ปลูกพริกไทย 360 หลัก ได้ปีละเกือบ 5 แสน ที่พิษณุโลก (ตอนจบ)

Published January 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05018150859&srcday=2016-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 629

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

ปลูกพริกไทย 360 หลัก ได้ปีละเกือบ 5 แสน ที่พิษณุโลก (ตอนจบ)

คุณแดง บุญมี หรือ ลุงแดง เจ้าของไร่พริกไทยสดพันธุ์ซีลอน “ไร่ลุงแดง บ้านเผ่าไทย บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 8 บ้านเผ่าไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทร. (084) 906-0967 ได้ให้ข้อมูลต่อถึงพริกไทย จำนวน 360 หลัก ใน 1 ปี มีรายได้จากการขายผลผลิตเกือบ 5 แสนบาทว่า

“พริกไทย 1 หลัก เคยเก็บตัวเลขคร่าวๆ ให้ผลผลิตเฉลี่ยปีละ 15 กิโลกรัม”

ซึ่งถือว่าให้ผลผลิตที่ค่อนข้างดีมาก ประกอบกับราคาพริกไทยสดเฉลี่ยดีทั้งปี

ถ้าบางคนใช้เสาที่สูงกว่านี้ผลผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ที่เลือกใช้เสาความสูงเท่านี้ เพราะคิดว่าทำงานได้ง่าย เก็บเกี่ยวง่าย ไม่สูงจนเกินไปที่ต้องใช้บันไดปีนขึ้นไปเก็บเหมือนสวนพริกไทยทางแถบตะวันออก อย่างจังหวัดจันทบุรี

อีกอย่างลุงแดงกับคุณป้าก็อายุเยอะ ไม่เหมาะที่จะปีนขึ้นลงบันไดในการเก็บผลผลิต

รายได้จากพริกไทย เพียง 360 หลัก ที่ให้ผลผลิตเต็มที่ ตลอดทั้งปีเกือบ 5 แสนบาทนั้น ยังไม่รวมการทำต้นพันธุ์พริกไทยจำหน่าย ซึ่งต้นพันธุ์พริกไทยได้การตอบรับดีมาก มีการสั่งจองล่วงหน้า

โดยมีลูกชายเข้ามาช่วยดูแลจัดการเรื่องการจัดส่งต้นพันธุ์พริกไทยให้ ซึ่งสามารถจัดส่งไปทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศหรือขนส่งเอกชน จำหน่ายต้นพันธุ์พร้อมปลูก คือตุ้มตอนชำลงถุงแล้ว ต้นละ 35บาท และแบบตุ้มตอน ตุ้มละ 25 บาท

พริกไทยซีลอน ไม่มีพันธุ์เตี้ยพุ่มแต่อย่างใด

ลุงแดงอธิบายว่า ที่เห็นต้นพริกไทยเป็นพุ่มเตี้ยติดผล คือ เอาส่วนที่เป็นกิ่งแขนง หรือกิ่งปรางมาปลูก มันก็จะเห็นแตกช่อออกผล แม้ต้นที่ยังอยู่ในถุงดำขนาดเล็ก แต่จะโตช้าและผลผลิตน้อยกว่าแบบที่เป็นกิ่งไหล เพราะถ้าใช้กิ่งไหลปลูก ต้นจะโตเร็ว เมื่อถึงอายุ พริกไทยก็จะแตกกิ่งแขนงหรือปรางออกมารอบต้น และได้ผลผลิตจำนวนมากกว่า

ในการทำเพื่อการค้า (ปลูกขึ้นค้าง) จึงไม่นิยมใช้แบบกิ่งปรางมาปลูก

ดังนั้น การเลือกส่วนที่นำมาขยายพันธุ์ของพริกไทยซีลอน มีอยู่ 2 ส่วน คือ กิ่งแขนง (กิ่งปราง) และ กิ่งไหล

1. กิ่งแขนง หรือชาวสวนพริกไทยเรียก “กิ่งปราง” ซึ่งเป็นกิ่งที่ให้ผลผลิตอยู่แล้วบนหลักพริกไทย เมื่อนำมาปักชำหรือตอนกิ่ง กิ่งแขนงหรือกิ่งปราง เมื่อนำไปปลูกจะมีพัฒนาการสร้างทรงพุ่มอยู่ทางด้านล่าง พุ่มต้นจะเตี้ยแล้วออกช่อติดผลเลยทันทีที่ตั้งตัว หรือแตกยอดใหม่หลังการปลูกลงดิน หรือปลูกในกระถาง ซึ่งกิ่งแขนงหรือกิ่งปรางจะให้ผลผลิตเร็วมาก หากท่านใดมีพื้นที่น้อย ต้องการนำไปใส่กระถางปลูกกินในบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก็เลือกต้นพันธุ์จากกิ่งแขนงไปปลูก

2. กิ่งไหล คือส่วนปลายยอดสุดของต้น ที่เรามักพบว่า มักจะเลื้อยห้อยลงมาเมื่ออยู่บนเสาปูน ซึ่งยอดกิ่งไหลนั้นจะมีฮอร์โมนจิบเบอเรลลินสะสมอยู่ในส่วนปลายยอดและที่ยอดอ่อนเป็นจำนวนมากพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโตและการพุ่งหาแสงจะมีค่อนข้างมาก ถ้านำมาปลูกเชิงการค้า คือปล่อยเลื้อยขึ้นเสาปูน ควรเลือกซื้อต้นพริกไทยที่ตอนหรือชำมาจากกิ่งไหลมาปลูก เพราะจะโตเร็ว เลื้อยเกาะขึ้นหลักเร็วกว่าต้นพริกไทยที่ได้จากกิ่งแขนง แต่จะให้ผลผลิตช้ากว่าต้นพันธุ์ที่ได้จากกิ่งแขนง ผลผลิตจะเริ่มเก็บได้ก็ประมาณ 8-14 เดือน หลังปลูก

แต่ถ้าท่านใดเอาส่วนของต้นพันธุ์ที่ได้จากกิ่งแขนงหรือกิ่งปราง เลี้ยงให้ขึ้นหลัก ก็จะนานกว่าส่วนที่เลี้ยงต้นพันธุ์จากไหลยอด เพราะการที่กิ่งแขนงให้ผลผลิตเร็วจะทำให้มีพัฒนาการทางด้านความสูงช้า

ดังนั้น ถ้าปลูกแบบการค้าเลื้อยขึ้นเสาปูน จึงใช้ในส่วนของไหลยอดมาขยายพันธุ์ เพราะเลื้อยขึ้นเสาค้างที่มีความสูงได้ดีนั้นเอง

ลุงแดงกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการปลูกพริกไทย ให้ท่านที่สนใจ หรือกำลังคิดจะลงทุน ว่าต้องใช้งบประมาณกันเท่าไหร่ ในเนื้อที่ 1 ไร่ ดังนี้

ใช้หลักเสาปูน 270 หลัก โดยประมาณ ใช้ระยะปลูก ระหว่างต้น 2 เมตรxระหว่างแถว 2.5 เมตร ราคาหลักเสาปูน (ขนาดหน้ากว้าง 4×4 นิ้ว สูง 2.50-3.50 เมตร) ราคา ประมาณหลักละ 220 บาท = 59,400 บาท กิ่งพันธุ์ ใช้ 4 ต้น ต่อหลัก 1,080 กิ่งตุ้มตอน ราคา กิ่งละ 25 บาท = 27,000 บาท (กรณีที่เป็นกิ่งตอนตุ้มแล้วเอาไปชำอนุบาลเอง 30-45 วัน จึงจะลงปลูกได้) แต่หากใช้ต้นพันธุ์พร้อมปลูกหรือต้นจากกิ่งตอนที่ชำมาแล้วพร้อมปลูก ราคาจะอยู่ที่ ต้นละ 35 บาท (เป็นเงิน 37,800 บาท) ค่าระบบน้ำ ประมาณ 20,000 บาท ค่าซาแรนพรางแสงแดด 60% ประมาณ 10,000 บาท จิปาถะ+ค่าแรงงาน 15,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายปลูกพริกไทย 1 ไร่ ประมาณ 130,000 บาท

แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะลดต้นทุนส่วนไหนได้บ้าง แต่ถ้าเริ่มจากศูนย์ ค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ประมาณนี้หรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าที่เราจะนำมาใช้ หรือวัสดุที่ใช้อาจจะประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุน

การป้องกันกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช

วัชพืช ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะพริกไทยมีระบบรากตื้นแผ่กระจายรอบทรงพุ่ม ควรกำจัดวัชพืชก่อนใส่ปุ๋ยทุกครั้ง เพื่อให้ต้นพริกไทยได้ปุ๋ยเต็มที่ ไม่โดนวัชพืชแย่งปุ๋ยไป วิธีการคือ ใช้จอบถากอย่างเบามือ ไม่ใช่ใช้จอบขุด เพราะจะโดนรากพริกไทยขาด

ส่วนหญ้าที่ขึ้นใกล้บริเวณเสาซึ่งจอบทำงานได้ยาก ก็จะใช้มือดึงหรือใช้มีดช่วยถาก

ส่วนโรค จะมีโรครากเน่าและโคนเน่าของพริกไทย ซึ่งเกิดจากเชื้อรา เป็นโรคสำคัญที่ทำความเสียหายมากที่สุด การระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาการโรคเถาจะเหี่ยว ใบร่วง โคนต้นเน่าดำ

การป้องกันกำจัด หรือลดความเสียหายจากโรคในแปลงปลูก

ดังนั้น ควรจัดการดินในพื้นที่แปลงปลูกให้มีการระบายน้ำได้ดี ไม่มีสภาพน้ำขัง ต้องทำทางระบายน้ำให้หากน้ำขังแฉะ ถ้าเป็นพื้นที่ลุ่ม ต้องเตรียมแปลงปลูกให้ดี มีการปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ โดยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ดินสามารถดูดซับธาตุอาหารได้ดี หากดินเป็นกรดควรปรับด้วยปูนขาวหรือปูนโดโลไมต์ มีการตัดแต่งกิ่งหรือแขนงตามบริเวณโคนต้นออกให้โปร่งบ้าง

ในกรณีปลูกระยะชิดหรือต้นที่มีอายุมากๆ ทรงพุ่มจะใหญ่ เป็นร่มมาก แดดส่องไม่ถึง การตัดแต่งจะช่วยลดความชื้นและให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกดีขึ้น แดดส่องถึงโคนต้นและไม่เป็นแหล่งสะสมโรค ไม่ควรเดินผ่านเข้าสวนขณะที่มีการระบาด และทำความสะอาดเครื่องมือก่อนเข้าสวน

ส่วนแมลงศัตรู จะพบ เช่น เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงที่สำคัญดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบ เถา และช่อพริกไทย โดยเฉพาะขณะยังอ่อน ทำให้ผลผลิตลดลง ป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีตามคำแนะนำ ซึ่งกำจัดได้ไม่ยากนัก

ส่วนปัญหาโรคที่เกี่ยวกับระบบรากของพริกไทย ที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน โรคพริกไทยและการป้องกันกำจัด ลุงแดงให้ข้อมูลว่า

โรครากเน่าของพริกไทย สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ลักษณะอาการ ในระยะแรก เถาจะเหี่ยว ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วง ใบจะร่วงหมดต้นภายใน 7-14 วัน หลังจากที่สังเกตเห็นอาการเหี่ยว อาการที่แสดงออกทางใบขึ้นอยู่กับรากที่ถูกทำลายในระยะต่อไป ปราง (กิ่งแขนง) ก็เริ่มหลุดลงมาเป็นข้อๆ ตั้งแต่ยอดถึงโคนต้น สังเกตเห็นว่าขั้วจะเหลืองและเปลี่ยนเป็นสีดำ และร่วงในที่สุดในระยะนี้ ถ้าคุ้ยดินโคนต้นออกดู จะเห็นต้นตรง ระดับผิวดินเริ่มเน่าดำ และแฉะมีกลิ่นเหม็นช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน

การป้องกันกำจัด พื้นที่ปลูกควรมีทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำขังในฤดูฝน หลีกเลี่ยงการเดินผ่านเข้าสวน เพราะทั้งคนและสัตว์อาจเป็นพาหะทำให้โรคแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น ทำความสะอาดรองเท้าและเครื่องมือทุกชนิดที่ใช้ในสวนพริกไทย ทั้งก่อนและหลังเข้าไปปฏิบัติงานในสวน นำเถาพริกไทยที่เป็นโรคไปเผาทำลาย และตากหลักหรือค้างให้แห้ง ทำรั้วชั่วคราว รอบบริเวณที่เป็นโรค ป้องกันการระบาดของเชื้อโรคโดยพาหะ ถ้ามีการระบาดรุนแรง พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดฟอสอีทิล อะลูมิเนียม (80% ดับเบิลยู พี) หรือ ฟอสฟอริก-แอซิค (40% แอล)

ข้อควรระวัง หยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยว 14 วัน การใช้คือ ละลายน้ำฉีดพ่นให้ทั่วต้นและราดบริเวณหลุมปลูก

โรครากขาว สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Fomes lignosus. ลักษณะอาการ ใบเหลืองและร่วงที่รากบางส่วนจะพบมีเส้นใยสีขาวปกคลุม ภายในรากจะเป็นสีเทา แต่จะไม่เป็นทุกราก ช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน

การป้องกันกำจัด ถ้ารากถูกทำลายไม่มากนัก ให้ตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลาย ถ้าต้นไหนเป็นมาก ควรขุดต้นและรากไปเผาไฟทำลายให้หมด ไม่ให้โรคนี้ระบาดต่อไป ถ้าระบาดรุนแรง ใช้สารป้องกันกำจัดตามคำแนะนำดังนี้ ควินโตซีน (24% อีซี) 45-90 มิลลิลิตร ผสมน้ำราดหรือฉีดพ่นบริเวณหลุมปลูกและรอยแผล

โรครากปม (Root knot) สาเหตุ เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปมเข้าทำลาย ลักษณะอาการ ไส้เดือนฝอยจะเข้าทำลายที่รากฝอยของต้นพริกไทย เกิดเป็นปมเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ ไส้เดือนฝอยยังเข้าทำลายผนังเซลล์ ทำให้เกิดเป็นแผล และแผลที่เกิดขึ้นเป็นช่องทางให้เชื้อโรคอื่นๆ เข้าร่วมทำลายรากพริกไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโรคโคนและรากเน่า ใบของต้นที่เป็นโรครากปมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่ใบจะไม่ร่วง บางครั้งก็จะเหี่ยว เพราะระบบการทำลายของรากผิดปกติ ทำให้ต้นแคระแกร็น ผลิดอกออกผลน้อย ช่วงเวลาระบาด พบระบาดในหน้าฝนโดยแพร่ไปกับน้ำ

การป้องกันกำจัด ใช้สารป้องกันกำจัดไส้เดือนฝอย คาร์โบฟูราน (3% จี) ฟีนามีฟอส (40% จี) คลุกดินก้นหลุมก่อนปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก โรยรอบทรงพุ่ม ช่วงระยะต้นฝน และปลายฤดูฝนหรือโรยให้ทั่วพื้นที่ในรัศมีทรงพุ่ม แล้วรดน้ำ

โรคแอนแทรกโนส สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา ลักษณะอาการ เชื้อเข้าทำลายใบของพริกไทย ทำให้เกิดเป็นจุดบุ๋มลงไปเป็นสีดำ หรือสีน้ำตาลดำ ผิวเป็นเงามัน บริเวณโดยรอบของจุดจะเป็นสีเหลือง เมื่อแผลได้ขยายใหญ่จะมีรูปร่างและขนาดไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแผลจะมีลักษณะค่อนข้างกลม ตรงกลางแผลจะแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีน้ำตาลปนเทา ที่พื้นแผลนั้นจะเกิดเป็นวงสีน้ำตาลดำซ้อนกันอย่างเห็นได้ชัด มีลักษณะคล้ายวงปีของเนื้อไม้ มีตุ่มนูนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด สีดำ เกิดขึ้นเรียงซ้อนกันอยู่เป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ขนานไปกับขอบของแผลเป็นวงสีน้ำตาลดำ การเกิดโรคนี้บนใบอาจจะเกิดบนผืนใบ หรือจากปลายใบและขอบใบแล้วลุกลามเข้ามายังผืนใบ นอกจากนี้ โรคนี้ยังเกิดกับก้านใบ และลำต้น โดยลักษณะอาการจะเกิดเป็นจุดสีดำบุ๋มลงไป และแห้ง ผิวเป็นเงามัน และอาจขยายการทำลาย เกิดเป็นแผลใหญ่ ถ้าหากโรคมีความรุนแรงมาก ก็จะทำให้เกิดชะงักการเจริญเติบโต หรือแห้งตายไปได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผลผลิตลดลง เพราะใบทำหน้าที่ปรุงอาหารถูกทำลายไป ช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน โดยระบาดไปกับน้ำฝน และแมลง ตลอดจนติดไปกับยอดพันธุ์พริกไทย

การป้องกันกำจัด ตัดแต่งกิ่ง และเก็บส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลาย พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา ตามคำแนะนำ การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชของพริกไทยคือ เบนโนมิล (50% ดับเบิลยู พี) แมนโคเซป(80% ดับเบิลยู พี) คาร์เบนดาซิม (50% ดับเบิลยู วี เอฟ) ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่ว

โรคราเห็ดพริกไทย สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา ลักษณะอาการ เส้นใยสีขาวเจริญอยู่บนผิวเปลือกของลำต้น กิ่ง และบริเวณใต้ใบ เมื่อมีอาการรุนแรง ทำให้ลำต้น กิ่ง และใบ แห้งร่วงและอาจทำให้พริกไทยตายได้ช่วงเวลาระบาด เชื้อระบาดได้โดยติดไปกับเศษซากพืช ลม และน้ำ เชื้อราจะเจริญได้ดีในแปลงพริกไทยที่สภาพใบ (ค้าง) ที่ทึบ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก พื้นที่มีน้ำท่วมขัง ดังนั้น ในช่วงฤดูฝน เชื้อราจะแสดงอาการที่รุนแรง

การป้องกันกำจัด แปลงปลูกพริกไทย ควรมีการระบายน้ำที่ดี ไม่ควรมีน้ำท่วมขัง ตัดแต่งค้างพริกไทยให้โปร่ง เพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดี โดยเฉพาะตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลาย พ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ (85% ดับเบิลยู พี) 30-80 กรัม ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่วทุก 7-10 วัน เมื่อโรคระบาด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: