นิรันดร์ ประวิทย์ธนา ขอเปลี่ยนโลกการลงทุน

Published June 13, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 พฤษภาคม 2560 เวลา 12:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/497094

นิรันดร์ ประวิทย์ธนา ขอเปลี่ยนโลกการลงทุน

โดย…ปอย  ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หลายคนมองว่า คนที่จ่อมจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเรียกว่ากัน “เนิร์ด” มักสื่อสารกับคนทั่วไปไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เมื่อได้ฟังนักธุรกิจบุคลิกสุดเนิร์ดเป็นที่รู้จักดีในกลุ่มนักลงทุนตลาดหุ้น นิรันดร์ ประวิทย์ธนา ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง เอวา แอดไวเซอรี่ อธิบายเรื่องแอพพลิเคชั่นเอวา (Ava) ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ประกาศตัวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence เปิดให้บริการดาวน์โหลด iOS และ Android เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา รวมข้อมูลนักลงทุนในตลาดหุ้นทันเหตุการณ์แบบครบวงจร สะดวกง่ายแค่ปลายนิ้ว อีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุน

นิรันดร์ อธิบายฟังเข้าใจได้ไม่ยากว่า ตลาดหุ้นในสหรัฐใช้หุ่นยนต์เล่นหุ้นแทนมนุษย์เราไปแล้ว! เพราะกระบวนการคิดซับซ้อน โรบอทถึง 70% เล่นหุ้นแล้วทำได้ดีกว่าสมองคน!!!

อย่างไรก็ตามมนุษย์ต้องบอกเป้าหมาย หุ่นยนต์จึงจะไปหาคำตอบให้นักลงทุนได้นะครับ” นิรันดร์ ซีอีโอ เอวา แอดไวเซอรี่ บอกพร้อมรอยยิ้มเบาๆ มุมปาก เตือนสติแมลงเม่าทั้งหลายว่าอย่าเพิ่งฝันหวานว่ามีตัวช่วยคำนวณตัวเลขระดับสมองกล แล้วจะดลบันดาลตัวเลขดั่งใจ ถ้าไม่เรียนรู้ ผลกำไรก็ไม่ได้อย่างที่ฝันหวานๆ กันแน่นอน

โรบอท (ไม่ได้) เก่งกว่าคน?!!

ฟังแล้วก็สนุกพอๆ กับฟังพล็อตหนังไซ-ไฟ ผู้บริหารบุคลิกสุดเนิร์ด นิรันดร์ อธิบายว่า วันนี้หลายคนยังไม่รู้ว่ากำลังต่อสู้ฟาดฟันกับมันสมองหุ่นยนต์อยู่โดยเฉพาะตลาดหุ้นในต่างประเทศ เป็นกระบวนการคิดในแบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สร้างโรบอทขึ้นมาให้มันคิด ให้มันเป็นตัวแทนในตลาดลงทุนหุ้นของนักลงทุน

“วันนี้ในต่างประเทศหุ่นยนต์เล่นหุ้นเยอะกว่าคนอีกนะครับ” นิรันดร์ เริ่มสนทนาพร้อมรอยยิ้มส่งสัญญาณว่าเรื่องที่เขาพูด ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ!!!

“ในสหรัฐกองทุนยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย กว่า 70% ของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้น เกิดผ่านกลไกโรบอทพวกนี้ มันเก่งกว่าคนตรงที่มันสามารถดูตัวเลขได้ล้านๆ ตัวพร้อมๆ กันได้ ขณะที่มนุษย์ดูจอภาพ 5-6 จอก็มึนตึ้บกันไปตามๆ กันแล้ว สมองกลจึงเริ่มเข้ามาทดแทนตลาดสมองคน นักลงทุนรายย่อยหลายๆ ราย อาจไม่รู้ตัวว่าในบางครั้งฝ่ายตรงข้ามที่ซื้อขายอยู่กับคุณ คุณอาจอยู่ในตลาดการลงทุนที่กำลังต่อสู้กับสิ่งไม่มีชีวิตไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว (บอกพลางยิ้ม)

นี่คือการเปลี่ยนโลกของการลงทุนเลยครับ โดยมีอุปกรณ์ให้คนหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อการลงทุนกันมากขึ้น มนุษย์ไม่ได้เหมาะกับการเป็นนักลงทุนหรอกครับ ไม่เช่นนั้นคนคงไม่เจ๊งหุ้นกันเต็มประเทศขนาดนี้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นถ้ารู้ข้อจำกัดนี้ก็อย่าไปฝืนธรรมชาติเลย แล้วนี่คือแรงบันดาลใจให้ผมสร้างแอพพลิเคชั่นเอวา เพื่อให้นักลงทุนใช้เอาตัวรอดให้ได้ ผมเปรียบเทียบว่าถ้าคุณมือเปล่าไปรบกับนักลงทุนรายใหญ่ ที่มีทั้งรถถัง ปืนใหญ่ คุณคงสู้ไม่ได้หรอกนะครับ ถ้าคุณมีดาบมีโล่ก็เก่งขึ้นมาหน่อย มีปืนก็พอสู้รบปรบมือกับเขาได้

เป้าหมายของผมในการสร้างเอวา คือการสร้างยุทโธปกรณ์ให้คนมือเปล่าเอาตัวรอด และอาจเอาชนะในสนามรบที่เป็นตลาดหุ้นให้ดีที่สุด”

ฟังๆ แล้ว การลงทุนในตลาดหุ้น น่ากลัวประหนึ่งลงคลุกคลีตีโมงในสนามรบขนาดนั้นเลยเชียวหรือ?!! นิรันดร์ ซีอีโอลุคเนิร์ด ตอบกลับทันใด

“น่ากลัวสิครับ ผมบอกมือใหม่หลายคนเลยครับ ว่าถ้าใครไม่มีเวลาทุ่มเทจริงจัง ก็อย่าลงมาเล่นเลยไปซื้อกองทุนสะสม LTF/RMF อะไรทั้งหลายดีกว่า ขนาดพวกผมซึ่งเป็นนักลงทุนที่เรียกว่าคร่ำหวอดอยู่ในตลาดหุ้นหลายๆ สิบปี บางวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตามติดวันละสิบกว่าชั่วโมง บางครั้งก็ยังแพ้เลย แล้วขณะที่คนเล่นหุ้นส่วนหนึ่งที่ทำงานประจำมีเวลาดูหุ้น เพียงวันละ 2-3 ชั่วโมงจ้องจอ ผมบอกเลยครับว่าเอาชนะยาก

ผมไม่ได้บอกนะครับว่าแอพพลิเคชั่นเอวา ผมคิดค้นขึ้นมาจะช่วยคุณได้ทุกๆ อย่าง ทุกๆ เรื่องผมไม่ได้บอกนะครับว่าคุณต้องเริ่มต้นด้วยแอพนี้ (บอกย้ำหนักแน่น) แต่คุณจะต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน จนคุณสามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนระยะยาว หรือนักการเก็งกำไรระยะสั้นเสร็จสิ้นภายในวันเดียว แบบ Day Trade แล้วแทนที่เริ่มโดยไปนั่งเฝ้าหน้าจอ ให้ลองเริ่มต้นศึกษาหาความรู้เรื่องเหล่านี้เสียก่อนครับ แล้วจึงไปสั่งเอวาทำงาน

แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำแบบนี้กันเลย ตลาดเปิด 10 โมงเช้าก็นั่งเฝ้าจอหุ้นอย่างเดียว เป็นวิธีที่ผิดพลาดมาก ผมแนะนำให้เอาเวลาส่วนใหญ่ไปศึกษาเรื่องหุ้นให้ถ่องแท้ แล้วจึงสั่งให้เอวาเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานแทนสมองคุณ

ถ้าคุณไม่เสียเวลาศึกษาหาความรู้ก่อนเป็นอันดับแรก แอพพลิเคชั่นวิเศษแค่ไหนก็ช่วยคุณไม่ได้หรอกครับ เพราะคนต้องออกคำสั่งให้เอวาไปหาข้อมูลมาให้คุณ แล้วถ้าคุณออกคำสั่งผิดๆ เอวาก็หาข้อมูลผิดๆ มาให้คุณเช่นกันครับ การมีความรู้เท่านั้นครับที่ทำให้คุณเป็นชนชั้นกลางได้ คนฉลาดๆ รวยขึ้นครับ

เช่นเดียวกันการยืนอยู่ที่เดิมๆ ไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ก็ทำให้คุณจนลงเป็นธรรมดาครับ” นิรันดร์ บอกประโยคน่าคิดพร้อมรอยยิ้ม

สร้างเพื่อนคู่คิดของนักลงทุน

ถ้าบอกว่าคนมีความสุขกับงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ บุคลิกเนิร์ด มุ่งมั่นพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านมากๆ เข้าถึงยาก แต่นั่นคือสิ่งตรงข้ามไม่ใช่นิยามผู้บริหารแอพพลิเคชั่นคนนี้แน่นอน นิรันดร์ อธิบายเปิดตัวเป็นเพื่อนคู่คิดของนักทุนได้อย่างฟังเข้าใจได้สบาย

“ไม่มีความรู้ ก็เพราะไม่ศึกษาก่อนเข้ามาในตลาดหุ้น ก็พ่ายแพ้ง่ายๆ แล้วพานบอกว่าหุ้นเหมือนกับการพนัน ซึ่งไม่ใช่เลยครับ (หัวเราะ) คนไทยมี Mindset แปลกประหลาด เอวา ไม่ใช่แอพพลิเคชั่นแรกที่ผมคิดค้นขึ้นมานะครับ ก่อนหน้านั้นผมคิด Market Anyware แอพพลิเคชั่นในราคาซื้อกาแฟดังๆ ได้ 2 แก้วเท่านั้นเอง คนก็ไม่สนใจ (หัวเราะ) แต่กลับรับได้ที่ไปสูญเสียเงินในตลาดหุ้นเป็นแสนบาทเป็นล้านบาท คือนอกจากไม่มีข้อมูลแล้วก็ไม่ยอมจ่ายเพื่อเป็นเครื่องมือ เพื่อความรู้ เลือกเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในสนามรบแล้วก็เจ็บตัวกันกลับมา

ถ้าไม่มีการศึกษาเรื่องหุ้นแต่ละตัวมาก่อน ต่อให้นั่งเฝ้าหน้าจอหุ้นทั้งวันก็ไม่มีประโยชน์เลยครับ”

คำถามว่าคร่ำหวอดวงการนี้มานาน คิดค้นแอพพลิเคชั่นระดับมันสมองกลขึ้นมา เส้นทางนี้น่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ นิรันดร์ ย้อนเล่าไปว่าเขาไม่คิดฝันอยากมาอยู่ตรงนี้ ตอนเลือกเรียนระดับปริญญาตรีอยากเป็นสถาปนิกมากกว่า สมัยวัยรุ่นชอบวาดรูป แล้วในที่สุดก็ได้ค้นพบตัวเองในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

“เป็นนักคณิตศาสตร์สนุกกว่าเยอะเลยครับ ผมจึงเลือกเรียนด้านคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จบปริญญาตรีก็สนุกกับการเขียนโปรแกรมไปเป็นลูกจ้างอยู่พักหนึ่ง คิดทั้งวันเป็นจับกัง ก็เลยบอกครอบครัวว่าจะขอลาออกมาตั้งบริษัทของตัวเอง ถอนเงินจากหุ้นมาทั้งหมดเลย เป็นการทุ่มเทสุดๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต มีเป้าหมายอยากคิดโปรแกรมดีๆ ให้คนไทยได้ใช้ และเป็นโมเดลไม่ได้ขายโปรแกรมให้รายย่อย ขายให้โบรกเกอร์ไปเลย

แรกๆ ก็ขายไม่ค่อยได้ เริ่มตั้งบริษัทมีท้อครับร้องไห้ก็มี (แต่ตอนนี้บอกพร้อมรอยยิ้ม) ทยอยขายหุ้นจ่ายเงินเดือนพนักงาน เพราะงานของผมเป็นนวัตกรรมต้องใช้ทีมงานคิดและวิจัยทีมใหญ่

เวลามีปัญหาผมคิดเสียว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี แล้วทำให้เราได้หยุดพักได้ปลีกวิเวก ถ้าเราดึงดันไปพุ่งชนปัญหาก็อาจจะพัง เป็นช่วงทำสมาธิรวบรวมพละกำลังเพื่อก้าวต่อไป ผมต้องขอบคุณกำลังใจจากพนักงานที่บางเดือนก็อาจนับเงินเดือนล่าช้าไปบ้าง บางปีก็ไม่มีโบนัสบ้าง ทีมงานที่ดีทำให้เราก้าวมาถึงวันนี้ครับ” นิรันดร์ ย้อนเล่าปัญหาในวันวาน

ก้าวต่อไปคือการคิดค้นโปรแกรมมีหน้าที่ “ผู้จัดการกองทุน” สำหรับนักลงทุน พัฒนาจากการเป็นโปรแกรมรับคำสั่งมนุษย์ ซึ่งโปรแกรมใหม่จะไปไกลกว่านั้น

“จากถ้ามีข้อมูลผิด เอวาก็จะหาข้อมูลผิดๆ มาให้เช่นเดียวกัน แต่เวอร์ชั่นใหม่คือเอวาอัลฟ่า นักลงทุนแค่เอาเงินไปวางให้โปรแกรมลงทุนให้ ไม่น่าตื่นเต้นอะไรมากมายครับโปรแกรมนี้ในต่างประเทศใช้กันเยอะแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีในเมืองไทย”

นิรันดร์ ย้ำไม่ว่าเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหนก็ตาม หากความทุ่มเทของมนุษย์จะสามารถเอาชนะได้ทุกอย่าง วิธีการลงทุนสไตล์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลายเป็นคัมภีร์อมตะการวิเคราะห์การลงทุน ที่คนไม่ได้มีพื้นฐานทางการเงินก็สามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย

“บอกเลยผมก็เจ๊งมาเยอะครับสมัยหนุ่มๆ ผมถือหุ้นซีพีออลล์ไว้สมัยที่ราคาหุ้นละ 6 บาท ซึ่งตอนนี้เพิ่มขึ้น 10 เท่า แต่ก็ขายไปเพราะอยากซื้อรถสปอร์ตขับโชว์สาว (ว่าแล้วก็หัวเราะ) กลับมาคิดตอนนี้ก็สรุปว่าเป็นความคิดแปลกๆ สไตล์วัยรุ่น

ล่าสุดโดนหนักๆ ก็ปี 2011 นี้เองครับ ผมมั่นใจเกินไปว่าทองคำต้องราคาขึ้นแน่นอน ธนาคารกลางสหรัฐในสมัยประธานาธิบดีโอบามาเตรียมพิมพ์เงินเพิ่ม ผมยิ่งมั่นใจว่าเคสนี้ราคาทองคำพุ่งชัวร์ แต่ราคาพุ่ง 2 รอบแรก พอรอบ 3 ทองดิ่ง ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์บางครั้งก็เชื่อมั่นมากไม่ได้ แต่ที่สุดแล้วผมว่าความโลภและความมั่นใจในตัวเองเกินไปจะพานักลงทุนล้มเหลว

เพราะฉะนั้นคัมภีร์ที่แน่นอนต้องอยู่บนพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ ต้องศึกษาให้มากที่สุดเลยครับ” นิรันดร์ ย้ำจริงจัง

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: