เจ้าพระยาล้น! ปภ.สั่งด่วนผู้ว่าฯ7จังหวัดลุ่มน้ำรับมือ

Published May 30, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/272274

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 20.36 น.

26 พ.ค.60 สถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมฉับพลันยังสร้างความดือดร้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ดูเหมือนได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส มาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 24 พ.ค.ต่อเนื่องมาจนถึงค่ำวันนี้ ยังเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายทั้งบนถนนสายหลักและในซอยต่างๆ หลังจากเมื่อตอนสายๆ และตอนค่ำมีฝนเทซ้ำลงมาอย่างหนัก

ถนนลาดพร้าว-รัชดาสาหัส

จากการตรวจสอบพบว่ามีฝนตกกระจายเกือบทุกพื้นที่ใน กทม.และปริมณฑล มีจุดน้ำท่วมขังรอการระบายบนถนน อาทิ ถนนลาดพร้าวขาเข้าตั้งแต่ปากซอยลาดพร้าว 62 ถึงซอยลาดพร้าว 68 ระยะทาง 500 เมตร ท่วมสูงเสมอทางเท้า ส่วนขาออกตั้งแต่ปากซอยลาดพร้าว 7 ถึงแยกรัชดาลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้าตั้งแต่แยกห้วยขวาง ถึงแยกเทียมร่วมมิตร

เร่งสูบน้ำออกจากวัดลาดพร้าว

แต่ที่หนักสุดคือบริเวณวัดลาดพร้าว ซึ่งเมื่อวานนี้ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ กทม.เร่งสูบน้ำออกจากภายในวัด จนปริมาณน้ำลดลงมาเหลือน้ำท่วมขังอยู่อีกประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร ก็คาดการณ์ว่าน้ำจะลดไม่เกินช่วงเที่ยง แต่เมื่อมีฝนตกซ้ำลงมาอีกทำให้มีปริมาณน้ำลงมาเติม จึงอาจต้องใช้เวลาสูบน้ำออก คาดว่าภายในคืนนี้ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีกน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ระดับน้ำในคลองลาดพร้าวถือว่ายังวิกฤต เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายมาปิดบริเวณริมเขื่อนริมคลองที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ชุมชนริมคลองลาดพร้าวยังมีน้ำท่วมเอ่อท่วมในตัวบ้าน

ปิ๊งไอเดียสร้างคลองแจ้งวัฒนะ

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ถ.แจ้งวัฒนะ ว่า สาเหตุเนื่องจากไม่มีคลองที่เก็บกักน้ำหรือทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากพื้นผิวถนนเหมือนสายอื่นๆ มีเพียงคลองประปา หรือคลองเปรมประชากรที่มีหน้าที่ผลักดันน้ำประปา ส่งผลให้มีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายค่อนข้างนานกระทบปัญหาจราจรติดขัดต่อเนื่อง

“จึงเกิดแนวคิดว่าในอนาคตบนถนนแจ้งวัฒนะต้องก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรี ที่มีแผนก่อสร้างในปี 61 โดยเขตการก่อสร้างอยู่ตลอดแนวเกาะกลางถนน ดังนั้น กรมฯ จะก่อสร้างคลองปูน ระบายน้ำ ขนาดกว้าง 2 เมตร บริเวณใกล้เคียงโครงสร้างรถไฟฟ้าไปด้วย แนวคลองจะเริ่มจากแยกหลักสี่ไปถึงท่าน้ำปากเกร็ด ระยะทางประมาณ 15 กม.เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาระบายน้ำออกทะเล” นายธานินทร์ กล่าว

จ่อหารือรถไฟฟ้าฯทำพร้อมกัน

และว่า จะหารือร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ใช้พื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าในส่วนของท่อระบายน้ำ กรมฯจะรับผิดชอบค่าก่อสร้างเอง วิธีการก่อสร้างอาจจะจ้างรับเหมารถไฟฟ้าทำไปพร้อมกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงปากเกร็ด – หลักสี่ เพื่อลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนและผลกระทบด้านการจราจร ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบ และงบประมาณต่อไป

ทางหลวงสั่งจนท.เตรียมพร้อม

นายธานินทร์ ยังกล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพฯ) และแขวงทางหลวงในสังกัดที่รับผิดชอบพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้กำหนดจุดเฝ้าระวัง จุดที่สุ่มเสี่ยง/อ่อนไหว น้ำท่วมทาง พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือเครื่องจักรอื่นๆ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัยให้พร้อมตลอดเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย พร้อมทั้งติดตาม รายงานสถานการณ์เป็นระยะๆ

เฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม20จุด

สำหรับพื้นที่ที่เป็นจุดเฝ้าระวังที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมขัง จำนวน 20 จุด ดังนี้ 1.ถนนวิภาวดี บริเวณวิภาวดี ซอย 3 2.ถนนวิภาวดี บริเวณหน้าสมบัติทัวร์ 3.ถนนวิภาวดี บริเวณหน้า Toshiba Central ลาดพร้าว 4.ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณช่วงคลองประปา ศูนย์ราชการ 5.ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณช่วงวงเวียน ราชภัฏพระนคร 6.ถนนรามอินทรา บริเวณรามอินทรา ซอย 5 7.ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณนิมิตใหม่ ราษฎร์อุทิศ 8.ถนนเกษตรนวมินทร์ บริเวณคลองบางบัว 9.บริเวณช่วงคลองปากน้ำ

ลำลูกกา-พหลฯ-สุขุมวิท-แจ้งวัฒนะ

จุดที่ 10.ถนนลำลูกกา บริเวณช่วงปากทางลำลูกกา 11.ถนนงามวงศ์วาน บริเวณช่วงใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน 12.ถนนติวานนท์ บริเวณช่วงอุโมงค์ปากเกร็ด 13.ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณแยกเมืองทอง 14.ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยแบริ่ง ซอยลาซาล 15.ถนนสุขุมวิท บริเวณแยกปู่เจ้าสมิงพราย 16.ถนนสุขุมวิท บริเวณ กม.33 กม.34 17.ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแบริ่ง ลาซาล 18.ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าตลาดสี่มุมเมือง 19.ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้า ม.กรุงเทพ และ 20.ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าศูนย์มิตซูบิชิ จ.ปทุมธานี

เตือน7จว.ลุ่มเจ้าพระยารับมือน้ำล้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการทั้ง 7 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและอีกทั้งแจ้งเตือนประชาชนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เนื่องจากทางสำนักงานชลประทานที่ 12 จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ประมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา รองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนในช่วง 26 – 27 พ.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น 1 – 1.5 เมตร และอาจจะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งได้

ปภ.สั่งเตรียมความพร้อม24ชม.

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สั่งเตรียมความพร้อมเครื่องมือ กำลังพลให้พร้อมที่จะสนับสนุนจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง โดยจังหวัดจะต้องรายงานผลการดำเนินงานตามการแจ้งเตือนดังกล่าว มายังส่วนกลาง ภายใน 24 ชั่วโมง

เชียงใหม่จมบาดาลอีกรอบ

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในต่างจังหวัดนั้น เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักภายในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดได้ประมาณ 53 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นที่ต่ำ เช่น ย่านศรีปิงเมือง ตลาดประตูก้อม เกิดน้ำท่วมขังบางจุดสูงประมาณ 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ สั่งจัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดปัญหาน้ำท่วมขังสามารถประสานและดำเนินการแก้ไขได้ทันที

เลยสะพานขาด-เดือดร้อนทั่ว

ที่ จ.เลย หลังจากสะพานข้ามแม่น้ำคาน บริเวณถนนสายบ้านปากคาน – หนองผือ – หาดพระ บริเวณปากน้ำคาน ออกน้ำเฮือง บ.ปากคาน ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ จ.เลย ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลทะลัก ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และทางแขวงการทางเลยที่ 2 นำสะพานแบริ่งไปติดตั้งไปเมื่อ 5 วันก่อนนั้น ล่าสุดสะพานดังกล่าวได้พังครืนลงมาทั้งสะพาน เนื่องจากถูกน้ำป่าจากภูเขากะโทมพัดถล่ม ทำให้ชาวบ้านขาดการติดต่อกันทั้ง 2 ฝั่ง รถใช้สัญจรไปได้

เชียงรายไหลท่วม3หมู่บ้านจม

ส่วนที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำต่างๆ เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลำน้ำแม่เผื่อ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำกก ได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งของลำน้ำแม่เผื่อ กว่า 50 หลังคาเรือน ในหมู่ที่ 5 หมู่ 8 และหมู่ที่ 14 บ้านห้วยหมากเอียก ต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง บางจุดระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร และระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง

ฝนถล่ม2ชม.บ่อพลอยกาญจน์

เช่นเดียวกับที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 18.00 – 20.00 น.ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในเขตพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.บ่อพลอย เป็นเหตุทำให้น้ำท่วมขังและไหลหลากตามท้องถนน สูงประมาณ 20 เซนติเมตร จุดที่น้ำไหลเข้าท่วมมากที่สุดคือที่บริเวณ 4 แยกไฟแดงบ่อพลอย ก่อนถึงห้างเทสโกโลตัส รวมทั้งที่ด้านหน้าวัดรัชดาภิเษก และยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนรวมทั้งร้านค้าที่อยู่ในตลาดบ่อพลอยเสียหายหลายจุด

อ่างทองหนักจนท.เร่งระบาย

ขณะเดียวกันเกิดพายุฝนกระหน่ำติดต่อกันหลายชั่วโมง ภายใน จ.อ่างทอง มีน้ำท่วมขังหลายแห่งทางเจ้าหน้าที่เร่งระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระ และคูคลองธรรมชาติ ส่งผลน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลกลางจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำอยู่ที่ 3.54 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร น้ำไหลผ่าน 669 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สุรินทร์-ศรีสะเกษท่วมสูง30ซม.

ที่ จ.สุรินทร์ ฝนตกหนักนานกว่าสองชั่วโมงติดต่อกัน กระจายทั่วพื้นที่ตัว จ.สุรินทร์ ส่งผลให้การจราจร ตามถนนสายหลัก การสัญจร ค่อนข้างลำบาก ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 24 สีคิ้ว – อุบลราชธานี ช่วงที่กำลังก่อสร้าง ขยายช่องจากจราจร จากสองช่องจราจร เป็นสี่ช่องจราจร จาก อ.ปราสาท ไปยัง อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เชื่อมต่อกับ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นช่วงกำลังก่อสร้าง น้ำได้ท่วมพื้นที่ก่อสร้างทั้งสองด้าน มีน้ำไหลหลาก และท่วมพื้นที่ก่อสร้าง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระอย่างสูง

ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ มีฝนตกและตกหนักบางพื้นที่ ในพื้นที่ อ.เมืองศรีสะเกษ มีน้ำรอการระบายท่วมถนนสูง 20 – 25 เซนติเมตร ระยะทางยาวประมาณ 150 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กและจักรยานยนต์ต้องวิ่งด้วยความระมัดระวัง

อุตุเตือนฝนตกหนักทั่วประเทศ

เวลา 17.00 น.กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 13 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26 – 28 พ.ค.จะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยภาคเหนือ บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และ จ.ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี

ส่วนภาคกลาง จ.ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ จ.ตราด ภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และ จ.ตรัง กทม.และปริมณฑล จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กทม.ติดโผพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 24 – 29 พ.ค.จะยังคงมีฝนตกหนัก กรมชลฯ ได้สั่งการให้เฝ้าระวังน้ำหลาก โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เป็นพิเศษ รวมทั้งบริเวณพื้นที่ อ.จอมทอง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ที่อาจมีน้ำป่าไหลหลากด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรหนัก รถขุด เครื่องสูบน้ำ เพื่อเข้าสนับสนุนพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดน้ำท่วม เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มในเขต จ.ลพบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา อีกด้วย

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: