หนีกรุง มุ่งแดนในสายหมอก ยลไม้ดอกแสนงาม ที่ภูเรือ

Published April 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05085151159&srcday=2016-11-15&search=no

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 635

ท่องเที่ยวเกษตร

คณินพงศ์ บัวชาติ

หนีกรุง มุ่งแดนในสายหมอก ยลไม้ดอกแสนงาม ที่ภูเรือ

ลมหนาวแรกของปีมาถึง ตามยอดภูยอดดอยทุกแห่งก็คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศที่ต้องการมาสัมผัสกับความหนาวเย็น หรือไม่ก็ชมทะเลหมอกและความงามของไม้ดอกเมืองหนาว ยิ่งหากได้บุกขึ้นภูสวยๆ ได้ถ่ายภาพทิวเขา ที่สลับกับช่วงแสงอรุณเริ่มแตะท้องฟ้า ก็สวยงามเกินจะบรรยายแน่ๆ คิดแล้วก็เก็บกระเป๋ามุ่งตรงไปที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ที่มีทั้งทิวทัศน์ภูเขางามๆ ลมหนาว ทะเลหมอก ดอกไม้หลากสี สมกับเป็น “ดินแดนในสายหมอก” อันคุ้มค่าที่จะเดินทางไปจริงๆ

งั้นก่อนสิ้นปีนี้ เฮาไปเที่ยวภูเรือ นำกันบ่

การเดินทางครั้งนี้ เราเน้นแบบไม่รีบร้อน หรือศัพท์วัยรุ่นปัจจุบันเรียกสโลว์ไลฟ์ โดยใช้เส้นทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างทางเกิดสะดุดตากับที่แห่งหนึ่ง จึงขอแวะสักหน่อย ที่นั่นคือ สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานที่สนับสนุนเกษตรกรปลูกใบยาสูบแบบการปลูกพืชหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี

ใบยาสูบ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของเพชรบูรณ์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากความเหมาะสมของสภาพอากาศและพื้นที่ โดยในพื้นที่ของจังหวัดมีการปลูกใบยาสูบ ประมาณ 14,500 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ในอำเภอทางตอนเหนือ เช่น อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอน้ำหนาว

เดินทางต่อสักพัก ระหว่างทางก็เล่นเกมซ่อนตาดำมาเกือบตลอดทาง ตื่นมาอีกทีเราก็เข้าสู่ดินแดนในม่านหมอกเมืองเลยแล้ว จึงขอแวะไหว้พระขอพรกันเสียก่อน สำหรับเมืองเลยแล้วคงต้องเป็นที่ พระธาตุศรีสองรัก ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการเป็นพันธมิตรระหว่าง 2 ประเทศ คือ ไทยและลาว รวมถึงเป็นจุดบอกเขตแดนระหว่างกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091-2111) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (นครหลวงเวียงจันทน์) ในยุคพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ. 2091-2114) เพื่อต่อสู้กับพระเจ้าบุเรงนอง (พ.ศ. 2094-2124) กษัตริย์พม่านั่นเอง และตามความเชื่อนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่า หากจะเข้าไปสักการะพระธาตุศรีสองรัก ผู้ที่เข้าไปภายในบริเวณวัด ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่มีสีแดง

หมดวันแรก เราถูกกล่อมเข้านอนด้วยดวงดาวที่ส่องแสงแพรวพราวบนราวฟ้า

เช้าวันต่อมา เราถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพื่อขึ้นไปชมแสงอรุณแรกของวัน ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งนี้ถือเป็นหัวใจของการมาครั้งนี้เลย บนยอดภูนั้นเป็นที่ราบกว้าง มีต้นสนจำนวนมากขึ้นสลับซับซ้อนบนภูเรือแห่งนี้ เป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ ที่แปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาขนาดใหญ่ ทำให้เมื่อมองโดยรอบจะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันดูสวยงาม ประกอบกับแสงอรุณที่ช่วยไล่ความมืดออกไปนั้น ทำให้เราได้อึ้งกับภาพตรงหน้า คือภาพพระอาทิตย์กำลังค่อยๆ ลอยตัวผ่านทะเลหมอกสู่ฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ บวกกับน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วไล่ความหนาว แค่นี้ก็พอเพียงแล้ว

หลังลงจากภูและอิ่มท้องกับอาหารเช้าแล้ว เราไปต่อกันที่ ไร่วิมุตติสุข อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ไร่มะคาเดเมียที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มะคาเดเมีย เป็นถั่วเปลือกแข็ง เมื่อผ่าออกมาแล้วเม็ดในเคี้ยวมันสุดๆ จนบางคนถึงกับให้ฉายาว่า “ราชาแห่งพืชเคี้ยวมัน” ที่นี่ไม่ได้มีแค่มะคาเดเมียมาตั้งวางขายเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นทั้งแหล่งปลูก โรงงานผลิต และหน้าร้านสำหรับขายมะคาเดเมียด้วย ใครที่ขับรถขึ้นมาเที่ยวที่ไร่นี้ หากโอกาสดีก็จะได้เห็นกระบวนการกะเทาะเปลือกมะคาเดเมียอีกต่างหาก

ถัดจากนั้นลงมาพื้นราบ แวะเข้าชมดอกไม้ที่ สวนดอกไม้ TSA แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนดอกไม้ รวมทั้งพืชผักเมืองหนาวหลากหลายชนิด ให้ได้ชมและถ่ายภาพกันจนเมื่อยไปเลย อีกทั้งด้านในยังมีร้านค้าขายของที่ระลึกและเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกผีเสื้อ ดอกสร้อยไก่ ฯลฯ และผักเมืองหนาวติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีก

ปิดท้าย ก่อนเดินทางกลับที่ สวนลุงวุฒิ ที่นี่เริ่มมีชื่อเสียงจากสับปะรดสี ไม้ประดับที่ฮิตปลูกกันมากในหมู่ผู้นิยม จนเป็นที่มาของแรงจูงใจในการเพาะและขยายพันธุ์สับปะรดสีของที่นี่

ปัจจุบัน สวนแห่งนี้มีการกำหนดพื้นที่โรงเรือนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ซึ่งนอกจากสับปะรดสีแล้ว ยังมีการขยายเพาะและพันธุ์ไม้ดอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่นิยมไว้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น กล้วยไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนชนิดต่างๆ เช่น คัทลียา ออนซีเดียม รองเท้านารี เอื้องปากนกแก้ว และนอบิเล่ นอกจากนี้ ยังมีอาซาเลียหรือกุหลาบพันปี พันธุ์ไม้นำเข้ามาจากฮอลแลนด์ ที่พร้อมประชันสีสันกัน ยิ่งดูยิ่งเพลินจริงๆ

การได้ออกสะพายเป้เดินทางครั้งนี้ ก็หวนคำนึงถึงเนื้อเพลงเก่ากินใจ ที่ว่า “เทือกเขาดินแดนนี้ชวนใฝ่ฝัน ไม่ลืมเลือนกันสวรรค์ภูเรือ” จากเพลงสวรรค์ภูเรือ ของ คุณปนัดดา โกมารทัต จริงๆ เพราะการมาเยือนที่นี่สักครั้ง ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว และนอกจากภูเขา สายหมอก และดอกไม้แล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ที่สุดคงหนีไม่พ้นน้ำจิตน้ำใจของผู้คน ที่ยังคงดีงามมาเสมอ ดั่งเนื้อเพลงท่อนสุดท้ายที่ว่าไว้ “ที่เรานั้นมารักกัน ไม่ลืมผูกพัน สวรรค์ภูเรือ”

โปรแกรมที่พาตะลอนทัวร์ข้างต้น หากท่านใดสนใจ มติชนอคาเดมี จัดทัวร์เกษตรสัญจร “ท่องทะเลหมอก ชมดอกไม้เมืองหนาว จังหวัดเลย” วันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 นี้ จะพาทุกท่านไปร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรพิเศษ อาจารย์ประเวศ แสงเพชร นักวิชาการเกษตร ที่ได้ชื่อว่าเป็นกูรูคนหนึ่งของเมืองไทย

สำรองที่นั่ง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 จันทร์-ศุกร์ (082) 993-9097, (082) 993-9105 เสาร์-อาทิตย์ หรือที่ http://www.matichonacademy.com และhttp://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ล้อมกรอบ

โปรแกรมทัวร์ “เที่ยวเมืองทะเลหมอก ดอกไม้แสนงาม” ภูเรือ จังหวัดเลย วันที่ 16-18 ธันวาคม 2559

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2559

05.00 น. ลงทะบียนพร้อมกันที่ มติชนอคาเดมี รับประทานอาหารเช้า

06.00 น. ออกเดินทางจาก มติชนอคาเดมี สู่สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ (เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ VIP 2 ชั้น)

10.30 น. ถึงสำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ ชมการสาธิต การแปรรูปของผลิตภัณฑ์จากยาสูบ และชมกรรมวิธีการปลูกยาสูบ

12.30 น. ถึงครัวคุณพิกุล/รับประทานอาหารกลางวัน

13.30 น. ออกเดินทางไปยัง พระธาตุศรีสองรัก

15.30 น. ถึงพระธาตุศรีสองรัก นมัสการพระธาตุศรีสองรัก พระธาตุศรีสองรักซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการเป็นไมตรีต่อกันระหว่างไทย-ลาว โดยที่นี่มีความเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระธาตุศรีสองรักไม่ชอบสีแดง ดังนั้น จึงไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดง รวมถึงของประดับที่มีสีแดงเป็นส่วนประกอบเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ (ห้ามนำสิ่งของที่เป็นสีแดงเข้าวัด)

16.30 น. ออกเดินทางไปยัง โรงแรมวิลล่าเดอพันตา

17.10 น. ถึงโรงแรมวิลล่าเดอพันตา (เช็กอินเข้าที่พัก)

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ที่โรงแรมวิลล่าเดอพันตา

20.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2559

04.45 น. ออกเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติภูเรือ

05.00 น. ถึงอุทยานแห่งชาติภูเรือ ชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามรุ่งอรุณ พร้อมชมทัศนียภาพของทะเลหมอกและอากาศหนาวที่สมกับเป็นเมืองสุดหนาวในสยาม (เดินทางโดยรถตู้ VIP 9 ที่นั่ง)

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมวิลล่าเดอพันตา

08.00 น. ออกเดินทางไปยัง ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย (เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ VIP 2 ชั้น)

08.30 น. ถึงศูนย์วิจัยพืชสวนเลย ชมความมหัศจรรย์ของพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ เช่น ท้อ พลับ สาลี่ สตรอเบอรี่ มะคาเดเมีย พืชผัก และไม้ดอกเมืองหนาว บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ พร้อมทดลองปลูกพืชสวนชนิดต่างๆ ด้วยตัวท่านเอง

09.30 น. ออกเดินทางไปยัง ไร่วิมุตติสุข

10.00 น. ถึงไร่วิมุตติสุข ไร่มะคาเดเมีย ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ภายในเป็นสถานที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะคาเดเมีย ทั้งมะคาเดเมียอบเกลือ สบู่ถ่านมะคาเดเมีย มะคาเดเมียทอฟฟี่คาราเมล น้ำมันมะคาเดเมีย และยังมีสตรอเบอรี่แบบอบแห้ง ให้ได้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างจุใจ

11.00 น. ออกเดินทางไปยัง ร้านภูเรือโภชนา

13.00 น. ถึงร้านภูเรือโภชนา/รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 น. ออกเดินทางไปยัง สวนดอกไม้ TSA

15.30 น. ถึงสวนดอกไม้ TSA สวนดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกผีเสื้อ ดอกสร้อยไก่ ฯลฯ นอกจากนี้ ภายในยังมีพืชผักและผลไม้เมืองหนาวสดๆ จำหน่ายในราคาที่เป็นกันเอง

16.30 น. ออกเดินทางไปยัง ร้านไก่ย่างภูเรือ

17.00 น. ถึงร้านไก่ย่างภูเรือ/พร้อมรับประทานอาหารเย็น

18.00 น. ออกเดินทางเข้าที่พัก โรงแรมวิลล่าเดอพันตา

18.40 น. ถึงที่พัก โรงแรมวิลล่าเดอพันตา

21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2559

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมวิลล่าเดอพันตา (เช็กเอาท์ออกจากที่พัก)

08.00 น. ออกเดินทางไปยัง สวนลุงวุฒิ

08.20 น. ถึงสวนลุงวุฒิ ชมพันธุ์ไม้เมืองหนาวแปลกตานานาชนิด ทั้งกุหลาบพันปี กุหลาบหิน สับปะรดสี และกล้วยไม้หลากสายพันธุ์

09.30 น. ออกเดินทางไปยัง สวนองุ่นภูเรือวโนทยาน หรือ ชาโต เดอ เลย

10.10 น. ถึงสวนองุ่นภูเรือวโนทยาน หรือ ชาโต เดอ เลย สวนองุ่นขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่นับ 1,000 ไร่ ชมและชิมองุ่นสดภายในสวน พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากองุ่น และของที่ระลึกอีกมากมาย

11.10 น. ออกเดินทางไปยัง ร้านบุญมีขนมจีน

12.50 น. ถึงร้านบุญมีขนมจีน/พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน

14.00 น. เดินทางไปยัง มิตรชัยฟาร์ม

14.20 น. ถึงมิตรชัยฟาร์ม เกษตรพอเพียง ที่เพียงพอ ชมการทำเกษตรแบบพอเพียง และเดินชมวิธีทำเกษตรแบบแนวทางของทางมิตรชัยฟาร์มเป็นคนคิดค้นวิธีต่างๆ ระบบการจัดการต่างๆ ของทางฟาร์ม

15.20 น. ออกเดินทางไปยัง ร้านไก่ย่างตาแป๊ะ

17.30 น. แวะรับประทานอาหารเย็น ร้านไก่ย่างตาแป๊ะ

18.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ

22.00 น. ถึงมติชนอคาเดมีโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

***กำหนดการ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: