Star Retro : หลังฉาก ‘ต้อม-พลวัฒน์’ ลอกท้องร่อง ปลูกผักขุดดิน

Published May 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/262130

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครจะรู้ว่าเบื้องหน้างานแสดงที่มีเสน่ห์ชวนให้แฟนๆ ประทับใจนั้น เบื้องหลัง ต้อม-พลวัฒน์ มนูประเสริฐ กลับโปรดปรานวิถีชีวิตชาวไร่ชาวสวนถึงขนาดซื้อที่กว่า 20 ไร่ เพื่อทำการเกษตรแบบครบวงจรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกเลยถ้าว่างจากงานแสดงเป็นต้องกลับไปลงแปลงปลูกผักขุดดินทุกอาทิตย์ เรียกว่าจริงจังสุดๆ

l จุดเริ่มต้นการเข้าวงการ

ตอนนั้นผมอายุประมาณ 18 ปี ก็มีโมเดลลิ่งมาเจอแล้วก็ชวนไปถ่ายโฆษณา พอหน้าตาออกทีวี.คนเริ่มเห็นก็มีคนชวนไปถ่ายแบบ ถ่ายแฟชั่นสลับไปสลับมา ชอบเลยตอนแรกเพราะได้ตังค์ อยากได้อะไรเราก็ซื้อเอง ไม่ต้องขอพ่อ-แม่ หลังจากนั้นก็ได้เล่นภาพยนตร์ของพี่หน่อย อภิชาติ โพธิ์ไพโรจน์ เรื่องแรกคือ เพียงบอกรักฉันสักนิดคู่กับ เชอรี่ ธรรมิกสกุลพอวงการหนังเริ่มเงียบลง เราก็ผันมาเล่นละคร อย่างเรื่องไฟในดวงตา ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก ก็เล่นละครทำงานในวงการมาเรื่อยๆ ครับ

l หาวิชาความรู้ใส่ตัว

ผมจบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จริงๆ ผมทำงานก่อน แล้วค่อยกลับไปเรียนหนังสือนะ เพราะกลัวตัวเองโง่ เป้าหมายคือเรียนให้จบ และเข้าใจเบสิกในสิ่งที่เราทำอยู่มาจากอะไร ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกับคนดีๆ ก็จะได้ความรู้อะไรเพิ่มเติมมาด้วย แล้วก็จบมา 4 ปีครึ่ง

l ผลงานสร้างชื่อเสียง

หลายเรื่องนะ อย่างเช่น แม่อายสะอื้น เก็บแผ่นดิน ซึ่งเรื่องนี้จริงๆ ผมแค่รับเชิญแต่มีคนจำได้เยอะมาก และพวกเรานักแสดง
ทุกคนที่เล่นก็ยังติดต่อกันตลอด คือคนจะจำเราได้จากบทบาทไหนผมว่าอยู่ที่ตัวเรื่องว่าให้เราทำอะไร มีอะไรให้เราคิด ตัวบทตัวนี้มีเสน่ห์หรือเป็นตัวดำเนินเรื่องรึเปล่า ผมไม่ได้ทำงานเยอะนะอยู่วงการมา30 กว่าปี มีละคร 40 กว่าเรื่องเองมั้ง ถ้าจังหวะไหนไม่ใช่เวลาของเรา ก็ไปทำอย่างอื่น เช่นทำรายการท่องเที่ยว บ้านเลขที่ห้า ทำไร่ ทำสวน อย่างที่เราชอบแต่จะมาพักปีหลังๆ ผมค่อนข้างจะรับงานเยอะนิดหนึ่ง

l ชอบแสดงบทบาทไหน

ไม่มีอะไรที่สุด พอได้เล่นเรื่องใหม่กับบทที่แตกต่างกันไป เราเล่นแล้วรู้สึกดี เราได้เล่นซีนนี้ผ่านไปแล้ว เฮ้ยดี แฮปปี้ สมูท เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดการให้คะแนนตัวเอง เราทำตัวเป็นคนรับจ้างเขาจะให้เราทำให้ เราก็ต้องทำ ต้องทำตัวเหมือนสินค้าให้เขาเลือกจับเลือกหยิบ ผมไม่ได้เน้นรับงานอีเว้นท์ ผมเป็นนักแสดง ผมไม่ได้มีชีวิตเป็นดารา นอกเวลาผมก็เป็นคนปกติ เป็นชาวไร่ชาวสวน (หัวเราะ) ผมโชคดีที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่าง

l งานเบื้องหลังก็เคยลอง

ทำรายการท่องเที่ยว ชื่อรายการบ้านเลขที่ห้าทำอยู่ตั้งหลายปีได้เดินทางตลอดไปนู่นไปนี่เกือบทั่วประเทศ ต่างประเทศด้วย แฮปปี้ดีได้เที่ยวได้เจออะไรหลายๆ อย่าง แล้วสักพักจังหวะละครมาก็กลับไปเล่นละคร บทบาทก็เปลี่ยนไปรับบทที่หลากหลายขึ้น ได้เล่นอะไรที่แตกต่างจากเดิมๆ

l ทำงานที่รักด้วยความสบายใจ

ผมว่านะถ้าตั้งใจคิดอยากทำอะไรทุกอย่างไม่ไกลเกินจริง ผมดูทีวี.คิดๆ อยากเล่นซีรี่ส์คลับฟรายเดย์สักเรื่อง กับทางช่อง GMM25 แล้วผมก็ได้เล่น ผมอยากทำงานกับคนนี้จังเลย ผมก็ได้ทำงานกับคนนี้ซึ่งก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง การที่เราได้ทำอะไรในสิ่งที่เราอยากจะทำเขาก็คงจะรับรู้ในสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะทำมันก็เลยซิงค์หากันได้ แล้วก็เรายังมีงานให้แฟนๆ รู้จักกัน บางคนดูผมตั้งแต่เด็กจนมีลูกมีเต้าเยอะแยะก็แฮปปี้นะ ดีใจเพราะกลุ่มคนพวกนี้เขาคือกำลังใจของเรา เขารักเรา บางคนบอกว่าแม่หนูเป็นแฟนละครพี่ก็เลยดูตามแม่ อย่างเช่นแม่ทอย (ปฐมพงศ์) ก็เป็นแฟนละครผม (หัวเราะ) เพราะพวกเขารักผม ผมก็เลยจำเป็นจะต้องเลือกงานเขาจะได้รู้สึกว่าผมเลือกสิ่งดีๆ ให้เขาดู ผมไม่ได้มีทฤษฎีน้ำขึ้นให้รีบตัก คือก็ทำงานที่ดีที่สบายใจ

l เล่นละครสะท้อนมุมมองตัวเอง

อย่างล่าสุด บทที่ผมได้รับใน คลับ ฟรายเดย์ ตอน รักแท้หรือแค่ไม่พอ เล่นเป็นพี่ภพ มีภรรยาเด็กกว่า ผมก็ต้องทำความเข้าใจที่จะถ่ายทอด ศึกษาความเป็นคนๆ หนึ่งวิธีคิดความเป็นไปเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขา เราต้องแสดงให้คนดูที่ยังอยู่ในเหตุการณ์ อาจจะกลับมามองมุมมองของตัวเองว่า ถูกต้องไหม ผิดไหมตัวอย่างที่เราทำเขาโอเครึเปล่ามันก็คือละครย้อนมองตัวเอง เป็นอีกตัวละครที่เราควรจะได้หาอะไรเพิ่มเติมให้กับตัวเองในอาชีพของเรา มุมมองตัวละครเป็นยังไง เพราะการเป็นนักแสดงจะต้องเป็นคนที่ต้องช่างสังเกตมากมากกว่าคนธรรมดา ดูทุกอย่าง ขับรถไปพอรถติดก็มองไปข้างทางก็จะเห็นคนกับวิถีชีวิต ณ ขณะนั้นเป็นยังไง อย่างเช่นคนแถวอโศกหน้าตาทำงานเหนื่อยๆ จะตาย รีบเร่ง ร้อน จริงไหมล่ะ (ยิ้ม)

l เข้าใจโลกชีวิตมีสุข

ด้วยความเป็นอาชีพของเรา ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นทำให้เราได้คิดกับทุกๆ เรื่อง ธรรมะ คือธรรมชาติรอบตัวสิ่งที่เราดู เห็นอยู่ เราก็กลับไปเปรียบเทียบ ผมไม่ชอบจดจำภาษาอะไรที่เป็นธรรมะจะเป็นเรื่องของการทำดีให้ได้มาตรฐานสากล คุณจะไปอยู่ตรงไหนก็ได้แล้วคุณขัดเกลาตัวเองให้อยู่ในมาตรฐานไม่ต้องเลือกเฉพาะบางอย่างเท่านั้น

l ให้คะแนนชีวิตตัวเอง

เต็ม 10 ผมให้ 7-8 ผมอยากอยู่นานๆไม่อยากไปเร็ว ถ้าเรามองเห็นเป้าหมายสุดท้ายแล้วว่าเราจะอยู่แบบไหนไม่มีการงงกับชีวิตมันมีไดเร็กชั่น ตรงเลยว่าเราใช้ชีวิตแบบนี้อะไรที่ทำให้เรามีความสุขส่วนอีก 2 คะแนนคือ ไม่รู้วันข้างหน้าเราจะเจออะไรเผื่อไว้ เราก็มีวิชาในความคิดเอาไว้รองรับสถานการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้น เราต้องตามเราอยู่ตรงไหนเราทำอะไรคิดเขาคิดเราอยู่ตลอดเราถึงจะอยู่ในที่ที่เรามีความสุขได้

l อาชีพที่รักนอกเหนือจากงานแสดง

ทำไร่ ทำสวน ที่ปากช่อง ทำกับที่บ้าน เป็นการทำเกษตรผสมผสานทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ประมาณ 20 กว่าไร่ ผมไม่ได้ทำตามกระแสแต่ผมชอบอยู่แล้ว พอมีจังหวะที่ได้ทำ บวกกับเป็นงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตอนนี้ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว เรายิ่งอยากเอาวิชาความรู้มาถ่ายทอด ลองทำดู กำลังเริ่มตอนนี้ก็ต้องหาคนงาน คือต้องมีระบบการจัดการหลายสิ่ง แต่ก็มีเพื่อนเป็นที่ปรึกษาวางแผนให้เป็นระบบให้อย่างทำจริงจัง เพิ่งทำโรงเรือนใหม่เพื่อปลูกผัก ไปซื้อต่อจากที่เขาเลิกทำ ในการเริ่มทำการเกษตรเป็นเรื่องที่จะยุ่งในตอนแรกๆ ถ้าวงจรลงตัวจะเหนื่อยน้อยลง ตอนนี้ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เดี๋ยวจะต้องเลี้ยงสัตว์ให้เขากินหญ้าเพื่อเอาปุ๋ยจากเขา คือทำให้เป็นวงจรผมตั้งแนวทางไว้แล้วว่าผมจะไม่ใช้เงินในส่วนของการซื้อปุ๋ยจากร้านปุ๋ยมากเกินไปก็จะใช้กับขี้วัวขี้ควายไส้เดือนนี่แหละ เกษตรอินทรีย์ แบ่งเป็นสัดส่วน ทำบ่อปลา ในอนาคตถ้าได้ผลผลิตออกมาเยอะๆ ผมว่าก็ได้ขายแน่นอน ช่วงนี้ก็จะกลับไปดูแลเกือบทุกอาทิตย์

l จะเบรกงานในวงการไปเอาดีด้านเกษตรไหม

ไม่ครับ ยังๆ แล้วแต่ว่าช่วงนี้หรือช่วงไหนจะใช่จังหวะของเราไหม ผมก็รับงานแสดงปกติ คือให้ทั้งสองนี้เป็นงานหลัก กับงานรอง เพราะเป็นสิ่งที่ผมชอบและรัก ทำงานมาเพื่อมีของกินแล้วตอนนี้เราก็ผลิตของกินเองแล้วก็ทำทั้งสองอย่างของเราให้ดีที่สุด อย่างงานแสดงก็ให้ทุกอย่างในชีวิตผม มันก็หล่อเลี้ยงแล้วก็สั่งสอน ให้มุมมองหลายๆ อย่างกับเรา เราไม่ได้มาเพื่ออยากเป็นดาราดัง เราก็ต้องศึกษาทุกอย่างเพื่อจะเป็นนักแสดงที่ดี เราก็แบบว่าทำตรงนี้ไปเรื่อยๆ

l ชีวิตครอบครัว

ตอนนี้ก็โอเคดีครับ มีแฟนแล้ว ไม่มีลูกเลี้ยงหมาแทน (หัวเราะ) อยู่ด้วยกันมา 10 ปี เป็นเพื่อนกันมากกว่าเพราะเราก็เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนเป็นคนนอกวงการ ตอนนี้ก็แฮปปี้กันดี ถ้ามีเวลาก็พยายามไปเที่ยวต่างจังหวัด พักค้างคืนสองคืนเพราะก็ชอบถ่ายรูปกัน ถ่ายวิว ดูแสง ดูท้องฟ้า ดูอะไรไปเรื่อยเหมือนเป็นจังหวะที่เราไปพักผ่อนของเราด้วยบางทีก็ไปดูโครงการหลวงบ้าง แล้วก็ไปนั่งเล่นสบายๆ อากาศดีๆ

l อยู่กันด้วยความเข้าใจ

ทายาทเหรอผมไม่อยากมีนะ เลี้ยงยาก คือไม่หวังเรื่องมีลูกเพราะว่าผมเห็นคนอื่นมีลูกแล้วก็มาบ่นว่าลูกไม่เห็นดูแลเขาเลย ไม่ได้คิดเลยอยู่กันสองคน มีหลานๆ ก็พอแล้ว เราควรใช้ชีวิตของเราตอนนี้ให้ดีมากกว่า ทำวันนี้ให้ดีแล้วเราจะมีพรุ่งนี้ที่ดีไปเรื่อยๆ เราเป็นมนุษย์ธรรมชาติ อยากใช้ชีวิตที่คลาสสิกแบบนี้ไปให้ยาวนาน

l ยังหนุ่มยังแน่นดูแลตัวเองอย่างไร

ก็ดูแลสุขภาพตัวเองอยู่แล้วไม่ค่อยป่วยด้วยเพราะว่าคือการดูแลตัวเองเป็นการทำก่อนได้เปรียบดีกว่าเราไปทำตอนอายุมากๆ ฟิตเนสบ้าง เลือกอาหารทาน

l เทคนิคในการอยู่ในวงการนานๆ

คืออย่างแรกเลยต้องมีความรักงานแล้วก็อยู่ให้ถูกที่ ชีวิตคุณจะไปเจอใคร งานและคนจะสั่งสอนอบรมให้อะไรกับเราตรงนั้นเองสำคัญมากเลยนะเพราะว่าเป็นวิชาที่จะติดตัวเราไป แล้วหลังจากนั้นก็พัฒนาตัวเองเกี่ยวกับมุมมองหาความรู้ใส่ตัว ทุกคนชอบมองว่านักแสดงเต้นกินรำกินผมว่าการจะเป็นนักแสดงถ้าโง่ทำไม่ได้นะครับ ต้องใช้ความคิดใช้อะไรหลายๆ อย่าง เวลาเจอบทในแต่ละเรื่องเราก็ต้องไปหาความรู้ในแต่ละเรื่องมาเรื่อยๆ ไม่ได้มามุ่งที่จะดังอย่างเดียว งานของเราคือแค่ทำงานให้ดีเดี๋ยวอย่างอื่นมันก็เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้ามีคนชอบเราก็แฮปปี้

มิน่า…ต้อมถึงอยู่กับงานที่รักอย่างมีความสุขได้ในทุกรูปแบบ เพราะมีหลักคิดบวก มองทุกอย่างสองด้าน ด้วยความเข้าใจ ฉะนั้นการใช้ชีวิตที่ว่ายากก็ง่ายนิดเดียว อยู่ที่การปรับตัวและเรียนรู้เปิดใจ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: