สีสันวงดนตรีนอกสายตา ลีลาพาให้ ‘Brown Flying’ มีอัลบั้มแรกของตัวเอง

Published June 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/268231

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สร้างสีสันทางดนตรีให้กับแวดวงเพลงร็อกไทยได้อย่างมีเอกลักษณ์ นักฟังเพลง ดูคอนเสิร์ต จึงไม่มีใครไม่รู้จัก Brown Flying (บราวน์ ฟลายอิ้ง) กลุ่มคนทางดนตรี ผู้มีความชอบในสิ่งเดียวกัน อาจมีการปรับเปลี่ยนสมาชิก เพิ่มเติมหรือหายหน้า ปัจจุบัน คือวง 3 หนุ่ม เดียว-อัษ นิลปั้น (ร้องนำ,กีตาร์), โน้ต-พงษ์อิทธิ์ ฤกษ์อรุโณทัย (กลอง) และ นะ-ธนวิตพงษ์เจริญ (เบส) ที่เดินตามความฝัน จนถึงวันนี้ วันที่พวกเขาได้มี อัลบั้มเต็ม ของตัวเอง!!

เดียว : เริ่มจากการที่เราได้เซ็นสัญญากับสังกัดใหม่ คือ What The Duck ครับ เราก็มีแพลนอยากทำอัลบั้มเต็มเพราะเวลาเราคิดงาน เราคิดเป็นอัลบั้มมันง่ายกว่า เลยเสนอค่ายไปว่าอยากจะออก 10 เพลง ในอัลบั้มเต็ม

นะ : แต่ผู้ใหญ่เขาจะมีมุมมองอีกมุม ซึ่งเป็นการประชุมกัน และเคารพการตัดสินใจกัน ว่ายุคนี้ควรเล่นแบบซิงเกิ้ลก่อน เหมือนเดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคงครับ เราก็เห็นด้วยนะ เลยออกเป็นซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆ

เดียว : ก่อนหน้านี้เราปล่อยซิงเกิ้ลมาแล้ว 2 เพลงครับจากนั้นก็เอาอัลบั้มมาเสนอเรื่อยๆ เพราะผมพยายามที่จะออกให้ได้(หัวเราะ) สุดท้ายประชุมลงตัวกันว่า เราจะหั่นครึ่งอัลบั้มที่ทำไว้ เพื่อออกเป็นมินิอัลบั้มก่อน

นะ : ซึ่งในยุคนี้ผมคิดว่าเหมาะนะ การออกอัลบั้มยากมาก เพราะกลายเป็นระบบของออนไลน์เสียส่วนใหญ่ แต่การมีอัลบั้มมีแผ่นของตัวเอง มันเป็นความภูมิใจเรามากๆ ครับ

เดียว : ผมมองว่าออนไลน์ คือออฟชั่น แต่ว่าอย่างซีดี หรืออัลบั้ม มันคือ เมนหลักของวงดนตรีครับ

นะ : เราก็อยากจะมีแปะฝาผนังกับเขาบ้าง(หัวเราะ) เราโตมากับยุค 90 ยุคที่ยังเป็นเทปอยู่เลย ชอบเพลงไหนต้องเก็บเงินซื้อมาให้ได้ มันจึงเป็นสิ่งที่ฝังลึกๆ อยู่ในใจว่าเราก็อยากมีเป็นของตัวเอง วันนี้จึงเหมือนกับฝันเป็นจริงครับ

ทำไมถึงชื่ออัลบั้ม SURVIVE?

เดียว : เอาจริงๆ มันก็เหมือนการต่อสู้มานานสำหรับคนภายนอกหรือเพื่อนฝูงมอง แต่สำหรับเรา เรามองว่าเราอยากทำ เรายังมีความสุขกับการเล่นดนตรีอยู่ ผมมองย้อนกลับไป โห.. SURVIVE (การเอาชีวิตรอด) เหมือนกันนะ กว่าจะเปลี่ยนสมาชิกไป-มา จนสุดท้ายเราเหลือกันเท่านี้ แต่มือกีตาร์เก่าๆ ที่เคยร่วมงานกัน ก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ ยังคงแวะเวียนมาเล่นด้วยกันอยู่

นะ : คือยืนหยัด ด้วยใจที่จะเล่น เราคุยกันว่าเราอยากเล่นดนตรีไปจนกว่าเราจะเล่นไม่ไหวครับ

เดียว : ผมไม่ได้มองว่าเพลงอะไรมา เพลงอะไรไม่มาแล้ว เรามองแค่ว่าเราหันไปเจอเพื่อนเรา แล้วเรายังเล่นสนุกอยู่ครับ

ที่มาของชื่อ Brown Flying?

เดียว : มาจากตอนที่ผมฟอร์มวงกับรุ่นพี่ที่ประสานมิตรด้วยความชอบสไตล์อเมริกัน หนังคาวบอย เรารู้สึกมีความเป็นฝุ่นๆ มันดูแมน ตอนเราอยู่มหา’ลัยรู้สึกอะไรแบบนี้มันเท่มาก ก็เลยอยากจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับโซนนั้นนิดหนึ่ง เลยตั้งเป็นชื่อ Brown Flying ซึ่งไม่ค่อยมีใครเข้าใจ(หัวเราะ) ผมก็ต้องมานั่งอธิบาย เพราะมันเป็นประโยคที่ไม่มีความหมาย มันแค่นั่งคิดกันเด็กๆ คำนี้เท่ดีเนอะ ไม่ได้คิดอะไร พอใช้มา เราก็ไม่อยากเปลี่ยนแล้วครับ ใช้ชื่อนี้แหละ

4 เพลงจากการคัดกรอง เลือกมาลงมินิอัลบั้ม?

นะ : 4 เพลงก็จะเป็น 4 สไตล์เลยครับ บ่งบอกถึงความเป็น Brown Flying มากๆ

เดียว : เวลาเล่นเพลงหนัก เราอยากให้เป็นหนักแบบจุกๆ ไปเลย แต่พอเป็นเพลงช้า เพลงฟังสบายๆ ก็ต้องหวานสุดๆ ครับ เราพยายามจะทำให้กลมกล่อมที่สุด อย่างเพลง“หินก้อนสุดท้าย” จะเป็นอารมณ์ต่อสู้หน่อย คนที่ล้มแล้วยังค้างใจเราไม่ยอม เนื้อหาคือเราไม่ยอมหรอก แค่ยังไม่ถึงเวลารึเปล่า

นะ : เพลงนี้เราใช้ความรักนำพาครับ โดยที่ดนตรีจะหนัก ดุดัน หึกเหิม

เดียว : เพลงที่ 2 “Can You Hear Me?” จะเป็นเพลงฟังตอนขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์ เล่นสเก็ตบอร์ด ผมว่าอะไรที่ใช้ความเร็ว เพลงนี้เหมาะครับ และเพลงที่ 3 คือเพลง “ฝัน” เป็นเพลงช้า ค่อยๆ ไล่ลงมาเบาๆ เป็นเรื่องของความรักที่สูญเสียไป แต่เรายังต้องไปต่ออยู่ดี เพลงสุดท้ายคือ “รู้ว่ามี” เป็นเพลงให้กำลังใจครับ เหมือนว่าทุกครั้งที่เราล้ม เรายังมีลมที่คอยผลักดันเราอยู่ ลมนั้นอาจจะเป็นกำลังใจจากที่บ้าน จากเพื่อน จากคนรัก ซึ่งทุกสิ่งมีความหมายคือช่วยพยุงให้เราเดินต่อทั้งนั้น

สิ่งที่ทำให้ยืนหยัดกับการเป็นศิลปิน?

เดียว : ผมยังรู้สึกเหมือนผมยังเด็กๆ อยู่เลยครับเหมือนวันแรกที่ผมอยากทำวง ผมไม่มีความรู้สึกว่าผมเก่งขนาดที่เห็นน้องคนนี้ แล้วผมสามารถทำให้เขาดังได้ ผมไม่มีเซ้นต์ตรงนั้น ผมแค่ฟังเพลงอยู่ แล้วผมรู้สึกว่า เราเล่นแบบนี้ได้เราน่าจะบู๊ คือเรายังสนุกอยู่เลย (นะ : เรายังอยากขึ้นเวทีอยากเล่นดนตรีกัน)

สิ่งที่ได้จากการขึ้นคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง?

เดียว : ผมได้พลังเยอะเลยครับ บางทีคำพูดเล็กๆน้อยๆ ที่เขาให้กำลังใจ

นะ : เขาช่วยผลักดันเรา ให้เดินหน้าต่อไป เรารู้แล้วว่าเราไม่ได้คิดผิด ก็ต้องเอาให้สุดๆ ครับ เพราะว่าทุกคนที่มาดู เรารู้สึกถึงความฝันของเขาครับ

เดียว : บางทีไปที่ที่ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมีแฟนเพลงที่นี่ แต่ว่าก็เต็ม จนผมกลับมาผมคิดว่าเราต้องแต่งเพลงทดแทนสังคมบ้างนะ

นะ : งานเล่นดนตรีไม่ว่าจะในร้าน ผับ บาร์ หรือตามเทศกาลดนตรี มันแฝงไปด้วยความฝันเต็มไปหมด ผมเพิ่งรู้สึกได้ไม่นานมานี้ครับ ผมเห็นความฝันของคน แต่ก่อนที่เราชื่นชอบวงดนตรี มันทำให้เรามีแรงบันดาลใจ มีความฝันที่จะเดินหน้า ไม่ว่าจะเรื่องของการเล่นดนตรี หรือการใช้ชีวิตนะครับ มันรู้สึกได้เวลาเราได้ไปดูวงที่เราชอบเล่น แล้วพอได้มาอยู่จุดนี้ บางทีเราเจอแฟนเพลงที่เขาขี่มอเตอร์ไซค์มาจากขอนแก่น มาดูเราที่สุพรรณบุรี ขับมาคนเดียว สิ่งนี้ก็ทำให้เราได้เชื้อเพลิง ต่อไฟให้เราลุกไหม้ตลอดเวลา เหมือนได้เห็นตัวเองในอดีตครับ(เดียว : แค่เปลี่ยนที่ยืนเฉยๆ ครับ)

ดนตรีหล่อเลี้ยงชีวิตได้หรือเปล่า?

เดียว : ผมตอบไม่ได้ว่าดนตรีมันเลี้ยงชีวิตได้ไหม แต่มันขายสำหรับผม ผมฟังเพลงยังเพราะอยู่เลย มันอยู่ที่เรามากกว่า ว่าเราเลือกตรงไหน ถ้าเลือกอยากจะรวย ผมว่าอย่าเล่นดนตรีเลย (นะ :ดนตรีเป็นตัวตน ที่ทำให้มนุษย์มีชีวิต และได้ชีวา ) มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คนรวยอยู่แล้ว สำหรับผมนะครับ

ทิ้งท้ายก่อนจากกัน?

เดียว : ฝากอัลบั้ม SURVIVE ด้วยนะครับ พวกเราตั้งใจมาก ทั้งในด้านโปรดักชั่นการทำเพลง และเรื่องปกเพราะผมรู้สึกว่าเวลาจะไปซื้อซีดีใคร จะซีเรียสเรื่องการเปิดดูพอเป็นของเรา เราก็อยากให้คนที่ชอบอีกทอดหนึ่ง เขาได้รับอะไรที่เราตั้งใจที่สุด คนที่ยังไม่รู้จักพวกเรา อยากให้ลองฟังกันดูครับ

นะ : ด้านโปรดักชั่น เราทุ่มกันขนาดที่ว่าเข้าเนื้อตัวเอง เพื่อให้ได้คุณภาพเพลงที่ดีที่สุด เพราะ 4 เพลงนี้ เราส่งไปมิกซ์เสียงที่อังกฤษด้วยครับ

เดียว : คือเราจ้างโปรดิวเซอร์เป็นคนอังกฤษมาดูแลในงบที่ค่ายไม่ได้ซัพพอร์ตให้ เพราะเขาต้องมีลิมิตของเขา แต่เรายินดีที่จะให้มันดีที่สุด โดยพี่นะจ่ายก่อนตลอดครับ (หัวเราะ)

นะ : แต่เรามีเหตุผลที่จะทำครับ เพราะผลที่ได้กลับมามันคุ้มมากครับ เราไม่รู้สึกว่ามันเพลงเลย สำหรับสิ่งที่เราลงทุนไป เราได้พัฒนาตัวเองในห้องอัดระดับโลก แทนที่เราจะทำอยู่ที่บ้าน แล้วเก็บเงินไว้ เราไม่สนใจตรงนั้นเลย เรารู้สึกว่าการได้ใช้มิกซ์เซอร์ราคาร้อยล้านมันเท่มากครับซึ่งเดียวรู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ตรงนี้ก็เข้าเนื้อเขาเหมือนกัน(หัวเราะ)

เดียว : ปกติราคานี้เขาไม่น่าจะรับทำครับ(หัวเราะ) รู้สึกว่าเป็นการทำงานที่อินเตอร์มาก ผมไม่เคยทำงานผ่าน Skype เลยครับ คือมิกซ์แล้วก็ฟังกันสดๆ ซึ่งภาษาอังกฤษผมไม่เก่งเลย Translate กันสนุกมากครับ

นะ : อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอบคุณ คือวงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรา อย่าง Silly Fool พี่หรั่ง เป็นคนที่มีพระคุณกับพวกเรามากๆ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเรา สอนให้เราครองตัวอยู่ในคุณธรรม ให้ใช้ห้องอัดที่บ้านฟรีๆ และช่วยดูเพลงลอตแรกให้กับพวกเรา

เดียว : ทั้งๆ ที่แกเป็นคนไม่ค่อยพูดเลย แต่ผมเคนยืนดูเขาบนเวที แล้วคิดว่าอยากมีวงแบบนี้บ้าง จนวันหนึ่งได้ไปทำงานที่บ้านเขา จนทุกวันนี้ผมมีโอกาสได้เล่นเวทีเดียวกับเขา ผมรู้สึกผมมาไกลมากครับ ถ้าไม่ได้พี่หรั่ง เราคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ครับ ช่วงโชว์แรกๆ พี่หรั่ง กับพี่ใหม่ สิบล้อก็ช่วยดูช่วยสอนให้ รวมถึงได้พี่ต้น Silly Fool ด้วยอีกคนคือจริงๆ แค่ได้นั่งคุยกับพวกพี่เขา ผมว่าผมได้อะไรเยอะแล้วครับ

อยากรู้จักพวกเขา และงานเพลงของ Brown Flying มากกว่านี้ แนะให้กดติดตามที่เฟซบุ๊คแฟนเพจBrown flying และ What the duck รวมถึง MV เพลง “ฝัน” ที่ถ่ายทำกันใต้น้ำ ซึ่งพวกเขา proud to present เอามากๆ แต่ถ้าอยากดูสด 25 พฤษภาคมนี้ พวกเขาจะขึ้นคอนเสิร์ตWhat the Duck Presents Jameson on the rock ร่วมกับวง De flamingo, Chanudom, Arak and The Pisat Band และ Opening act จาก The TOYS ที่ Live RCA Bangkok ขายบัตรที่ Inbox FanPage Whattheduck

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: