ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ “แว่นแก้ว” สรรค์สร้างงานทอเย็บ จากฝีมือ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” บึงกาฬ

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05108150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ “แว่นแก้ว” สรรค์สร้างงานทอเย็บ จากฝีมือ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” บึงกาฬ

การทอผ้า เป็นหัตถกรรมอย่างหนึ่งที่ทำสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน แล้วยังนับเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ความสามารถ ทักษะ และความชำนาญ กระทั่งออกมามีลวดลายที่สวยงาม ละเอียด อันเป็นผลมาจากการบ่มเพาะการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนโบราณ

วิวัฒนาการทอผ้าถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบแตกต่างกันในแต่ละยุคเพื่อให้เกิดความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริงทั้งการผลิตและการตลาด

ที่ชุมชนบ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มีฝีมือการทอผ้าเป็นงานเสริมได้รวมตัวกัน จัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ พร้อมกับสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์จากผ้าทอหลากหลายชนิดในชื่อ “แว่นแก้ว”

คุณดารา แสงกองมี หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ให้รายละเอียดว่า เป็นการทอผ้าจากฝ้าย ซึ่งเดิมชาวบ้านทอใช้กันในครัวเรือนเป็นประจำ เป็นการทอเอง ย้อมเอง มัดเอง ทอกันเกือบทุกบ้าน บางครั้งทอแจกญาติ คนรู้จัก จนหลายคนเห็นว่างานทอมีคุณภาพทั้งเนื้อผ้า ฝีมือ และลวดลายที่สวยงาม เพราะใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม แล้วจากจุดนี้เองจึงเกิดแนวคิดการต่อยอด

ดังนั้น เมื่อปี 2528 จึงได้รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งกลุ่ม แล้วนำงานทอผ้าด้วยมือของแต่ละครอบครัวมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้การทำงานอย่างเป็นระบบทั้งการผลิตและการตลาด นำมาซึ่งรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ด้วยฝีมือการทออันประณีต สวยงาม มีความละเอียด จึงมีผู้สนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ

“ผ้าขาวม้าผืนที่ผลิตเป็นผ้าพันคอหรือผ้านุ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่ขายดีมาก มียอดการสั่งทออยู่ตลอดเวลา นิยมว่าจ้างผลิตเพื่อนำไปใช้เป็นของฝาก ของชำร่วยในงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นหน้าเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ แล้วยิ่งมียอดเข้ามามากจนทอกันไม่ทัน บางครั้งต้องไปติดต่อกลุ่มอื่นที่มีฝีมือคุณภาพเข้ามาเสริมด้วย”

ภายหลังเมื่อมีการใช้ยุทธวิธีการตลาดนำหน้าธุรกิจ พบว่า ทางกลุ่มควรมีการปรับสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับการตลาดด้วยการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดการสร้างมูลค่า จากแนวทางเดิมที่เป็นการทอผ้าเป็นผืนขาย ควรมีการผลิตเป็นชิ้นงานในรูปแบบของใช้และเสื้อผ้าแต่งกายเพิ่มเข้ามาอีก

ด้วยเหตุนี้ จึงไปซื้อคอเสื้อที่มีตำหนิจากโรงงานมาแล้วดึงเส้นใยผ้าออกมานำไปกรอ แล้วจึงนำไปทอเป็นลวดลาย โดยเน้นเป็นลายตารางที่อิงกับลายผ้าขาวม้า ทั้งตาห่างและตาถี่ ตัดเย็บออกมาเป็นเสื้อผ้า กางเกง กระโปรง กระเป๋าหลายแบบ ผ้าเช็ดมือ ผ้าพันคอ ผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ ที่รองจาน ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อต้องการอนุรักษ์ความสวยงามของความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าขาวม้าไว้ จึงทำให้ในปัจจุบันทางกลุ่มมีผลิตภัณฑ์จากการทอผ้าแยกประเภทเป็นกลุ่ม ได้แก่ ผ้าผืน ของใช้ต่างๆ และเสื้อผ้า

การออกแบบผลิตภัณฑ์ในแต่ละชนิดถูกกำหนดขึ้นภายหลังจากมีการประชุมในกลุ่มเพื่อหารือกันว่าควรจะสร้างผลิตภัณฑ์อะไร แบบไหน เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาด ฉะนั้น จึงมีหีบห่อที่สวยงาม ทันสมัย เหมาะกับการให้เป็นของขวัญ ของฝากแบบไม่อาย

ในด้านการตลาดของกลุ่มถือว่ามีจุดแข็งที่เกิดจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ้าทอเย็บอันมาจากคุณภาพการตัดเย็บ ความหนาและนุ่มของเนื้อผ้า ตลอดจนการออกแบบลวดลายที่สวยงามไม่ซ้ำใคร ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อแม้ราคาจะสูงบ้างก็ตาม อาทิ เสื้อ กระโปรง ชุดละ 399-599 บาท, เสื้อสุภาพบุรุษ ราคาตัวละ 399 บาท, ผ้าขาวม้า ผืนละ 120 บาท, กระเป๋าสะพาย ใบละ 299 บาท, ผ้าพันคอ ผืนละ 80 บาท, ผ้าเช็ดมือ ผืนละ 49 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวมีขึ้น-ลงตามต้นทุน

การที่ทางราชการมีนโยบายส่งเสริมให้อนุรักษ์ผ้าไทย และขอความร่วมมือข้าราชการทุกท่านสวมใส่ผ้าไทยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งทำให้ทางกลุ่มได้รับยอดการผลิตเข้ามาตลอดเวลา จนทำให้มีรายได้ดีกันทั่วหน้า

หรือแม้แต่บ่อยครั้งมักมีหน่วยงานราชการ เอกชน สถาบันการศึกษาที่นิยมมาสั่งตัดเพื่อใช้สำหรับงานพิธี หรือกิจกรรม จึงทำให้เกิดความนิยมแพร่หลายไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มักพบเห็นความสวยงามของเสื้อผ้าแล้วมีการบอกต่อกันจึงทำให้มีลูกค้าเพิ่ม เนื่องจากเป็นงานทอเย็บที่มีคุณภาพ สวยงาม

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการติดต่อสั่งซื้อจากเครือข่ายทั่วประเทศที่เชื่อมโยงถึงกัน เพื่อนำไปขายตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หรือแม้แต่ยังนำออกไปขายตามงานแสดงต่างๆ ที่ติดต่อมาด้วย

“กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” มีสมาชิกจำนวน 27 คน โดยมีรายชื่อบางส่วนของสมาชิกกลุ่ม อาทิ คุณสมพร แสงกองมี คุณดารา แสงกองมี คุณทัศนีย์ คำพุทธา คุณนภาพร บุญทรัพย์ คุณแม่ฉวีวรรณ ศรีแก่น และ คุณแม่ถาวร มิระสิงห์ สมาชิกมีทุกเพศ ทุกวัย

การพัฒนาฝีมือ ตลอดจนความประณีตในการถักทอตัดเย็บ จึงทำให้กลุ่มได้รับเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ในปี 2544 ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน นอกจากนั้นแล้ว ยังได้รับรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ

ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ของกลุ่มกลับสร้างข้อจำกัดที่เป็นปัญหาเพียงการทำไม่ทันตามออเดอร์ เนื่องจากเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ทั้งทักษะ ความชำนาญ ตลอดจนความประณีต จึงไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากลูกค้าที่ต้องการสั่งทำควรจะต้องบอกล่วงหน้าเป็นเวลานานเป็นเดือน

ท้ายนี้สมาชิกทุกคนกล่าวตรงกันว่า รู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้มาทำอาชีพทอเย็บผ้าให้กับทางกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ เพราะงานทุกชิ้นที่ลูกค้าซื้อไปถูกผลิตขึ้นจากความใส่ใจ ทุ่มเท ทั้งทักษะ ความสามารถ และสติปัญญา แล้วยังมีความสุขเมื่อได้เห็นทุกท่านได้ใช้สินค้าทุกชนิดที่ทางกลุ่มผลิต ฉะนั้น อาจถือได้ว่าชาวบ้านสะง้อได้สร้างภาพลักษณ์ให้แก่ทางจังหวัดเลยเชียว

“ถ้าทุกท่านมีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดบึงกาฬ อย่าลืมแวะมาเยี่ยมเยียนพวกเราชาวหมู่บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ ที่นี่ไม่เพียงมีผ้าทอสวยๆ ฝีมือประณีต แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวพร้อมบ้านพักรับรองที่มีบรรยากาศสวยงามด้วย และพวกเราจะรอต้อนรับทุกท่าน” เสียงเชิญชวนจากสมาชิก

สนใจผลิตภัณฑ์ผ้าทอเย็บของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ สอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่ กลุ่ม “ทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ โทรศัพท์ (095) 664-7134, (084) 408-2865

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: