ตะลุย โพธิสัต… UNSEEN กำปงลุง หมู่บ้านโฟลติ้งริมทะเลสาบ

Published March 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05087011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

ท่องเที่ยวเกษตร

กาญจนา จินตกานนท์

ตะลุย โพธิสัต… UNSEEN กำปงลุง หมู่บ้านโฟลติ้งริมทะเลสาบ

เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร. ประธาน สุรกิจบวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และ คุณประสิทธิ์ นาคดี พาณิชย์จังหวัดตราด ได้นำทีมตัวแทนภาครัฐ เอกชน เดินทางไปพบปะเจรจากับ ดร. เมา ทานิน (Dr. MAU THAKNIN) ผู้ว่าราชการจังหวัดโพธิสัต (Pursat) ราชอาณาจักรกัมพูชา

วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์พัฒนาทางการค้า การท่องเที่ยว ร่วมกัน รวมถึงการยกระดับช่องทางข้ามแดนธรรมชาติให้เป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า ระหว่างบ้านท่าเส้น อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด และบ้านทมอดา อำเภอเวียลเวียง จังหวัดโพธิสัต ด้วยตราดและโพธิสัตเป็นจังหวัดชายแดนที่ติดกันและสามารถเชื่อมโยงไปเมืองสำคัญอีกหลายเมืองทั้งในฝั่งไทยและกัมพูชา

เลียบเส้นทาง…ไพลิน พระตะบอง

จาก “จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด” อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เข้าสู่จังหวัดไพลิน ภูมิประเทศ 2 ข้างทาง คล้ายกับอยู่ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน โดยป่าไม้บริเวณเนินเขาถูกปรับสภาพเป็นไร่มันสำปะหลัง ข้าวโพดแดง สวนลำไย รวมถึงโรงงานแปรรูปมันสำปะหลัง ข้าวโพดแดง ขนาดใหญ่ของนายทุนไทยและจีนเข้าไปตั้งอยู่หลายแห่ง

ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ในช่วงที่ผ่านจังหวัดพระตะบอง จะพบเห็นสัญลักษณ์รูปพญาโคตรตะบองขยุง องค์สีดำได้โดยทั่วไป ทั้งนี้การมุ่งสู่โพธิสัตจะไปตามเส้นทางหมายเลข 5 ระยะทางอีกประมาณ 100 กิโลเมตรเศษ และเส้นทางนี้จะเชื่อมถึงพนมเปญอีกเพียง 187 กิโลเมตร

ขอบอกว่า เส้นทางนี้ถนนดี เรียบ และบางแห่งมีป้ายสโลดาวน์ ขับได้ไม่เกิน 40 และ 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จึงต้องใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมงเศษทีเดียว

ที่น่าสังเกตอีกอย่าง โพธิสัต ในพื้นที่นั้นจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า PURSAT จริงๆ น่าอ่าน ภูสัส

โพธิสัต…เมืองเกษตร

แหล่งท่องเที่ยว อีโคทัวร์

ดร. เมา ทานิน ผู้ว่าราชการจังหวัดโพธิสัต ได้ให้ข้อมูลสรุปในภาพรวมของจังหวัดโพธิสัตว่า เป็นเมืองเกษตรกรรมและเมืองท่องเที่ยว อยู่ห่างพนมเปญ 187 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดเกาะกง 86 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทยบ้านทมอดา อำเภอเวียลเวียง 182 กิโลเมตร

จังหวัดโพธิสัต มีพื้นที่ 12,692 ตารางกิโลเมตร ประชากร 473,294 คน ลักษณะพื้นที่ มีที่ราบ 10.16% เนินเขา 12.54% ภูเขา 67.48% และพื้นที่ในทะเลสาบ (Tonle Sap) 9.82%

ประชากร 85% ทำการเกษตรกรรม ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ถั่วเหลือง ส้มเช้ง ยางพารา มะม่วงหิมพานต์

ผลผลิตที่ส่งออกได้ คือ ข้าวดอกลำดวน ข้าวโพด ถั่ว มันสำปะหลัง

ด้วยสภาพธรรมชาติพืชผลให้ผลผลิตดีมากและเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะอำเภอเวียลเวียงที่มีชายแดนติดกับไทยทางด้านบ้านทมอดา จึงทำให้เป็นแหล่งทำเกษตรกรรมขนาดใหญ่

“ผลผลิต มันสำปะหลัง ข้าวโพดแดง ที่เวียลเวียงมีจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่อุดมสมบูรณ์มากให้ผลผลิตสูง เช่น มันสำปะหลัง จะให้ผลผลิต 30-35 ตัน/เฮกตาร์ (6 ไร่ 1 งาน) และเป็นเกษตรอินทรีย์ หากจังหวัดตราดผ่อนปรนให้เข้ามาทำการค้าได้ 3 หรือ 7 วัน จะทำให้การค้าระหว่างกันเพิ่มปริมาณสูงขึ้นและเชื่อมกับการท่องเที่ยวได้ เพราะนิยมสินค้าไทย และการค้าขายแถบทมอดา อำเภอเวียลเวียง อยู่ใกล้กับชายแดนไทยมากกว่าจังหวัดโพธิสัต” ผู้ว่าราชการจังหวัดโพธิสัต กล่าว

ส่วนการท่องเที่ยว โพธิสัต เป็นเมืองท่องเที่ยว อีโคทัวริสต์ (Eco Tourism) ปี 2558 มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 409,634 คน เพิ่มจาก ปี 2557 มีจำนวน 299,600 คน หรือ 36% เป็นชาวต่างประเทศ 8,690 คน เพิ่มขึ้นจาก 6,291 คน หรือ 38%

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น น้ำตก ทะเลสาบใหญ่ ป่าไม้ และแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศชื่นชอบมากคือ หมู่บ้านบนน้ำที่ทะเลสาบ ที่เรียกว่า หมู่บ้านกำปงลุง (Kampong Luong floating village) ตั้งติดอยู่กับทะเลสาบใหญ่ โตนเลสาบ (Tonle Sap Great Lake) ด้วย มีธรรมชาติของป่าไม้ แม่น้ำ เกาะแก่งที่สวยงามและเป็นแหล่งทำการประมงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่

กำปงลุง ไฮไลต์…โตนเลสาบ

“หมู่บ้านกำปงลุง” อยู่ใน อำเภอกระกรอ (Krakor) อยู่ห่างจากจังหวัดโพธิสัต 37 กิโลเมตร เป็นชุมชนของชาวเวียดนามที่อพยพหนีสงครามมาอาศัยอยู่ที่ริมทะเลสาบใหญ่ มีประชากร 5,816 คน 1,123 ครอบครัว

ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ นิยมมานั่งเรือชมธรรมชาติบริเวณริมทะเลสาบรวมถึงวิถีชีวิตชาวเรือที่มีความเป็นอยู่เหมือนชุมชนขนาดใหญ่ อยู่บนเรือ มีหลายร้อยลำ ทั้งบ้านอยู่อาศัย ค้าขายสินค้าของกินของใช้ทุกอย่าง แม้กระทั่ง เรือ ซ่อมเครื่องยนต์ โรงงานทำน้ำแข็ง โฮมสเตย์ โบสถ์ โรงเรียน ห้องประชุมทำพิธีต่างๆ

หมู่บ้านกำปงลุงนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้ในฤดูแล้ง ประมาณปีละ 6 เดือน เท่านั้น เพราะฤดูฝนระดับน้ำในทะเลสาบจะเอ่อล้นสูงขึ้น 4-5 เมตร ท่วมถนนทางเข้าที่เป็นถนนลูกรัง

คุณพอลล่า หรือ Mr. Orn Sophalla เจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดโพธิสัต วัย 36 ปี พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว และเคยได้ทุนมาเรียนที่เมืองไทย มีอัธยาศัยเป็นเจ้าบ้านที่ดี เล่าว่า พื้นที่ทางแยกเข้าทะเลสาบ ประมาณ 10 กิโลเมตร ที่ดินจะเป็นของรัฐบาล ให้ชาวกัมพูชาสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย ส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เน้นการใช้โซลาร์เซลล์ เพราะไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แต่ละบ้านเก็บน้ำไว้ใช้ถังขนาดใหญ่

ส่วนตัวบ้าน เสาบ้าน จะวางกับพื้นดิน ไม่ขุดฝังลงไป เพราะฤดูฝนน้ำท่วมต้องย้ายไปอยู่ที่สูง ถึงฤดูแล้งจะกลับมาใหม่ ใครจะตั้งบ้านอยู่ตรงไหนก็ได้ เพราะเป็นที่สาธารณะ เพื่อนบ้านจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกปี

ชาวบ้านเหล่านี้ทำอาชีพประมง หาปลาจากโตนเลสาบ ดังนั้น เส้นทางผ่านเข้าหมู่บ้านกำปงลุงจะมีร้านขายปลาน้ำจืด ขายปลาแห้ง ที่จับได้จากทะเลสาบ

ปัจจุบัน หมู่บ้านกัมปงลุงลอยน้ำ รัฐบาลได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านจึงมีรายได้จากการให้บริการเช่าเรือนำนักท่องเที่ยวนั่งเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวเรือ และธรรมชาติป่าไม้ริมทะเลสาบ อัตราค่าเช่าเรือ เช่าเหมาขนาดเล็ก 1-6 คน ค่าบริการ ชั่วโมงละ 13 เหรียญดอลลาร์ ขนาดใหญ่ ใหญ่นั่งได้ 7-10 คน ชั่วโมงละ 20 เหรียญดอลลาร์ และมากกว่า 11 คน ลำใหญ่จุได้ 30-40 คน ราคา 2 เหรียญดอลลาร์ ต่อคน

“นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศชอบเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่มาเอง แวะเที่ยวตามที่ต่างๆ และมานั่งเรือเที่ยว ซึ่งจะให้บริการตั้งแต่เช้าถึงประมาณ 5 โมงเย็น จนดวงอาทิตย์ตก บางช่วงจะมีเทศกาลแข่งเรือ บางครั้งจะเห็นฝูงนกขนาดใหญ่ ใกล้ๆ กันจะมีป่าไม้ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ส่วนในบ้านเรือจะเป็นเสมือนหมู่บ้านในชุมชนทั่วไปคือ มีทั้งที่อยู่อาศัย ร้านขายของทุกอย่าง ที่พักแบบโฮมสเตย์ โรงเรียน สถานที่จัดเลี้ยงงานพิธี เช่น งานแต่งงาน มีโบสถ์ โรงเรียน กลางคืนมองเห็นแสงไฟของหมู่บ้านขนาดใหญ่บนน้ำสวยงามมาก” คุณพอลล่า กล่าว

“พะเติล เมืองอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำ”

ขากลับเข้าเมืองโพธิสัต คุณวิยะดา ซวง อุปนายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ไทย-กัมพูชา ของจังหวัดตราด ได้พาแวะทางแยกหมู่บ้านโอสดาว (Osdao) พร้อมเล่าให้ฟังว่า จุดน่าสนใจของที่นี่ อยู่บริเวณที่เป็นแลนด์มาร์คซึ่งมีรูปคล้ายขันเงิน กัมพูชา เรียกว่า “พะเติล” ลักษณะคล้ายพาน ขันเงิน มีลวดลายแกะสลักสวยงาม มีฝาปิด ต่างจากของไทยคือ มีขาตั้งมารอง มีความหมายว่า จังหวัดโพธิสัต อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำ หิน ที่นำมาแกะสลัก คือ “หินแก้ว” เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคล นำมาขัดสีจะนวลฉีดน้ำพรมจะใสออกสีเขียว คล้ายหยก เป็นทรัพยากรที่มีค่าของเมืองโพธิสัตอีกอย่างหนึ่ง นิยมมอบให้เป็นของที่ระลึกในระดับผู้ใหญ่ที่มาเยือน

ฝีมือการแกะสลักลวดลาย เทวรูป พระพุทธรูป อย่างสวยงาม สามารถชมและซื้อเป็นของที่ระลึกรูปพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ราคา 600-700 บาท ขนาดใหญ่ น่าจะหลัก 10,000-100,000 บาท เพราะขั้นตอนการทำยาก ชิ้นเล็กๆ ใช้ทำมือ ชิ้นใหญ่ใช้เครื่อง ใช้เวลาทำนาน บางชิ้นเป็นเดือนและหินต้องได้รับสัมปทาน

ก่อนอำลา โพธิสัต…คุณวิยะดา ซวง ให้ความเห็นว่า โอกาสของการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดตราดกับจังหวัดโพธิสัตเป็นไปได้สูง หากถนนหมายเลข 56 จากจังหวัดโพธิสัตเสร็จ สามารถเชื่อมต่อเสียมเรียบด้วยการเดินทางจากโตนเลสาบเพียง 40 นาที นอกจากนี้ โพธิสัต ยังมีความน่าสนใจทางธรรมชาติอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ หลังการประชุมต่อไปช่องทางนี้อาจจะพัฒนาเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า การท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะพัฒนาร่วมกัน เพราะภาคเอกชนเตรียมจะทำข้อตกลงร่วมกันแล้ว ด้วยโอกาส “ความใกล้และความสัมพันธ์ที่ดี”

…และนี่คือ โพธิสัต เมืองน่ารักๆ ที่รอให้ท่านไปสัมผัสด้วยเอง

…ทริปนี้ลืมไม่ได้ที่ต้องขอบคุณ คุณนิจตวัฒน์ ภักดีพสิษฐ์ “คุณป๊อป” นักวิชาการพาณิชย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ผู้ประสานงานที่ช่วยให้ทริปนี้มีคุณค่าทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: