พฤกษาสมุนไพรน่าคบ : เข้าตู้อบ หรือทำลูกประคบในสปา

Published February 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05030010959&srcday=2016-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 630

พฤกษากับเสียงเพลง

มานพ อำรุง

พฤกษาสมุนไพรน่าคบ : เข้าตู้อบ หรือทำลูกประคบในสปา

“เนื้อนางศรีนวลยวนใจชาย

เพริศแพรวพรรณรายโสภาลาวัณย์

พี่ยลโฉมฉาย แล้วมิวายรำพัน

นวลเนื้อเย้ยจันทร์ ให้พลันอับแสง

สองปรางโสภางค์แซมชมพู

เมื่อยามชื่นชูพิศดูเรื่อแดง

พี่ตะลึงแลค้างคิดว่านางจำแลง

นวลน้องผิวแตงพี่แคลงอุรา

พรหมองค์ใด หรือใครสรรสร้าง

ให้นางงามเหนือกว่านางฟ้า

ดังเทวีหนีวิมานเยือนหล้า

ราตรีที่มีดาริกา ต้องมาแพ้พ่ายอับอายนวลน้อง

พี่เองยังต้องครองระทมข่มใจ…ฯลฯ”

บทเพลงพรรณนาความงามของนวลน้องศรีนวล จินตนาการแล้วน่าจะเป็นนางฟ้าจำแลง จากประโยคที่ว่า “ดังเทวีหนีวิมานเยือนหล้า” จึงไม่แน่ใจว่า บนสวรรค์ มีห้องอบซาวน่า หรือรับทำ “สปา” ก่อนลงมาเยือนโลกให้ชาวดินได้ชมโฉมโสภาลาวัณย์ หรือว่านวลน้องเป็นชาวโลกเอง ทำสปาอบซาวน่าจนเนื้อผิวนวลงามดับแสงจันทร์ ไล่แสงดาวให้อับอาย คงจะต้องตามหาห้องเสริมสวยทำสปาอบผิวนวลให้เนียนเหมือนผิวแตง ว่าร้านนั้นอยู่แห่งไหน หรือใช้สมุนไพรอะไร จึงทำให้งามยวนใจ ดังบทเพลงชื่อ “เนื้อนวล” ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร ประพันธ์โดย ป.วรานนท์ และ ขนิษฐา ขนงทิพย์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2499 เป็นเวลา 60 ปีแล้ว

ความสวยงามใดๆ ของกุลสตรี โดยหลักก็มีอยู่ 3 ประการ ดังบทเพลงชื่อ “กุลสตรี” ที่ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ขับร้อง ประพันธ์โดย ครูชาลี อินทรวิจิตร ความตอนหนึ่งว่า

“นารีมีความสวยสามประการ สวนน้ำคำพร่ำกล่าวขาน หวานหวานกับทุกคน สวยน้ำใจใสเย็นเช่นหยาดฝน สวยน้ำมือคือน้ำมนต์ รู้จักปรนนิบัติทั่วไป” นี่คือความงามที่มีในตัว ผู้อื่นจะมองเห็นได้เมื่อนวลนางนั้นพึงปฏิบัติ งามด้วย “น้ำคำ น้ำใจ น้ำมือ” แต่ความงามจากกายที่มองเห็นเป็นเบื้องแรก ที่จะสะดุดตาสะดุดใจผู้ที่เห็นจากผิวเนื้อ วงพักตร์ นวลปรางค์ พวงแก้มนั้น คือความงามที่ปรากฏเป็นภาพลักษณ์ภายนอก ซึ่งสามารถปรุงแต่งได้จากมวลวัตถุธาตุ

หากจะยึดคำพังเพยว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” ก็คงไม่ยากที่จะกระทำ เพราะตั้งแต่โบราณกาลกระทั่งยุคดิจิตอลปัจจุบัน ที่นับวันจะปรุงแต่งความงามความสวยด้วยเจตนานั้น พัฒนาการเสริมงามจากสมุนไพรใต้ดินมาอยู่ในตลับครีม หลอดลามิเนทบีบ หรือกระป๋องสเปรย์ แม้แต่ “มีดหมอ หรือมือแพทย์” ก็มีคนปรารถนาที่จะยอมให้กรีดเนื้อเพื่อความงาม อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสคุณค่าของสมุนไพรไทย หรือสูตรเภสัชโบราณ ที่เป็นที่ยอมรับสวนกระแส สู้ผลิตภัณฑ์ “ของแพงจากเมืองนอก” บอกให้รู้ว่า สมุนไพรแผนโบราณ หรือสูตรสมุนไพรไทยท้องถิ่น เป็นเภสัชใกล้ตัวเราได้ผลไม่น้อยหน้ากว่าของนอกแน่นอน ก็หันกลับมามองและนำสมุนไพรเหล่านั้นมาใช้ในวงการความงามด้านสปามากขึ้น

ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ล้ำเลิศ หมอพื้นบ้านท่านรู้จักเอาสมุนไพรต่างๆ จากธรรมชาติมาปรุงเป็นยา ทั้งรักษาโรค บำรุงร่างกาย และทำเป็นยาสมุนไพรอบร่างกายได้ด้วย โดยคัดสรรสมุนไพรที่เหมาะสม มีสรรพคุณให้ร่างกายสดชื่น สูดดมเข้าไปได้ประโยชน์ คลายอาการปวดเมื่อย คลายเครียด สบายเนื้อตัว ปลอดโปร่ง โล่งจมูก หายใจคล่อง หายหอบหืด ผิวหนังสะอาด เกลี้ยงเกลา รวมทั้งวิธีการต่างๆ ในการอบสมุนไพร ก็สามารถปรุงใช้เองที่บ้านโดยไม่ยาก

มีพืชพันธุ์มากกว่า 2,000 ชนิด ในเขตเอเชีย ที่สามารถสกัดเป็นน้ำมันหอยระเหยได้ แต่สำหรับเมืองไทยมีไม่น้อยกว่า 400 ชนิด ที่นิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพร แม้ว่าธุรกิจสปาจะถือกำเนิดมาจากซีกโลกตะวันตก แต่น่าแปลกที่วัตถุดิบประเภทสมุนไพร กลับอุดมสมบูรณ์ในฝั่งเอเชีย แสดงถึงความหลากหลายทางทรัพยากรที่เสริมสร้างสุขภาพของเราอย่างล้นเหลือ อย่างนี้แล้ว สปาไทยจึงเป็นที่โดดเด่นเรียกหาจากต่างชาติ ที่ถือว่าเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ที่จะสร้างทั้งอาชีพแก่เกษตรกรและเป็นที่รู้จักของโลก

ความเครียดของทุกคนเกิดขึ้นได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จะคลายเครียดได้ด้วยการเยียวยารักษาความปวดร้าว ระบมให้อ่อนลงด้วยสูตรเภสัชสมุนไพรโบราณหมอชาวบ้านได้มากมาย หากเครียดด้านจิตใจ สัมผัสสมุนไพรคลายอารมณ์ ที่ปัจจุบันชอบใช้คำว่า “รีแลกซ์” ด้วยขั้นตอนกรรมวิธี “สปา” พาตัวเองไปอยู่ในโลกส่วนตัวกับกลิ่นไอ และสายเสียงกับบรรยากาศธรรมชาติที่อบอวลด้วยสมุนไพรกระตุ้นไออุ่น หรือไอเย็น ก็สุดแต่จะปรารถนา เพราะการนำเอาสมุนไพรที่ดี เหมาะสม มีคุณค่า มีสรรพคุณทางยาธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จะเป็นครีมธรรมชาติ น้ำมันสมุนไพร หรือจะรวมเอาหลายสิ่งมาผสมผสานกลายเป็น “ลูกประคบ” ห่อผ้าดิบ มาใช้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เส้นตึง เอ็นหด ก็มีทุกสูตร ที่สำคัญกว่านั้นคือ ทั้งเข้ารับบริการทำสปา หรือเรียกหาลูกประคบ ก็เป็นการยกเอาความสุขมาห่อหุ้มทั้งเรือนร่างและจิตใจ มิได้หมายความว่าเป็นผู้ป่วยที่มารับการรักษาอาการป่วย แต่เป็นผู้ต้องการผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ให้สดชื่นรื่นรมย์ สร้างอาณาเขตแห่ง “โลกส่วนตัว” ได้โดยอิสระ

การอบสมุนไพร เป็นกรรมวิธีดูแลสุขภาพวิธีหนึ่ง ซึ่งมีมานานแล้วสำหรับเมืองไทย มีทั้งในร้านเสริมสวย ในบ้านตัวเอง แม้กระทั่งในวัดบางแห่งก็มีห้องอบสมุนไพรให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เบาเนื้อเบาตัว ระบายเหงื่อทุกขุมขน ร่างกายพลิกฟื้นคืนกลับ เช่นสตรีที่ร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค หรือผู้ที่คลอดบุตร มักจะนิยมอบสมุนไพรในเวลาต่อมาหลังจากออกไฟแล้ว หากมดลูกอ่อนแอก็จะกลับเข้าอู่เร็ว การขับน้ำคาวปลาออกก็เป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น หมอพื้นบ้าน หรือแพทย์แผนโบราณของไทยเรามีการคิดค้นหาทางให้แม่ลูกอ่อน หรือผู้หญิงหลังคลอดบุตรมีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ร่วงโรยไปตามธรรมชาติ จึงนำสมุนไพรมาเยียวยา ฟื้นฟู ซึ่งสมุนไพรที่นำมาใช้สามารถปรุงเป็นยากิน ยาอบในห้องอบ ตู้อบ รวมทั้งปรุงผสมเป็นลูกประคบ ก็นิยมใช้

ลูกประคบมีมานานกาลแล้ว เพราะการนำสมุนไพรมาปรุงเป็นยา ซึ่งใช้ได้ทั้งรับประทาน ยังสามารถปรุงเป็นยารักษาภายนอกร่างกายได้ด้วย ใช้ได้ทั้งเดี่ยวๆ หรือปรุงผสมผสานหลายๆ อย่าง ทำเป็นยาทา พอก พ่น สูบ ยาอม รมควัน และเป็นยาประคบ ซึ่งเราเรียกว่า ลูกประคบ ก็ถือว่าเป็นมรดกทางภูมิปัญญา ลูกประคบทำได้โดยนำส่วนผสมต่างๆ จากสมุนไพร มาคลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน หรือรวมแต่ละชิ้น แต่ละแท่ง มาห่อเป็นรูปทรงด้วยผ้าดิบ ให้มีชายผ้าที่ห่อรวบเอาขึ้นบนแล้วผูกชายผ้ามัดเป็นห่อ แล้วผูกมัดด้วยเชือก หรือเส้นด้ายให้แข็งแรง ขนาดใหญ่ เล็ก แล้วแต่ส่วนผสมตามสูตรสมุนไพร

สมุนไพรที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในมัดห่อลูกประคบมีหลากหลายสูตรส่วนผสม ส่วนใหญ่มักจะเท่าๆ กันทุกชนิดสมุนไพร แต่มีวัตถุส่วนผสมอย่างหนึ่งที่จะมีน้อยที่สุดในสูตรคือ การบูร ซึ่งจะใส่ทุกสูตรไม่ถึง 1% เช่น รากดีปลีแห้ง รากดองดึงแห้ง รากเจตมูลเพลิงแห้ง หญ้างวงช้างแห้ง ต้นตะไคร้แห้ง อย่างละ 1 ขีด แล้วใส่การบูรเกล็ด 2 กรัม สำหรับตัวยาสมุนไพรสูตรต่างๆ อัตราส่วนผสมและชนิดของสมุนไพรก็แตกต่างกันตามแต่ละตำรับยา หรือจุดประสงค์ในการใช้กับอวัยวะร่างกายส่วนใดก็มีสูตรเฉพาะ โดยใช้สมุนไพรที่หาได้ไม่ยาก เช่น ขมิ้นชันแห้ง เหง้ากระชายแห้ง ใบน้ำเต้าแห้ง ใบผักบุ้งแดงแห้ง สมุลแว้งแห้ง ไคร้น้ำแห้ง ผิวมะกรูดตากแห้ง ไพลตากหรืออบแห้ง ใบมะขามแก่ตากแห้ง ดอกคำไทยแห้ง ขมิ้นอ้อยตากแห้ง ใบมะนาวตากแห้ง ใบกะเพราแดงแห้ง ว่านไฟแห้ง เปลือกต้นขี้เหล็กแห้ง ใบส้มโอแห้ง ใบหนุมานประสานกายแห้ง หัวหอมแดงแห้ง ต้นตะไคร้แห้ง ส่วนใหญ่นำส่วนของสมุนไพรที่กล่าวมาผสมกัน บดละเอียด แต่ละสูตรจะใช้ตัวสมุนไพรไม่เกิน 10 อย่าง มาเป็นลูกประคบ และทุกสูตรจะมีการบูรผสมด้วย

การนำลูกประคบมาประคบร่างกายคนเรานั้น กรรมวิธีปฏิบัติก็คือ ให้นำลูกประคบไปอังความร้อนพออุ่นๆ เช่น ผ่านไอน้ำ หรือแผ่นความร้อน แล้วจึงประคบกับผิวหนังตรงบริเวณอวัยวะที่ต้องการ ความอุ่นจากลูกประคบที่อังความร้อนมาแล้ว จะแผ่กระจายความร้อนเข้าในตัวสมุนไพรที่บดเป็นผงละเอียด แล้วการระเหิดของการบูรก็จะพากลิ่นไออุ่นกระจายออกมา ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อได้รับสรรพคุณทางยาสมุนไพร ซึมซาบ แทรกซึม ผ่านผิวหนังสัมผัสเส้นเลือด เกิดความสบายและผ่อนคลาย

ลูกประคบ คือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษไทย สืบทอดลูกหลานมาถึงปัจจุบัน เป็นเทคนิคการดูแลสุขภาพของบรรพบุรุษ ที่ยังใช้ได้ดี ได้ผล กับชนรุ่นต่อๆ มาจนปัจจุบัน จัดเป็นคุณค่าพลานุภาพของสมุนไพรไทยของเรา ซึ่งปัจจุบัน เราอาจจะพบเชิงการค้า การตลาด ที่โฆษณาลักษณะ “อโรมาเธอราปี้” (Aromatherapy) ที่ใช้พลังกลิ่นหอมจากมหัศจรรย์สมุนไพรธรรมชาติ ผสมผสานกลิ่นหอมจากดอกไม้ โดยวิธี “นาสิกสัมผัส” ขณะที่ลูกประคบแนบเนื้อเรา กลิ่นดอกไม้และสมุนไพรก็ทำหน้าที่เป็นแขกเยือนทั้งร่างกาย และจิตใจเราให้ล่องลอยตามไปด้วย

สำหรับการเสริมสร้างสุขภาพด้วย “ยาอบสมุนไพร” ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง สดชื่น ปลอดโปร่ง บรรเทาความเมื่อยล้า บำบัดความซึมเศร้าได้อีกด้วย การอบสมุนไพรจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งสูงวัยและสตรีที่มีบุตรแล้ว แต่ปัจจุบัน เป็นที่นิยมตั้งแต่สตรีวัยรุ่นจนถึงทุกๆ วัย ซึ่งถ้าย้อนถึงการคิดค้นวิธีใช้สมุนไพร ก็มีเริ่มตั้งแต่การนำพืชสมุนไพรมาต้มในน้ำ จากนั้นก็นำน้ำร้อนนั้นผสมกับน้ำธรรมดาให้อุ่นพออาบ ซึ่งน้ำสมุนไพรนี้ก็จะมีส่วนพืชสมุนไพรรินหลั่งสัมผัสผิวกาย ตัวยาก็จะแทรกซึมไปยังเนื้อเยื่อร่างกาย ซึ่งเรียกว่า “การอาบน้ำสมุนไพร” แล้วก็พัฒนาการต่อมาก็กลายเป็นการ “อบสมุนไพร”

การอบสมุนไพร ทำโดยการนำสมุนไพรหลายๆ ชนิดผสมรวมกัน แล้วต้มให้น้ำเดือด ปล่อยให้ไอระเหยออกมาสัมผัสเรือนร่างในพื้นที่จำกัด ให้ได้ความร้อนหรือไอร้อนจากน้ำต้มสมุนไพรด้วย ถ้าอบเป็นส่วนตัวคนเดียวก็อาจใช้ตู้อบ หรือกระโจมอบ แต่ถ้าหลายๆ คน ก็อาจจะเป็นห้องปิดที่เข้าไปนั่งหรือยืนได้ตามสะดวก ถ้าศึกษาภาชนะต้มตั้งแต่นานมาแล้ว หม้อต้มยานิยมใช้ “หม้อต้มดินเหนียว” หรือรู้จักกันว่า “หม้อดิน” ปัจจุบันนิยมใช้ “หม้อหุงข้าวไฟฟ้า” เพื่อความสะดวกและสามารถดัดแปลง หรือบังคับทางเดินไอน้ำสมุนไพรให้พ่นไปตามทิศทางที่ต้องการได้ ในการต้มน้ำสมุนไพรให้เดือดพล่านแล้ว ให้ใส่การบูรที่บดละเอียดลงในหม้อต้มที่กำลังเดือด กลิ่นไอการบูรพร้อมตัวยาสมุนไพรก็จะระเหย ให้สูดกลิ่นสัมผัสทั้งนาสิก สูดล้างโพรงจมูกให้โล่ง สบาย บำบัดโรคทางเดินหายใจได้ ส่วนร่างกายก็สัมผัสไออุ่นจากสมุนไพร ส่วนเวลาที่อยู่กับการอบตัว ควรใช้เวลาเพียง 12-15 นาที ไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อครบเวลา ควรออกมาสัมผัสให้ร่างกายแห้งแล้วจึงอาบน้ำให้สดชื่น

สูตรยาอบสมุนไพรก็มีส่วนผสมหลากหลายพืชสมุนไพร อาจจะใช้ทั้งยอด ทั้งใบ หรือส่วนต้น เหง้า ได้แก่ ใบมะขาม หัวหอมแดง ผิวมะกรูด ตะไคร้ ต้นใบส้มป่อย เปลือกมะนาว ใบกะเพรา ไพล กระชายแห้ง เปลือกส้ม ใบต้นเหงือกปลาหมอ ใบละหุ่ง หญ้าคา ใบส้มโอ ต้นข่า ขมิ้นชัน สูตรต่างๆ ก็มีส่วนผสมตามตำรับยาแต่ละสูตร มีหนึ่งอย่างที่ต้องใช้คือ ผงการบูร

จากคำร้องในบทเพลง “เนื้อนาง” ตอนต้น ซึ่งได้ยลโฉมความงามดังเทพีลงมาเยือนหล้า แม้ดาวเดือนบนฟ้ายังอาย ทีนี้เมื่อได้ผ่าน “สปาทำประคบ-อบสมุนไพร” แล้ว ลองพิจารณาอีกครั้งว่า ความสวยนั้น งามจนน่าอิจฉาระดับไหน จากคำร้องในบทเพลง “ปานทิพย์เทพี” ที่คิดว่าผู้ชื่นชมจะเหมาะสมเพียง “เทพ” เท่านั้นหรือ?

เพลง ปานทิพย์เทพี

ทำนอง พยงค์ มุกดา

คำร้อง ป.วรานนท์

ขับร้อง ชรินทร์ นันทนาคร

งามเอ๋ยแม่งามเพียงหยาดฟ้า

งามเสียจนอุมาแม่อิจฉาความงาม

ทั่วเรือนร่างโสภางค์สมลือนาม

คมเนตรแวววามดั่งจะหยามดารา

งามเอ๋ยแม่งามอรชร

งามแม้ยามบังอร แม่ย่างเยื้องลีลา

คิ้วขนงโก่งงอน คันศรรามา

พริ้มพักตร์จันทรา หลบเมฆาเพราะเอียงอาย

อยากจะปองเป็นเจ้าของเธอคนเดียว

อยากจะโน้มเหนี่ยวดอกฟ้ามั่นหมาย

อยากจะอยู่เคียงคู่เคียงกาย

กลัวเทวาใจร้าย คงสาปพี่วายชวดชม

งามเอ๋ยแม่งามสูงศักดิ์ศรี

ปานทิพย์ดังเทพี ยั่วพี่นี้ตรอมตรม

ได้แต่ปองเป็นเจ้าของในอารมณ์

เพราะเธอเหมาะสม เทพหมายชมปานทิพย์เทพี

นอกจากความงามของกุลสตรี ที่ว่า “งามน้ำคำ งามน้ำใจ งามน้ำมือ” แล้ว ความงามจากเรือนกายที่มองได้จากภายนอก ย่อมเป็นที่ปรารถนาทั้งของเจ้าตัว และผู้พบเห็น แม้ว่าจะต้อง “คนงามเพราะแต่ง” แต่การทำสปาชุบลูกประคบอบสมุนไพร ไม่ถือว่าแต่งให้งามตามใจคิดอย่างเดียว เพราะสมุนไพรไม่ได้เสริมเฉพาะสวย แต่จะรวยด้วยสุขภาพที่ซ่อนอยู่ในลูกประคบ และกลิ่นไออุ่น กรุ่นด้วยบรรยากาศที่ให้ทั้งสุขภาพกายและจรุงใจคลายเครียด

หากเดินออกจาก “ห้องเสริมสวย” อาจจะถูกนินทาว่า “เสริมเท่าไรก็ไม่สวย” แต่ถ้าคลุมผ้าออกจาก “ห้องอบสมุนไพร” ก็จะได้รับคำชื่นชมว่า “รักสวยด้วยสุขภาพ” นั่นแหละหนุ่มๆ จะอิจฉา “ลูกประคบ” แล้วอยากจะเป็นตู้อบสมุนไพร!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: