เนื้อจระเข้ทุบ เจ้าแรกในไทย ตลาดจีนชอบมาก ยอดขายเดือนละล้าน

Published January 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0762150859&srcday=2016-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 403

อาหารสร้างอาชีพ

ดวงกมล

เนื้อจระเข้ทุบ เจ้าแรกในไทย ตลาดจีนชอบมาก ยอดขายเดือนละล้าน

“เนื้อจระเข้ทุบ จำหน่ายได้ 3 ปี กระแสการตอบรับดีมาก เริ่มขายดีตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 รายได้ขยับไปที่เดือนละ 1 ล้านบาท ผลิตขายเอง 60 เปอร์เซ็นต์ รับจ้างผลิตให้ยี่ห้ออื่น 40 เปอร์เซ็นต์”

นอกจาก ปลาช่อน ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากปลาช่อนสารพัด และบรรดาขนมเปี๊ยะที่เป็นของขึ้นชื่อจังหวัด “สิงห์บุรี” ยังมีหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ล่าสุดเนื้อจระเข้ทุบ และเนื้อจระเข้ผัดปรุงรส ของร้าน “วัชรินทร์” ได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว มีโอกาสไปวางขายในสนามบินดอนเมือง แถมส่งขายต่างชาติ ถูกปากคนจีนเป็นอย่างมาก สร้างรายได้เดือนละล้านบาทเลยทีเดียว

ต่อยอดจากหมูทุบ

บุกตลาดจีนโดยเฉพาะ

คุณวัชรินทร์ เรืองฤทธิ์กุล หรือ คุณปุ้ย ทายาทรุ่นที่ 2 ของกิจการหมูทุบ เล่าว่า เดิมที่บ้านทำหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ขายมานานกว่า 30 ปี กระทั่งปี 2548 ได้เข้ามาช่วยกิจการทางบ้าน เลยพยายามอัพเกรดสินค้า ปรับภาพลักษณ์จากของฝากประจำจังหวัด กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยม สามารถเข้าไปวางขายบนห้างสรรพสินค้าหรู และสนามบิน นอกจากนั้นยังคิดเมนูเพิ่ม “เนื้อจระเข้ทุบ” นับเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย ขายดีผลิตแทบไม่ทัน

คุณปุ้ย เพิ่มเติมว่า เดิมทีสินค้าของที่บ้านจะวางขายตามตลาดของฝากมาโดยตลอด ระยะหลังมานี้สินค้าถูกลอกเลียนแบบ ส่งผลยอดขายตกลงเกินครึ่ง เลยเปลี่ยนแผนธุรกิจจากที่เคยเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง-กลาง หันมาจับกลุ่มลูกค้าระดับบน เน้นขายสินค้าพรีเมี่ยมเท่านั้น รวมถึงนำเมนูเนื้อจระเข้บุกตลาดจีนเพราะชาวจีนนิยมทานเนื้อชนิดนี้อย่างยิ่ง เพราะมีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูง

หลังจากที่คุณปุ้ยเข้ามาช่วยกิจการครอบครัว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชายหนุ่มนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ยอดขายดีขึ้นตามลำดับ ราวปี 2553 เข้าไปขายในสนามบินดอนเมือง สถานที่นี้เองที่ทำให้สินค้าแบรนด์ “วัชรินทร์” เป็นที่รู้จักของตลาดต่างประเทศ

“ผมนำหมูทุบ ไก่ทุบ เนื้อวัวทุบ ไปวางขายในสนามบินดอนเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อกลับไปเป็นของฝาก บ่อยครั้งมักจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาสอบถามว่า มีเนื้อจระเข้ขายหรือไม่ ผมเลยเกิดไอเดียนำเนื้อจระเข้มาทำเป็นเนื้อทุบ เนื้อจระเข้แห้ง จระเข้ซอสพริกไทยดำ จระเข้ผัดพริกสมุนไพรบรรจุกระป๋อง กว่าจะลงตัวใช้เวลา 2 ปี”

สำหรับรสสัมผัสของเนื้อจระเข้นั้น เจ้าของธุรกิจ บอกว่า จะให้เนื้อสัมผัสเนื้อไก่ผสมกับเนื้อปลา มีความนุ่ม แต่จะไม่ร่วน เป็นเนื้อสัตว์ที่มีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูง ให้โปรตีนสูง มีปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ บางคนมีความเชื่อ ทานเป็นยารักษาโรคบางชนิดได้ ถูกปากผู้ที่ได้ลิ้มลองจนต้องบอกต่อกันเลยทีเดียว

กว่าเนื้อจระเข้จะถูกแปรรูปออกมาเฉกเช่นปัจจุบัน คุณปุ้ยใช้เวลาศึกษาและลองผิดลองถูกในการแปรรูปเนื้อจระเข้ 2 ปี เนื่องจากลักษณะเนื้อจระเข้มีความชื้นสูงและค่อนข้างนุ่ม แปรรูปด้วยการใช้เครื่องจักรทุบไม่ได้ อีกทั้งมีกลิ่นคาว ดังนั้น กระบวนการที่ใช้แปรรูปจึงมาลงตัวที่การใช้ภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน คือ ต้องนำเนื้อจระเข้สดไปตากแดดจัดนาน 3 วัน เพื่อดับกลิ่นคาวก่อน รวมถึงต้องใช้แรงงานคนทุบด้วยค้อนแบบโบราณ ซึ่งควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าการทุบด้วยเครื่องจักร ผิวสัมผัสนุ่ม อร่อยกว่าใช้เครื่องจักร

ทำเท่าไหร่ ไม่พอขาย

เพิ่มเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ส่วนเนื้อจระเข้ที่นำมาแปรรูปนั้น ใช้เนื้อส่วนหาง เพราะเป็นเนื้อคุณภาพดีที่สุดของตัวจระเข้ เนื่องจากหางจระเข้จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้เนื้อส่วนนี้แน่นและรสชาติอร่อย ส่วนแหล่งวัตถุดิบรับซื้อจากฟาร์มสมุทรปราการ สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี

“เนื้อจระเข้ทุบ จำหน่ายได้ 3 ปี กระแสการตอบรับดีมาก เริ่มขายดีตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 รายได้ขยับไปที่ เดือนละ 1 ล้านบาท ผลิตขายเอง 60 เปอร์เซ็นต์ รับจ้างผลิตให้ยี่ห้ออื่น 40 เปอร์เซ็นต์”

สำหรับช่องทางจำหน่าย เจ้าของผลิตภัณฑ์นำไปวางขายในร้านที่สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ดิ เอ็มควอเทียร์, เดอะมอลล์สกายพอร์ต, สนามบินดอนเมือง ขายไปยังบริษัททัวร์จีนที่มาเที่ยวเมืองไทย และส่งออกไปยังเมืองจีน ยุโรปบ้างเล็กน้อย ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าปัจจุบันเป็นชาวจีน

ถามว่า ในเมืองจีนมีเนื้อจระเข้ขายหรือไม่ คุณปุ้ย ตอบว่า มีขาย แต่ชาวจีนไม่นิยมสินค้าในประเทศของตัวเอง เพราะว่ามีปัญหาสินค้าปลอมเยอะ ไม่ได้ใช้เนื้อจระเข้จริงๆ สับเปลี่ยนใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทน หรือบางรายใช้เนื้อจระเข้แต่เป็นส่วนสันหลัง ซึ่งคุณภาพสู้เนื้อส่วนหางไม่ได้ ดังนั้น คนจีนที่มาเมืองไทย พอเห็นเนื้อจระเข้ทุบที่เป็นเมดอินไทยแลนด์ นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก เพราะสำหรับชาวจีนเนื้อจระเข้ถือเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยม เทียบเท่ารังนก เนื้อจระเข้ทุบเลยขายดีมากขึ้นไปอีก มีเท่าไรก็ขายหมด จนผลิตไม่ทัน

ปัจจุบัน ปริมาณเนื้อจระเข้ที่ทางแบรนด์วัชรินทร์ใช้ เดือนละ 2-3 ตัน สำหรับเนื้อจระเข้ทุบ เนื้อจระเข้แห้ง 100 กรัม แพ็กละ 350 บาท เนื้อจระเข้ทุบ 100 กรัม 200 บาท และเนื้อจระเข้ผัดพริกสมุนไพรบรรจุกระป๋อง ขนาดกระป๋อง 50 กรัม ราคา 120 บาท

ถามถึงปัญหาที่เจ้าของธุรกิจพบ คือ ยังขาดวัตถุดิบ ขาดความรู้ด้านการส่งออก และเรื่องข้อกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ณ เวลานี้ยังต้องอาศัยพ่อค้าคนกลาง ทว่าในอนาคตวางแผนจะส่งสินค้าออกต่างประเทศเอง

“ในไทยทุกวันนี้ ฟาร์มเลี้ยงจระเข้เพื่อส่งเนื้อขายยังไม่แพร่หลายนัก เรียกว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดเลยด้วยซ้ำ”

สำหรับแผนธุรกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คุณปุ้ย บอกว่า จะออกสินค้าใหม่ ทำของกินเล่นที่แปรรูปจากเนื้อจระเข้ พยายามขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ยังมีโอกาสส่งขายได้อีกมาก

นอกจากส่งขายในห้าง บริษัททัวร์ ทางเจ้าของสินค้ายังไปร่วมออกบู๊ธที่ประเทศจีนอีกด้วย หากคนไทยที่อยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เลขที่ 141/1 ถนนธรรมโชติ ตำบลบางพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โทรศัพท์ (036) 512-644, (085) 177-9948 ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

กรรมวิธีการทำ

ขั้นตอนแรก นำเนื้อจระเข้อบในตู้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อไล่ความชื้นเป็นเวลา 3 วัน

ขั้นตอนที่สอง นำเนื้อจระเข้อบในเตาเพื่อให้สุก พร้อมกับปรุงรสชาติ

ขั้นตอนสุดท้าย นำเนื้อจระเข้ที่ผ่านการอบสุก มาทุบด้วยค้อน โดยใช้มือทุบ ซึ่งเนื้อจระเข้สด 10 กิโลกรัม เมื่อทำเป็นเนื้อทุบ จะเหลือน้ำหนักแค่ประมาณ 3 กิโลกรัม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: