อ่านอดีต เขียนอนาคต กับ “กศน.”

Published March 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05098011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

กศน.ทั่วไทย

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

อ่านอดีต เขียนอนาคต กับ “กศน.”

“การรู้หนังสือ” เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โลกปัจจุบัน อยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสังคมโลกยุคดิจิทัล มีความเป็นพลวัต ซับซ้อน และเชื่อมโยงถึงกันโดยผ่านช่องทางต่างๆ ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้แต่ละบุคคลสามารถรับรู้ ข้อมูล ข่าวสาร เกือบจะพร้อมกันทั่วโลก

รู้เท่าทันสื่อ ICT

ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วโลกมีโอกาสรับรู้ข่าวสารจำนวนมหาศาลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปีนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีนโยบายส่งเสริมการรู้หนังสือของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้รูปแบบและวิธีการต่างๆ อย่างหลากหลาย ตามหลักแนวคิด “Reading the Past, Writing the Future” ของยูเนสโก ที่มุ่งเขียนอนาคตให้พลเมืองโลกมีทักษะที่สอดคล้องสังคมโลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยมีบทเรียนในอดีตเป็นพื้นฐาน

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ประจำปี 2559 ณ หอประชุมบุณยเกตุ (หอประชุมคุรุสภา) รศ.นพ. กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานเปิดงาน ได้กล่าวว่า ปัจจุบัน การรู้หนังสือเพียงแค่การอ่านออกเขียนได้ อาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข เพราะอาจตกเป็นเหยื่อจากการเสพสื่อแบบไม่รู้เท่าทัน ก่อเกิดภัยอันตรายต่อตนเองและสร้างปัญหาสังคมให้เกิดขึ้นได้มากมาย

ผู้รู้หนังสือในยุคนี้จึงต้องเป็นผู้ที่รู้เรื่องสารสนเทศ เข้าใจถึงความจำเป็นในการนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการตัดสินใจ ช่วยในการทำงานหรือการเรียนให้ดีขึ้น สามารถสืบค้นได้ ประมวลผลได้ ภายใต้การคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมส่วนรวมตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประชารัฐ

หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย ยูเนสโก ฯลฯ ได้ร่วมกันสร้างมโนทัศน์ใหม่ และยุทธศาสตร์การส่งเสริมการรู้หนังสือ เพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อน ให้คนไทยเป็นผู้มีทักษะสารสนเทศ นำทักษะที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณ และมีจริยธรรม พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคดิจิทัลในศตวรรษที่ 21

เป้าหมายหลักในเบื้องต้น คือ ส่งเสริมให้คนไทยทุกคน ทุกช่วงวัยได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่สอดคล้องกับความสนใจอย่างทั่วถึงและคงสภาพการรู้หนังสือไว้อย่างต่อเนื่อง สำนักงาน กศน. ได้ร่วมมือกับเอกชนผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือ จัดคาราวานหนังสือบริจาคสู่ชุมชน ภายใต้ชื่อ โครงการ “บรรณสัญจร” (Book Voyage) เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ในปีนี้ด้วย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทุกคนในสังคมไทยได้ร่วมกันสานพลังขับเคลื่อนการส่งเสริมการรู้หนังสือของประชาชนภายใต้อุดมการณ์ประชารัฐ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนสืบไป

นิทรรศการ “การศึกษาเพื่อผู้พิการ”

ในงานวันดังกล่าว สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน กศน. กทม.) ภายใต้การนำของ คุณเรืองฤทธิ์ ชมพูผุดผ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. กทม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด สำนักงาน กศน. กทม. จำนวน 4 เขต ได้แก่ กศน. เขตลาดกระบัง กศน. เขตตลิ่งชัน กศน. เขตสะพานสูง และ กศน. เขตพญาไท มาร่วมจัดนิทรรศการการเรียนการสอน “เด็กพิเศษ หรือ ผู้พิการ” ภายใต้แนวคิด “อ่านอดีต เขียนอนาคต”

คุณเรืองฤทธิ์ กล่าวว่า เด็กพิเศษ หรือผู้พิการ สามารถเข้าเรียนกับ กศน. ได้ทุกเพศ ทุกวัย โดย ครู กศน. จะฝึกทักษะความสามารถที่มีอยู่ในตัวของนักศึกษาผู้พิการแต่ละรายให้กล้าแสดงออก กศน. เขตลาดกระบัง และ กศน. เขตตลิ่งชัน ได้นำเสนอการเรียนการสอนเด็กพิเศษและผู้พิการ โดยใช้จิตนาการงานศิลปะและดนตรีไทย เพราะผู้พิการแต่ละรายอาจเขียนอ่านไม่คล่อง แต่พวกเขามีสุนทรียภาพ ทักษะด้านงานศิลปะอยู่ในตัว เช่น การขับเสภา การขับร้อยกรอง ร้อยแก้ว การตีระนาด ฯลฯ

ด้าน กศน. เขตสะพานสูง และ กศน. เขตพญาไท ได้นำเสนอมุมมอง “การเขียนอนาคต” โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษและผู้พิการ เช่น โปรแกรมการอ่านภาษาของคนตาบอด หรือการใช้แอปพลิเคชั่นทางโทรศัพท์ที่ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายมากขึ้น

งานวันที่ระลึกสากล

แห่งการรู้หนังสือ ที่จังหวัดสตูล

นอกจาก สำนักงาน กศน. จัดกิจกรรมงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ณ หอประชุมบุณยเกตุ (หอประชุมคุรุสภา) แล้ว ยังมอบหมายให้ สำนักงาน กศน. ในส่วนภูมิภาคได้จัดกิจกรรมดังกล่าว ภายในจังหวัดของตัวเองด้วย ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดสตูล ได้จัดงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ประจำปี 2559 ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดสตูล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษา กศน. อำเภอต่างๆ ในจังหวัดสตูลเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก

คุณเรวัฒน์ เพ็ชรสงฆ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสตูล กล่าวว่า องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO กำหนดให้ วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงาน กศน. จังหวัดสตูล จัดกิจกรรมวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ สนองเจตนารมณ์ของวันสำคัญดังกล่าว โดยกระบวนการสร้างการเรียนรู้การอ่านอดีต เขียนอนาคต สามารถลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มีคุณภาพและสามารถนำไปพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ

สำหรับปีนี้ กศน. สตูล ได้จัดกิจกรรมบรรณสัญจร เพื่อรับบริจาคหนังสือถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และจะได้นำหนังสือไปบริจาคให้กับบ้านหนังสือชุมชนทุกตำบล นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมนิทรรศการการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การประกวดทักษะการพูด และกิจกรรม ทูบี นัมเบอร์วัน จากชมรม ทูบี นัมเบอร์วัน กศน. อำเภอ และพิธีอ่านสารของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันที่ระลึกสากลแห่งการเรียนรู้ ประจำปี 2559

คุณมณฑลี ทิ้งปากถ้ำ ครูอาสาสมัคร กศน. อำเภอเมืองสตูล หนึ่งในครู ผู้สอนของ กศน. จังหวัดสตูล มากว่า 21 ปี กล่าวว่า นักศึกษา ที่ตนได้สอนเป็นเหมือนลูกหลานของตน จะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้สามารถมีความรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง พัฒนาชีวิตของผู้อื่น ของครอบครัว ชุมชน และพัฒนาประเทศ สามารถมีความรู้เพื่อพัฒนาคน พัฒนาชุมชนของประเทศชาติ ให้เข้มแข็งและเจริญยิ่งขึ้น

คุณภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า การรู้หนังสือนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศชาติ และบ้านเมืองของเรา เพราะในวงจรของความยากจนในปัจจุบันเกิดจากความไม่รู้หนังสือ นำไปสู่เรื่องของความเจ็บไข้ได้ป่วย ความยากจน การที่จะพัฒนาประเทศไปได้ต้องตัดวงจรของความไม่รู้หนังสือ โดยการเรียนรู้หนังสือ แต่ปัจจุบัน คำว่า รู้หนังสือ แค่อ่านออกเขียนได้ ยังไม่พอ ต้องเรียนรู้ทั้งเรื่องของการคิดวิเคราะห์ ฟังแล้วทำความเข้าใจ การจัดกิจกรรมวันนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาคน พัฒนาชาติ ตามแนวทาง “อ่านอดีต เขียนอนาคต” เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิตของทุกๆ คน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: