สัมผัสวิถีชุมชนประมงบางละมุง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ใกล้ กทม.

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07036010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 400

เสริมไอเดีย

วัชรี

สัมผัสวิถีชุมชนประมงบางละมุง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ใกล้ กทม.

กระแสการท่องเที่ยวกำลังเป็นที่นิยม ได้รับความสนใจจากสังคมกันอย่างคึกคัก ซึ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบ ผู้คนสามารถเลือกสไตล์การท่องเที่ยว หรือกำหนดวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างอิสรเสรี ใครชอบป่า ก็เดินป่า ชอบทะเลหรือภูเขา ก็เดินทางกันไปตามสไตล์ที่ชอบ

ส่วนใครชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เดินทางสะดวกและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. มีพื้นที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้คนที่ไปท่องเที่ยวเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้พบแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

เมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ “กลุ่มประมงเทศบาลตำบลบางละมุง” และ “บ้านร้อยเสา ตะเคียนเตี้ย” ซึ่งเปิดเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ได้สัมผัสใกล้ชิดเรียนรู้วิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้าน และสัมผัสกลิ่นอายความเป็นกันเองของคนในพื้นที่

จุดเริ่มต้นกลุ่มประมง บ้านชายทะเลบางละมุง

การเดินทางในครั้งนี้ได้ คุณธิติ จันทร์แต่งผล รักษาการผู้จัดการพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3) เป็นผู้แนะนำและเล่าถึงการเกิดพื้นที่เชื่อมโยงนี้ว่า จากแนวคิดที่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาและสืบทอดการทำประมงพื้นบ้านให้อยู่เคียงข้างกับชุมชนตลอดไป นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มประมงเทศบาลตำบลบางละมุง ที่ได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา

โดยเป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนประมงบ้านชายทะเลบางละมุงกับสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.3) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.

และได้ คุณธวัชชัย ประคองขวัญ ประธานกลุ่มประมงบ้านชายทะเลบางละมุง มาเล่าให้ฟังว่า “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่ม เนื่องจากพื้นเพเดิมของคนในหมู่บ้านชายทะเลบางละมุง ที่ตั้งอยู่ในตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นชุมชนขนาดเล็กริมชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวจากโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ดที่มีระยะทางการออกเรือทำประมงประมาณ 8 กิโลเมตร

ในอดีต การทำประมง จะเป็นการทำประมงพื้นบ้านที่เป็นเรือขนาดเล็ก เพื่อหาเลี้ยงชีพ โดยไม่ได้มีการคำนึงถึงว่าทรัพยากรธรรมชาติในท้องทะเลนั้น จะมีเหลือมากน้อยแค่ไหน

จนกระทั่ง ชุมชนพบว่า ทรัพยากรที่ทางชุมชนใช้สำหรับดำรงชีพมาเป็นระยะเวลานาน เริ่มมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการถูกรุกรานจากเรือนายทุนที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำประมงได้เพียงพอกับการดำรงชีพ เกิดแนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรที่จะให้ทรัพยากรเหล่านี้คงอยู่ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถทำประมงเลี้ยงชีพต่อไปได้

จึงเกิดแนวคิดที่ต้องการปลดแอกตัวเองออกจากระบบนายทุน และต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ควบคู่กับชุมชนระยะยาว รวมถึงต้องการพัฒนาให้กลุ่มประมง เป็นชุมชนกลุ่มประมงพื้นบ้านที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ดังนั้น ในปี 2543 ทางชุมชนจึงได้จัดตั้งสหกรณ์ขึ้น ด้วยการระดมทุนจากชาวบ้านที่มีเรือประมง เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับการกู้หมุนเวียนลงทุนของชาวประมงพื้นบ้าน โดยจัดเก็บเงินเข้าสหกรณ์จำนวน 100 บาท ต่อลำต่อเดือน และต่อมาได้เพิ่มเป็น 200 บาท ต่อลำต่อเดือน

ปัจจุบัน มีเรือประมงพื้นที่เข้าร่วมสหกรณ์ดังกล่าวราว 30 ลำ ทำให้ทางชุมชนเริ่มมีสภาพคล่องมากขึ้น และช่วงหลังๆ ได้มีหน่วยงานของภาครัฐบาลให้ความช่วยเหลือมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการดูแลเรือนายทุนไม่ให้เข้ามาหาผลประโยชน์ในพื้นที่ การให้เงินทุนสำหรับหมุนเวียนในการลงทุนทำประมง”

ผนึก อพท. ต่อยอดอาชีพ เที่ยววิถีชุมชน สร้างรายได้

คุณธวัชชัย ยังเล่าต่ออีกว่า “จนในปี 2552 ทางกลุ่มประมงได้ร่วมมือกับทาง อพท.3 เพื่อต่อยอดอาชีพการทำประมงพื้นบ้านเข้าสู่การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และอนุรักษ์ธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการผลักดันให้บ้านชายทะเลบางละมุง เป็นต้นแบบที่มีศักยภาพและการเติบโตอย่างมั่นคง และเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่ทางชุมชนมีรายได้จากการทำประมงลดลงในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี

การต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้นั้น จะจัดเป็นในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบจองล่วงหน้า (Booking) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ที่กลุ่มประมง ซึ่งลักษณะการท่องเที่ยวมีแบบแพ็กเกจครึ่งวัน ท่องเที่ยวเรียนรู้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ไปเที่ยวเกาะนก ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น หรือจะพายเรือคยัค แล้วกลับมาทานอาหารทะเลสดๆ

ส่วนแพ็กเกจกลางคืน มีกิจกรรมออกเรือไปตกหมึก ตกปลา นอกจากนี้ ยังสามารถพักแรมแคมปิ้งบริเวณชายหาดหรือบนเกาะนก

การที่ให้นักท่องเที่ยวมีการจองล่วงหน้า ในการจัดกิจกรรมต่างๆ นั้น เนื่องจากทางชุมชนต้องมีการเตรียมวางแผนรองรับล่วงหน้า เพราะไม่สามารถรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก โดยหากเป็นการเยี่ยมชมในลักษณะของการเรียนรู้ อาทิ เยี่ยมชมธนาคารปูม้า ที่จัดมาเป็นคณะ อาจจะเป็นกลุ่มนักศึกษา ข้าราชการ ก็จะรองรับได้เพียง 30-50 คนเท่านั้น

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมกับทางชุมชน จะมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่พานำเที่ยวเกาะนก การตกหมึก ซึ่งจะคิดค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 บาท ต่อลำ บรรจุคนได้ราว 7-8 คน และหมึกที่ตกได้นั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการ ก็สามารถซื้อกลับไปได้ ส่วนบริการตกปลา จะคิดค่าบริการเรือ 6,500 บาท ต่อลำ ปลาที่ตกได้นักท่องเที่ยวสามารถนำกลับไปได้ หรือจะให้ทางกลุ่มทำอาหารให้ก็ได้ แล้วแต่ความต้องการ”

ในส่วนของการอนุรักษ์ทรัพยากรนั้น ทางกลุ่มจึงได้มีการจัดตั้งธนาคารปูม้า เพื่ออนุบาลปูไข่นอกกระดองเพื่อนำตัวอ่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงการจัดตั้งธนาคารแม่พันธุ์กุ้งแชบ๊วย การเลี้ยงหอยหวาน และการทำปะการังเทียม เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศในท้องทะเล

เพิ่มความสะดวกนักท่องเที่ยว ด้วยแอพ SMART PATTAYA

ทางด้าน คุณธิติ เล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกว่า การเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนระหว่างกลุ่มประมงเทศบาลตำบลบางละมุงกับกลุ่มเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่ให้บริการในด้านที่พัก การแสดงและการโชว์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

รวมถึงเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อชีวิตที่พอเพียง ซึ่งทาง อพท.3 มีพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนทั้งสิ้น 9 แห่ง ประกอบด้วย เมืองพัทยา (ครอบคลุมพื้นที่เกาะล้านและเกาะไผ่) เทศบาลเมืองหนองปรือ เทศบาลตำบลบางละมุง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย เทศบาลตำบลโป่ง เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ เทศบาลตำบลนาจอมเทียน อบต.หนองปลาไหล และ อบต.เขาไม้แก้ว ซึ่งในอนาคตจะมีให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

รวมทั้งจากการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองพัทยา ที่มีประมาณ 10 ล้านคน ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อพท.จึงจัดทำแอพพลิเคชั่น SMART PATTAYA เพื่อให้นักท่องเที่ยวค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และการบริการต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของพื้นที่ชุมชน ของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยาได้อย่างชัดเจน และเพื่อรองรับการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ดาวน์โหลดแอพดังกล่าวไปแล้วกว่า 5,000 คน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: