว่าสำเร็จต้องสอนให้เด็กล้มเป็น ตั้งแต่อนุบาล รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดให้ดูแลตั้งแต่แรกเกิด ทำวันนี้ อีก 30 ปี ถึงจะเห็นผล เร่งพัฒนาคนให้มีความคิดสร้างสรรค์ภายในกรอบคนดีต้องรู้ลึกถึงจะมีผลกว้าง วิศวกรรมเป็นพื้นฐานของหลายวิชา วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน ถ้าเราจับมือกันถึงจะดี

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเราติดกับดักความเหลื่อมล้ำและการเป็นประเทศปานกลางมานาน เพราะเราไม่มีการผลักดันที่ดี เราถนัดซื้อเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เรารับจ้างผลิตอย่างเดียวจนมาถึงทางตัน ไม่มีเทคโนโลยีของเราเองเลย ถ้าเราไม่สร้างเองเราก็แบ่งปันไม่ได้ ด้วยแนวโน้มรัฐบาลชุดนี้ผลักดันการศึกษาและอุตสาหกรรม ผลงานวิจัยต้องเป็นแบบพร้อมใช้ สามารถนำงานวิจัยทางสถาบันเอาไปใช้วิจัยสู่นานาชาติ เรามีอาจารย์ บุคลากรที่มีประสบการณ์ความรู้สูง นักศึกษาที่พร้อมวิจัย ถ้าเราประสานร่วมมือกับภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนาชิ้นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ผมเชื่อเราว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาแข่งขันบนเวทีโลกได้ ส่วนภาคอุตสาหกรรมจะเกิดแนวความคิดมุมมองต่างๆ ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บริการได้ ดังนั้นสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนต้องมีส่วนร่วมจริงจังเพื่อก้าวให้ทันโลก สถาบันการศึกษาต้องเป็นผู้นำการสร้างคน ต้องเปลี่ยน ตื่นตัวประเทศจะขับเคลื่อนได้โครงสร้างต้องเปลี่ยนหมด สิ่งที่สอนเยาวชนให้คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ ให้ถูกต้อง และสร้างให้ติดตัวเค้าไปยาวนาน ถ้าเราไม่วิเคราะห์สิ่งที่ล้มเหลวก็จะเดินต่อไปยาก หมดเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะมาแข่งขันกันเราต้องจับมือกันและพัฒนาประเทศไทยให้นวัตกรรมก้าวไปไกล

คุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันมีสิ่งเอื้อ คือ ดิจิตอล เมื่อก่อนไม่มี พอก้าวเข้ายุค 4.0 ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดิจิตอล ทั้งการออกแบบ การทดสอบวิเคราะห์ก็ใช่ดิจิตอลเดี๋ยวนี้การการทดสอบวิเคราะห์ ไม่ใช้แล็บแล้วแต่ใช้ดิจิตอล ซึ่งตั้งแต่กระบวนการดรออิ้งในคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด หรือ พรีเซ็นต์งานได้โดยใช้ดิจิตอล และเราสามารถออกแบบสิ่งที่ต้องการได้ ถ้าท่านต้องการเป็นผู้นำท่านต้องตอบโจทย์ให้ได้ ภาคการศึกษาจะเชื่อมโยงอย่างไรก็ไม่เกิดผล ถ้าภาคเอกชนผู้ผลิตไม่เชื่อมโยงด้วย เทคโนโลยีพัฒนามาไกลและรวดเร็ว แต่เราเพิ่งเอามาใช้ก็ไม่เป็นผล ดังนั้นเราต้องมองไปที่ตลาดในอนาคต ความเชื่อมโยงก็จะเกิดขึ้น การร่วมมือของสถาบันการศึกษา อาจารย์กับอุตสาหกรรมต้องส่งเสริมกระตุ้นให้เห็นข้อดีเป็นบวก รวมทั้งสร้างเสริมประสบการณ์โดยตรง ทำให้ท่านอาจารย์ได้การยอมรับและเข้าถึงตำแหน่งวิชาการเร็วขึ้นด้วยการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไป แต่ถ้าความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากอินเตอร์เนต นักเรียนก็จะมองอาจารย์เป็นคอมพิวเตอร์ เราต้องประสิทธิ์ประสาทวิชานั้น ทดสอบความรู้ในวิชานั้นๆ ถ้าทำได้ผมคิดว่าเราจะดีขึ้น จากสถิติการเรียนการสอนถ้าจะให้เรียนได้ดีต้องใช้เวลาเรียนและศึกษา 1 หมื่นชั่วโมงต้องคลุกคลีอยู่ตรงนั้น การที่จะประสบความสำเร็จไม่ว่านักกีฬา หรือนักดนตรี กว่าที่จะทำผลงานออกมาดีต้อง 1 หมื่นชั่วโมงทั้งนั้น

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนมีคติ มีวิสัยทัศน์ ที่น่าจะทำให้ไทยแลนด์ 4.0ประสบผลสัมฤทธิ์ แต่ไม่ทราบว่า เจ้า 4.0ที่ว่านี้ จะก้าวพ้นกับดักที่คนไทยดีแต่พูดได้ด้วยหรือเปล่า?

ชนิตร ภู่กาญจน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: