สานต่อ “ยโสธรโมเดล”…เมืองต้นแบบเกษตรอินทรีย์

Published January 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05129010859&srcday=2016-08-01&search=no

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 628

เรื่องเล่าจากสองข้างทาง

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

สานต่อ “ยโสธรโมเดล”…เมืองต้นแบบเกษตรอินทรีย์

ยโสธรถือเป็นจังหวัดแหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบันมีการผลิตข้าวอินทรีย์ แตงโมอินทรีย์ พืชผักและสมุนไพรอินทรีย์ รวมทั้งปศุสัตว์ และสัตว์น้ำอินทรีย์ด้วยภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับจังหวัดยโสธร เพื่อร่วมขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ วิถียโสธร” หรือ “ยโสธรโมเดล”

ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ (Model) ของประเทศ

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เร่งบูรณาการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต แปรรูป จนถึงการตลาด โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เดิม พร้อมส่งเสริมให้ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นเมืองต้นแบบและเพิ่มปริมาณสินค้าเกษตรอินทรีย์ป้อนเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)กล่าวว่าขณะนี้ มกอช.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสานต่อการพัฒนายโสธรโมเดลให้เป็นเมืองต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์โดยเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ให้เกษตรกรในพื้นที่ทั้งกลุ่มผู้ผลิตเดิมและกลุ่มใหม่ตั้งแต่หลักการของเกษตรอินทรีย์ การปรับเปลี่ยนพื้นที่เข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ การจัดการผลิต จนถึงการเก็บเกี่ยว

ขณะเดียวกันยังมุ่งส่งเสริมและผลักดันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธรเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้นมีเป้าหมาย 60,000 ไร่จากเดิมที่มีประมาณ 40,000 ไร่ รวมเป็น 100,000 ไร่ ภายในปี 2561

นอกจากนั้น ยังสนับสนุนความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับ และมุ่งส่งเสริมการรวบรวมผลผลิตในรูปแบบกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์ เบื้องต้นคาดว่า จะได้ผลผลิตข้าวเปลือกอินทรีย์กว่า 35,000 ตัน รวมทั้งผลิตผลอินทรีย์อื่นๆ อาทิ แตงโม ผักต่างๆ สัตว์น้ำ และไข่ไก่ป้อนเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมุ่งส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

ซึ่งคาดว่าจะมีการแปรรูปข้าวสารอินทรีย์กว่า 90% และยังมีแผนสนับสนุนการสร้างเครือข่ายตลาดภายในและต่างประเทศ อาทิ ตลาดชุมชน ตลาดสด ตลาดโมเดิร์นเทรด และมีแผนส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและเชื่อมโยงกับตลาดออนไลน์ด้วยมีเป้าหมายเพิ่มตลาดภายในประเทศเป็น 30% และส่งออก 70%

ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เดิมในจังหวัดยโสธรจำนวน10 กลุ่ม พื้นที่ประมาณ 37,000 ไร่ และได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกร 3 กลุ่ม พื้นที่ปลูก 900 ไร่ พร้อมส่งเสริมการตรวจรับรองมาตรฐานให้กับเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมอินทรีย์มีการให้ความรู้เพื่อพัฒนาการแปรรูปและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า3 กลุ่ม ส่งเสริมให้นำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไปใช้ตรวจสอบสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเชื่อมโยงตลาดแตงโมอินทรีย์กับโมเดิร์นเทรดด้วย

ขณะเดียวกันยังได้สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ใหม่ จำนวน 89 กลุ่ม พื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ โดยประชาสัมพันธ์การทำเกษตรอินทรีย์และเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วม 9 อำเภอ และมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และการรับรองมาตรฐานแบบกลุ่ม 410 ราย จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,165 ราย และได้เตรียมขยายผลสู่นักเรียนในพื้นที่กว่า 400 คน พระสงฆ์ (เจ้าคณะอำเภอ) 100 รูป และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรกว่า 890 คน

ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์กว่า 180 ราย

นางสาวดุจเดือนกล่าวอีกว่า ปีนี้ มกอช. ได้เร่งบูรณาการขยายผลการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนำ”ยโสธรโมเดล” ไปเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอดและขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นที่มีศักยภาพไม่น้อยกว่า 10จังหวัด อาทิ จังหวัดพัทลุง หนองคาย อุบลราชธานี ลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ สงขลา กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม เป็นต้นเพื่อเพิ่มพื้นที่และชนิดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศให้มากขึ้น ซึ่งได้ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศปีละไม่น้อยกว่า 10%

อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ มกอช.ได้ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตและผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอินทรีย์ระดับภาคนำร่องที่จังหวัดพัทลุงและขอนแก่น โดยใช้แนวคิดจากยโสธรโมเดลเป็นต้นแบบการเชื่อมโยงธุรกิจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านทิศทางการผลิต ข้อมูลแนวโน้มความต้องการด้านการตลาด รวมถึงมาตรฐานสินค้าและช่องทางการจำหน่าย ระหว่างแหล่งผลิต เครือข่ายผู้ค้าและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการรับรองมาตรฐาน รองรับการขยายพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตและผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอินทรีย์สามารถช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร และทำให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งคาดว่า ผู้ผลิต ผู้แปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์จะวางแผนการผลิตเชื่อมโยงกับแผนธุรกิจของผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า และผู้ส่งออกได้ และเกิดการรวมกลุ่มวางแผนการผลิตและระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ให้เกื้อกูลกันอย่างครบวงจร และมีตลาดรองรับที่แน่นอน

ทั้งหมดนี้คาดว่า จะได้ภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อมโยงกันในระดับภาคและระดับประเทศในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นไลน์ (Application Line) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยส่งเสริมขยายตลาดเกษตรอินทรีย์ได้เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30%

ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ประมาณ 160,000 ไร่ เกษตรกรกว่า 5,000 ราย ได้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ประมาณ 50,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวอินทรีย์ คิดเป็น 60% ที่เหลือเป็นพืชอื่นๆ สมุนไพร สินค้าประมง และปศุสัตว์อินทรีย์ มีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท

สำหรับสินค้าอินทรีย์ที่มีศักยภาพการผลิตและส่งออกสูงคือ ข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผักและผลไม้อินทรีย์ อาทิ กล้วยหอม สับปะรด เงาะ มะม่วง มังคุด ทุเรียน ผักสลัด แครอต กระเจี๊ยบเขียว ชา และกาแฟอินทรีย์

โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา สำหรับตลาดส่งออกที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มดีในอนาคต ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: