Star Retro : ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบของ ‘ปู-กรองทอง’

Published June 1, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/264482

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลากหลายผลงานที่ “ปู-กรองทอง รัชตะวรรณ” สร้างสรรค์ออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ล้วนเป็นความสุขที่เธอยินดีและรักที่จะทำมัน แม้ว่าเบื้องหลังจะต้องเผชิญกับเรื่องราวชีวิตดราม่าสักแค่ไหนก็ตาม สัปดาห์นี้สตาร์เรโทรขอนำทุกท่านไปร่วมย้อนวันวานที่หลากรสของหญิงแกร่งคนนี้

“งานแสดงยังถือเป็นอาชีพหลักอยู่ค่ะและตอนนี้ก็มาทำครีมกันแดดและแป้งกันแดดยี่ห้อ PHILO ด้วยทำมาประมาณปีหนึ่งแล้วค่ะ ซึ่งกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งมาไม่ใช่ง่ายๆ เราต้องเทสต์กับคนหลายคนหลายสีผิว เมื่อก่อนจะเสียเงินกับการซื้อผลิตภัณฑ์พวกนี้เยอะมากพอวันหนึ่งก็เลยรู้สึกว่า ทำไมเราไม่มาทำเองใช้เอง ให้มันดีมีคุณภาพเท่ากับของเมืองนอกที่เขาทำกัน แล้วก็ปรับให้มันดีกว่านั้น แต่การทำธุรกิจยอมรับเลยว่ายากมากยากกว่าที่คิดไว้เยอะ เลยก็อาศัยถามจากคนนั้นคนนี้ส่วนใหญ่เพื่อนจะอยู่ในแวดวงคลินิกความสวยความงามอยู่แล้วเราก็ถามเขา

l รักที่จะทำไม่ได้ตามกระแส

ไม่ได้ตามกระแสแฟชั่นเลยค่ะมันเป็นความชอบส่วนตัว PHILO แปลว่าความรักเป็นภาษาลาตินรักที่จะทำรักที่จะให้คนมีความสวยงามเพราะเราชอบดูสิ่งสวยๆ งามๆ อย่างน้อยเห็นคนหน้าเนียนเราก็มีความสุขมันเป็นการตอบโจทย์ชีวิตเราค่ะ เงินมันก็เป็นเรื่องสำคัญเราต้องกินต้องใช้ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือภูมิใจและความเป็นมนุษย์ที่มันไม่เหมือนใคร อย่างเราเป็นนักแสดงบางทีเราประสบความสำเร็จทางการแสดงแล้วอาจจะไม่ได้ถ้วยรางวัลอะไรมา แต่ก็มีคนนิยมชมชอบทักเรา หรือว่าสวัสดีเรา ขอถ่ายรูปเรา แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว นั่นคือความภูมิใจในชีวิตทีนี้ การแสดงมันเดินทางมาถึงครึ่งชีวิตอายุ 51 แล้วเราควรหาอย่างอื่นตอบโจทย์ความสุขในด้านต่างๆ ให้มันครบซึ่งเรื่องความสวยความงามก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์เรา แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้ตัวเองสวยคนเดียวเราสวยเพราะว่าช่างแต่งหน้าเขาแต่งให้ คนไม่สวยก็สามารถแต่งให้สวยได้ แต่การที่คนที่เขาได้ใช้ผลิตภัณฑ์เราแล้วเขามีความสุขแล้วหน้าเขาฉายความสุขออกมานั่นแหละค่ะคือสิ่งที่เรารักและอยากให้เป็นจริงๆ ก็มีคนมาชวนไปทำธุรกิจอย่างอื่นเยอะนะคะแต่ว่ามันไม่ถนัดและไม่ใช่ความชอบ ทำเองคนเดียวค่ะไม่มีหุ้นส่วนใดๆ เพื่อเป็นการไม่ทะเลาะตัดปัญหาทุกอย่างเรามีเพื่อนเรารักเพื่อนเพื่อนรักเราจบนี่ก็วิ่งวุ่นเลยเราเพิ่งเปิดตัวมาได้เมื่อเดือนกุมภาฯนี่เอง จะเรียกว่าทำเองเกือบทั้งหมดก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์เองด้วยหรือไม่ก็จะขอแรงเพื่อนขอแรงน้องช่วยโปรโมทให้ แต่เราก็คิดว่าธุรกิจนี้น่าจะดำเนินไปได้เรื่อยๆ ตอบโจทย์ในความสุขของเราอีกด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันเราก็ยังเล่นละครอยู่มีความสุขกับการเล่นละครไปเรื่อยๆ

l จากเด็กสาวจอมซนก้าวสู่ถนนสายบันเทิง

จริงๆ เล่นละครตั้งแต่อายุ 13 นะคะเรื่องบาปบริสุทธิ์ คือตอนนั้นบ้านอยู่ติดกับกันตนา แถวจรัญสนิทวงศ์เป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ หลังจากนั้นเขาก็มาเช่าบ้านเราถ่ายละครเช่าไปเช่ามาก็ได้เป็นเพื่อนเล่นกับ “พี่ตุ๊กตาจิตรลดา” เราก็เข้าไปเล่นซนกันโดนไล่บ้างตามประสาเด็กซนนะคะ แล้วเขาก็เลยชวนให้ไปเล่นละครเรื่องนี้รับบทเป็นวัยรุ่นเกเร หน้าตาเราคงดูเกเรมาตั้งแต่เด็ก(หัวเราะ) แล้วก็สูง 170 มาตั้งแต่อายุ 13 ก็อยู่แค่นั้นไม่สูงขึ้นอีกเลย เขาชวนไปเล่นเราก็ไปตามปกติไม่ได้คิดอะไร ได้ตังค์ชอบได้อยู่กับเพื่อนสนุกสนานดีเลยได้คลุกคลีการแสดงมาตั้งแต่อายุ 13 เล่นมาเรื่อยจนละครบาปบริสุทธิ์ปิดไปเราก็ไม่ได้เล่น จนเรียนจบวาดรูปวิจิตรศิลป์ก็ไปสมัครเรียนการแสดงที่ช่อง 3 ก็ได้รับคัดเลือกจากจำนวนพันกว่าคน

l ดุจเส้นทางที่ถูกลิขิตมาแล้ว

เพราะเพื่อนชวนไปไหนเราก็ไปหมดเพื่อนชวนไปประกวดนางงามก็ไปเป็นเพื่อนเขา เรียกว่าเส้นทางนี้เหมือนเขาลิขิตมาให้เราแล้วบนฟ้าลิขิตมาแล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แล้วเขาก็เตะเราเข้ามาด้วยความที่ปูเป็นคนแบบสบายๆ ไม่ค่อยเครียดอะไรกับชีวิตมากเพื่อนชวนไปเราก็ไปแต่ใช่ว่าการที่จะไปเรียนการแสดงนั้นใครจะเรียนก็ได้นะคะคือจะต้องผ่านการคัดเลือกก่อนมี “อาจารย์สดใส” “อาจารย์แตน” แล้วก็ “อาจารย์ฮันส์” เป็นคนคัดเลือกแต่เรียนไปเราก็ยังไม่ได้คิดว่าเราจะมาทางนี้เรียนไปเรื่อยๆ ไปนั่งเป็นตัวประกอบวันละร้อยก็เป็นมาแล้ว แล้วเคยเล่นให้กับ “พี่ไก่วรายุฑ” ซึ่งจะได้มากหน่อยสองร้อยสามร้อยห้าสิบและไล่ระดับไปเรื่อยๆ เริ่มได้มากกว่าตัวประกอบทั่วไปพอเรียนจบการแสดงก็ได้เล่นละครของรัชฟิล์มเล่นเป็นเพื่อน “แดง-ธัญญา”ก็รู้สึกว่าเราดูพราวมากขึ้นได้เล่นเป็นเพื่อนนางเอกด้วยนะสำหรับเส้นทางการเป็นนางงามนั้นตอนนั้นบังเอิญเพื่อนที่เรียนการแสดงมาด้วยกันและบ้านอยู่แถวจรัญฯเหมือนกันเขาก็ชวนเราว่าให้ไปเป็นเพื่อนหน่อยเขาจะไปประกวดนางงามก็เออไปก็ได้นั่งรถเมล์กันไปสองคนมีตังค์ติดตัวไป 50 บาท เราเองน่ะไม่สนใจอยู่แล้วแอนตี้นางงามมาตลอด ก็ไปนั่งเฉยๆ สักพัก “คุณลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์” ก็มาทักว่าน้องรูปร่างดีตัวสูงน่าประกวดจังเราก็บอกไปเลยว่าไม่สนใจ เพราะว่าเราหนักตั้ง 65 ประกวดก็คงไม่มีทางได้หรอกเอวตั้ง 30 แต่ด้วยความสูงเรา 170 มันก็คงจะดูสมส่วน ด้วยความที่เราก็แต่งตัวทันสมัยเพราะว่ามีตังค์แล้วเป็นดารา แม้ว่าจะยังไม่ดังมากก็ตาม เพื่อนก็ชวนให้สมัครอีกเราก็ปฏิเสธเช่นเคย สักพัก “พี่อ้วน-อรชร” เขาก็เห็นว่ามีคนชวนเรามากๆ เขาก็คงจะนึกหมั่นไส้ เลยพูดขึ้นมาว่าไม่ต้องไปชวนเขาหรอกก้นอย่างกะละมังประกวดไปก็ไม่มีทางได้ ได้ยินแบบนั้นเราก็เอาแล้วสิก็เลยแอบไปถามว่าเขาต้องมีเอกสารอะไรบ้างเราไม่มีอะไรเลยตอนนั้นก็อายุ 17 เองมีแค่บัตรประชาชนใบเดียวแล้วตังค์ก็ไม่มีเขาก็บอกว่าไม่เป็นไรค่อยเอามาส่งวันหลังก็ได้หลักฐานหลังจากนั้นเราก็เลยเริ่มลดความอ้วนนึกในใจดูสิว่าเราจะไปได้สักแค่ไหนแล้วที่บ้านคือพ่อชอบนะสนับสนุนแต่แม่ไม่ชอบเลยเรื่องนางงามเรื่องการแสดงเขาไม่เอาเลยด่าตั้งแต่เราเรียนปวช.เรียนวาดรูปแล้วแต่เป็นลูกรักของแม่นะแม่รู้สึกว่าสิ่งที่เราเลือกเนี่ยมันไม่ใช่เลยเขาก็ไม่เชิงด่านะแต่ว่าเขาจะบ่นพูดนู่นพูดนี่พอไปเรียนการแสดงเขาก็ว่าเต้นกินรำกินอีกแต่เราก็เรียนจนจบทุกอย่างแล้วพอมาเป็นนางงามเขาก็ว่าเราต้องไปเดินแก้ผ้าโชว์คนอื่นอีกคือแม่เป็นคนหัวโบราณมากแต่เราก็จะไม่เคยเถียงแม่เลยนะคะปล่อยให้เขาบ่นไปแต่ยังไงเราก็ทำตามที่เราคิดส่วนพ่อจะเป็นฝ่ายสนับสนุนเอาเลยเต็มที่

l จากที่แอนตี้นางงาม

ได้รองอันดับหนึ่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ค่ะ พอมุ่งมั่นฟิตหุ่นตัวเองวันที่ได้ตำแหน่งน้ำหนักเหลือ 56 กิโลกรัมซึ่งพี่อ้วน-อรชรก็ไม่ได้พูดอะไรเราเองก็ไม่ได้พูดอะไรคือเรารู้อยู่ในใจว่ามันคืออะไรแล้วตอนนั้นเราเองก็เริ่มมีป๊อปปี้เลิฟเขาก็จะเป็นกำลังใจตลอดความกังวลเวลาอยู่บนเวทีจะไม่มีเหลือแต่มีความเบื่อรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะเสร็จสักทียืนก็เมื่อยถ้าประกวดเสร็จคอยดูนะเราจะไปเที่ยวทะเลไม่กังวลว่าเราจะต้องได้จะต้องคว้ามงกุฎมาให้ได้คือแค่ผ่านเข้ารอบ 30 คน มาได้ก็หรูแล้วเราลืมนึกไปเลยว่ามันเป็นการแข่งขันเลยทำให้เวลาพูดเวลาเดินเป็นธรรมชาติมาจากใจเวลาเราพูดเราตอบคำถามเขาว่ากันว่าคะแนนรอบไฟนอลเราพุ่งสูงมากแล้วตอบคำถามได้ถูกใจกรรมการเขาถามว่าถ้าเลือกไปต่างประเทศคุณอยากไปประเทศอะไรที่สุดปูก็คิดแป๊บหนึ่งแล้วตอบว่าสหรัฐอเมริกาจะไปเรียนต่อการแสดงที่ฮอลลีวู้ดคนก็ปรบมือกันเกรียวเลยเราก็นึกในใจตายแล้วนี่เราพูดอะไรผิดหรือเปล่า (หัวเราะ) เรายังมีใจที่จะยังเป็นนักแสดงอีกเหรอนี่อยู่ในฐานะนางงามแทนที่จะตอบแบบนางงาม

l ครอบครัวสบายๆ ที่ไม่ได้มีมุมหวาน

แม่ก็ถามว่าเป็นนางงามแล้วทีนี้ต่อไปเป็นอะไรดีละ (หัวเราะ) แต่ถามว่าเขาภูมิใจไหมปูว่าลึกๆ แล้วเขาก็คงจะภูมิใจแหละค่ะ แต่ว่าเราก็ไม่เคยถามไม่ใช่ว่าเขินนะคือเราไม่ค่อยมามุ้งมิ้งกันเรื่องแบบนี้ค่ะแต่ว่าก็ไม่ให้ที่บ้านไปดูนะคะจะเขินมากไม่ได้เลยขนาด“ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ” กับ “คุณหญิงพันธุ์เครือยงใจยุทธ” ยังมาถามข้างเวทีว่าคุณพ่อคุณแม่มาไหมเนี่ยคุณพ่อเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอเราก็ตอบไปว่าไม่มาค่ะถ้ามาแล้วเดินไม่ได้คือตอบเป็นตัวเองมาก

l เริ่มสร้างครอบครัว

พอเดินแบบได้ปีหนึ่งก็มาทำงานโรงแรมหลังจากนั้นก็แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็มาทำงานให้บริษัทเพื่อนแฟนเป็นผู้จัดการประชาสัมพันธ์แล้วก็เปลี่ยนมาทำอีกที่หนึ่งรวมแล้วทำงานออฟฟิศอยู่เกือบ 2 ปีครึ่งหลังจากนั้นก็มีน้องและหยุดทำงานทุกอย่างเลยเพราะว่าน้องไม่เกาะมดลูกก็เลยมาอยู่บ้านเฉยๆ พอหลังคลอดน้องก็ไม่รู้จะทำอะไรรู้สึกเบื่อนะงานแรกที่เริ่มทำหลังคลอดลูกได้ 6 เดือนคือถ่ายมิวสิกวีดีโอของโรสวีดีโอก็จะเป็นแบบสวยๆ เดินไปเดินมาถ่ายที่เมืองจีนแล้วตอนนั้นเป็นช่วงพฤษภาทมิฬก็โทร.มาถามที่บ้านตลอดเป็นห่วงลูกซึ่งลูกก็อยู่กับพี่เลี้ยงอีก 2 คนเราก็โทร.มาเช็คว่าคุณผู้ชายอยู่บ้านไหมปรากฏว่าไม่อยู่โทร.ไปเมื่อไหร่ก็ไม่อยู่แล้วเราไปจีนตั้งสิบกว่าวันก็รู้สึกเป็นกังวลไปหมดซึ่งความรู้สึกเราคือมันอยู่ไม่ได้แล้วแต่ว่าเรื่องราวก่อนหน้านั้นขอไม่พูดถึงแล้วกันนะคะแต่มันเยอะก็เลยบอกเขาว่าไม่เป็นไรเราทำมาหากินได้ขนาดเพิ่งคลอดลูกได้ 6 เดือนยังมีคนต้องการเราไปทำงาน ดังนั้นเราก็ต้องยืนอยู่บนเท้าของตัวเองได้ ก็เลยขนข้าวของทุกอย่างแล้วกลับมาอยู่บ้านแม่

l กับบทบาทการเป็นซิงเกิ้ลมัม

เห็นปูเป็นคนเล่นๆ แบบนี้แต่ว่าจริงๆ ใจแข็งเหมือนกันนะเลี้ยงลูกเองเป็นซิงเกิ้ลมัมค่ะ เขาก็ไม่ได้ส่งเสียอะไร ลูกสาวคนเดียวเราเลี้ยงได้แม่เราก็ไม่ได้รวยอะไรมากมายพอลูกสาวปูได้ 5 ขวบ คุณพ่อปูก็เสียท่านเป็นข้าราชการเป็นตำรวจเงินก็จำกัดของเขาส่วนคุณแม่ก็เริ่มมีอายุมากขึ้นเริ่มป่วยเราก็ต้องช่วยเยอะขึ้นดูแลแม่ด้วยดูแลลูกดูแลตัวเองด้วยทำงาน 7 วัน ทั้งเดินแฟชั่นถ่ายแบบรับเต็มเลยค่ะ แต่ว่างานแสดงยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่จะเริ่มมารับงานแสดงจริงจังก็เรื่องเรือใบไม้ของกันตนา หลังจากที่หยุดไปนานเป็นสิบปีเลยแต่พอมาเล่นเรื่องนี้ก็ดังอีกคือเป็นละครเหมือนบาปบริสุทธิ์เล่นมาเรื่อยๆ ทั้งเดินแบบถ่ายแบบด้วยเลี้ยงดูคุณแม่และลูกมาได้เรื่อยๆ เราก็เหมือนว่ามีอะไรมาทดแทนและด้วยการดิ้นรนของเราด้วยมั้งคะเราไม่ได้อยู่เฉยๆ เป็นคนที่สมมุติว่าถ้ามีผู้ชายมาชอบแล้วบอกว่าให้อยู่เฉยๆ เราก็ไม่เอานะถามว่ามีคนมาเป็นแฟนไหมก็มีเรื่อยๆ แต่ว่าก็ไม่ได้อะไรเหมือนเราอยู่คนเดียวมาจนชินคุณแม่ก็ไม่อยู่แล้วท่านเสียไปปีนี้ปีที่ 8 แล้วแต่เราก็ยังนึกถึงท่านทุกวันเหมือนอยู่ด้วยกันทุกวันคือมีแค่ช่วงที่แต่งงานเท่านั้นที่แยกกันกับแม่นอกนั้นเราไม่เคยห่างกันเลยอยู่กับแม่มาตลอดตั้งแต่เล็กจนโตเพราะว่าคุณพ่อคุณแม่แยกทางกันพี่สาวกับปูอยู่กับแม่พี่ชายอยู่กับพ่อแล้วเราเป็นคนที่ไม่ทนลำบากพ่อเขาจะหัดให้ขึ้นรถเมล์เราก็ไม่ได้นะฉันลูกคุณหนูแม่ต้องขับรถไปเทียบโรงเรียนเลยไม่งั้นไม่เอาตกรถตกราเราไม่ชอบถ้าไปอยู่กับพ่อนี่คือเขาจะย้ายไปอยู่ปทุมเราต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่มาถึงโรงเรียนเจ็ดโมงเราก็ไม่ไหวอยู่กับแม่ดีกว่าเพราะบ้านแม่อยู่ใกล้โรงเรียนดูไปเหมือนเราเป็นสาวแกร่งบ๊อกแบ๊กพูดจาห้วนๆ แมนๆ และเป็นคนเยอะเหมือนกันมีหลายคนที่แอบกลัวและไม่กล้าจะร่วมงานกับเรานะแต่ว่าพอได้มาเจอมาทำงานด้วยกันจริงๆ เขาก็บอกว่าเราน่ารักทุกคนเลยแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาแกล้งพูดหรือเปล่านะคะ (หัวเราะ)

l บทบาทการแสดงที่ประทับใจ

ชอบทุกบทบาทแต่ว่าที่ประทับใจคือเรื่องร้อยแปดชีวิตของกันตนาเล่นตอนเดียวเองแต่ว่าประทับใจมากเป็นเรื่องราวที่มาจากชีวิตจริงซึ่งปูเล่นเป็นผู้หญิงหากินที่ได้สามีเป็นฝรั่งก็นึกว่าเขารวยเลยจับเขาแต่ว่าพอมาอยู่ด้วยกันแล้วปรากฏว่าไม่ได้ดั่งใจเราก็ไม่ทำมาหากินออกแต่ลูกพอคนโตเกิดมาก็จับขายคนเล็กเกิดมาเห็นแววก็จะจับขายอีกเป็นชีวิตที่เศร้ามากบอกได้เลยว่าเล่นเรื่องนั้นแล้วร้องไห้ไปด้วยทั้งที่ตัวเองเล่นเป็นตัวแม่ที่มันเลวนะจำได้ว่ามีคนบอกว่าเราเล่นดีมากถ้าเป็นสมัยนี้คงโดนตบไปแล้วส่วนมากจะเล่นเป็นนางร้ายเล่นดีไม่ได้ค่ะคนไม่เชื่ออย่างเรื่องเดอะคิวปิดซ่อนรักกามเทพก็เล่นเป็นคุณแม่ดี๊ดีนะก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไงรอลุ้นค่ะแต่เราเองเวลาเล่นเราก็เล่นได้ทำได้นะก็สนุกอีกแบบค่ะนานๆ ได้เล่นเป็นคนดี

l แม้จะไม่มีรางวัลที่การันตี แต่ก็ภูมิใจในอาชีพนักแสดง

เราเป็นนักแสดงที่บางทีคนก็จำชื่อไม่ได้นะคนนี้ดาราชื่ออะไรนะคะขอโทษตลอดเลยทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อเรานี่มันจำยากมากเหรอแต่ไม่โกรธนะคะ (หัวเราะ) เพราะว่าเป็นแบบนี้ทั่วราชอาณาจักรก็บอกไป “ปู-กรองทอง” เพราะว่าปูในวงการมีหลายคนตอนแรกชื่อปัทมาวดีเป็นชื่อที่พ่อตั้งให้แต่ว่าไม่เคยใช้เลยเพราะว่าพระเปลี่ยนให้ตั้งแต่เด็กนี่แม่เล่าให้ฟังขำมากชื่อเป็นนางในวรรณคดีมากพระก็บอกให้เปลี่ยนเพราะว่าเกิดวันจันทร์ห้ามมีสระซึ่งเราก็ชอบชื่อกรองทองนะคะ เพราะว่ามันไม่เหมือนใครดีแต่ว่าพอมาดูหลังๆก็เยอะนะยังจะยึดนักแสดงเป็นอาชีพต่อไปค่ะจนกว่าคนจะไม่จ้างการแสดงเรารู้สึกว่ามันเหมือนเป็นวิญญาณเลยพอเราเล่นเป็นคนอื่นมันได้ไกลจากตัวเองเราก็มีความสุขคือจริงๆ ถามว่าชอบชีวิตตัวเองไหมไม่ชอบนะไม่ได้ชอบที่ตัวเองเป็นอย่างนี้คือตัดสินใจผิดแล้วผิดอีกเป็นคนสบายๆ ก็เลยไม่คิดเยอะตอนนี้เลยพยายามคิดอะไรมากกว่าเดิมหน่อยหนึ่งแต่ด้วยคนเรามันเป็นแบบนี้มันก็คงจะแก้ไม่ได้แล้วล่ะแต่จะพยายามคิดให้มากกว่าเดิมค่ะ

วางอนาคตให้ลูกสาวคนเดียวอย่างไร

ไม่มีค่ะเหมือนชีวิตเราเวลาเลี้ยงเขาเราก็พยายามนึกถึงเราตอนเด็กๆ เราเคยทำแบบนี้หรือเปล่าทำไมเรามีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนี้เราอาจจะเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปเหมือนลูกเราคือลูกไม่ทิ้งแม่เลยความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากปากก็บอกว่าค่ะๆ แต่เอาจริงก็ไม่ทำเหมือนเราเป๊ะแต่ว่าลูกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่เสียหายนะเราเชื่อใจเขาได้เลยว่าเขาไม่ทำตัวเหลวไหลแน่นอนรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรตอนนี้ “ปาล์มมี่” (โชติกา รัชตะวรรณ) เขาก็อายุ 26 แล้ว ชงกาแฟอยู่ที่เกาหลีคุยกันไม่บ่อยแต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ไม่มีตังค์ก็จะทักมาตอนเด็กเขารู้ว่าแม่เป็นนักแสดงเขาก็เบื่อค่ะเพราะว่าเขาไปเป็นเพื่อนบ่อยเขาอาจจะภูมิใจในตัวเราบ้างและเขาเก่งเลยนะปูเคยสอนการแสดงที่ FBI เขาก็ไปช่วยและเขารู้หมดว่าคนนี้เล่นดีคนนี้เล่นเก่งเขาก็คงจะมีเลือดเราอยู่บ้าง

l กับวิถีชีวิตที่เป็น

ยอมรับว่าชีวิตปูไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่ว่าเราก็พอใจในชีวิตของเรานะถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบตัวเราแต่เราก็ชอบการดำเนินที่มันเป็นไปตามครรลองของเราเราไม่หรูไม่ฟู่ฟ่าถ้าเราฟู่ฟ่าคนอาจจะชอบก็ได้โดยการที่เลือกสามีรวยแล้วอยู่เฉยๆก็ดีแต่ว่าเราไม่เลือกตรงนั้นเพราะว่ามันเป็นวิถีของเราและเราก็ภูมิใจที่เราเป็นแบบนี้มาขนาดนี้แล้วมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ใครจะให้เงินก็ให้มาเถอะจะเก็บแล้ว (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกใครก็เพราะว่าเขาชอบให้เราอยู่เฉยๆ แต่เราเป็นปูก็ต้องคืบคลานไปเรื่อยนะอยู่เฉยไม่ได้ทำมาหากินของเราไปถามว่าเหนื่อยไหมมันก็เหนื่อยเหมือนกันค่ะแต่ว่าคงเป็นคนไฮเปอร์จัดก็ทำไปได้เรื่อยๆ

l เคล็ดลับความสวยเป๊ะ

นอนพักผ่อนเยอะๆ ฟิตเนสดูแลตัวเองเรื่องที่หุ่นเราจะเซี๊ยะเปรี๊ยะมันอีกเรื่องหนึ่งนะแต่ว่าเราเน้นที่ความแข็งแรงดีกว่าคงไม่เปรี๊ยะแล้วล่ะป่านนี้แต่คือเดินขึ้นเขาคิชกูฏรวดเดียวจบ 4 ปีซ้อนแล้วค่ะวิ่ง 4 กิโลก็ยังชิลๆ อย่างวันนี้ก่อนจะมาก็ฟิตเนสมาแล้ว 2 ชั่วโมงก็อยากจะขอบคุณแฟนๆ ที่ติมตามผลงานหรือเข้ามาทักทายกันรู้สึกยินดีและดีใจทุกครั้งค่ะ ถ้าใครอยากจะติดตามไลฟ์สไตล์ หรือเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของปู ก็เข้าไปติดตามกันได้ที่เฟซบุ๊ค PouKrongthongRatchatawana และทางไอจี Krongthong_r นะคะ

คงไม่ต้องถามต่อถึงเรื่องสุขภาพเพราะความอารมณ์ดีของเธอบ่งบอกได้ถึงความสุขที่มีอยู่รายล้อมรอบตัวและนี่คือชีวิตของ ปู-กรองทอง นางงามนักแสดงผู้ไม่เคยเสแสร้งแกล้งทำเพราะเธอมีความสุขกับปัจจุบันของตนเอง

กุหลาบสีเงิน

Advertisements

One comment on “Star Retro : ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบของ ‘ปู-กรองทอง’

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: