ทัวร์กินเที่ยวครบสูตร แบบเกษตรควบคู่ศิลปวัฒนธรรม ที่เมืองโอ่ง…ราชบุรี

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05100150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

ท่องเที่ยวเกษตร

ธัญวรัตน์ คงถาวร

ทัวร์กินเที่ยวครบสูตร แบบเกษตรควบคู่ศิลปวัฒนธรรม ที่เมืองโอ่ง…ราชบุรี

เมื่อชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ ทำให้ใครหลายต่อหลายคนโหยหาเวลาพักผ่อน การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติดูดดื่มอากาศบริสุทธิ์ จึงเป็นสิ่งที่น่าพิสมัยในยุคนี้ “คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี” คำขวัญประจำจังหวัดที่นับเป็นสถานที่พักผ่อนที่หลายคนนึกถึง “ราชบุรี”

มติชนอคาเดมี และ ททท. เอาใจคนรักการท่องเที่ยวแบบติสต์ๆ ด้วยการจัดทัวร์เชิญสื่อมวลชนท่องเที่ยว กับทัวร์ “กินเที่ยว แบบอาร์ต ที่ราชบุรี” การพักผ่อนแบบครบสูตรด้วยกิจกรรม กินเที่ยวจัดเต็ม พร้อมดื่มด่ำศิลปวัฒนธรรมและอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอสวนผึ้งและโพธาราม เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ในโครงการอาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย ของ ททท.

วัฒธรรมมอญ ที่ไม่สูญหาย

กิจกรรมแรกหลังจากเดินทางถึงจังหวัดราชบุรี คือการชื่นชมวัฒนธรรมชาวมอญที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง วัดเก่าแก่ในชุมชนบ้านม่วง ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ในชุมชนแห่งนี้เป็นคนไทยเชื้อสายมอญ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ รวมถึงนิทรรศการเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชนชาติมอญ ไฮไลต์อยู่ที่คัมภีร์ใบลานผูกที่มีอายุมากกว่า 300 ปี ก่อนเดินทางออกจากวัดม่วง ได้มีโอกาสลิ้มรสขนมหวานขึ้นชื่อที่หากินยากของบ้านม่วง นั่นคือ ขนมปลากริมไข่เต่าเผือก รสชาติหวานมัน เอกลักษณ์คือกลิ่นหอมของเผือกที่เข้ากันดีกับน้ำกะทิเข้มข้น

อนุรักษ์ไทย ชมหนังใหญ่วัดขนอน

สถานที่ต่อไปที่ได้เยี่ยมชมคือ พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ที่จัดแสดงนิทรรศการหนังใหญ่ ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่และกรรมวิธีการแกะสลักตัวหนังใหญ่ บนเรือนทรงไทยเดิมร่มรื่นด้วยต้นไม้ หนังใหญ่ได้รับการยกย่องให้เป็นการละเล่นชั้นสูง เนื่องจากตัวหนังมีการแกะสลักลวดลายที่วิจิตรบรรจง อีกทั้งดนตรีประกอบที่บรรเลงโดยวงมโหรีปี่พาทย์ที่มีความไพเราะ นอกจากการชมนิทรรศการแล้ว ยังได้ชมการละเล่นหนังใหญ่ที่น่าตื่นใจอีกด้วย

จากโอ่งมังกร สู่งานศิลปะร่วมสมัย

หลังจากพักกินอาหารกลางวันที่ร้านคาวบอยคาเฟ่ ร้านอาหารที่ตกแต่งร้านสไตล์ Country ก็เดินทางต่อมายัง โรงงานเซรามิก เถ้า ฮง ไถ่ โรงงานผลิตโอ่งมังกรแห่งแรกในจังหวัดราชบุรี ก่อตั้งมาเป็นเวลานานเกือบ 80 ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ส่งต่อกิจการเปลี่ยนรุ่นมา 3 รุ่นแล้ว แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้คนใช้โอ่งเพื่อกักเก็บน้ำน้อยลง คุณวศินบุรี สุพานิชวรรภาชน์ ผู้บริหารคนปัจจุบันได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนางานเซรามิกให้มีความร่วมสมัย หลุดออกจากกรอบเดิมๆ กลายเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์และใช้งานได้จริง อีกทั้งยังได้เวิร์กช็อป ระบายสีตุ๊กตาชาววัง ที่ศูนย์บันดาลไทย ศูนย์กลางการให้บริการและคำปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ครีเอทอาหารขึ้นชื่อแห่งอำเภอโพธาราม “เต้าหู้ดำ”

ตกเย็น หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้องพัก ณ Aristo chic resort & Farm ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ โอบล้อมด้วยขุนเขาแล้ว กิจกรรมต่อไปคือ การครีเอทเมนูอาหารจากวัตถุดิบหลักขึ้นชื่อของอำเภอโพธาราม “เต้าหู้ดำ” เต้าหู้ดำเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลือง ก่อนจะนำไปต้มในน้ำสีดำคล้ายพะโล้ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายขาว เกลือ อบเชย ซีอิ๊วดำ โป๊ยกั้ก น้ำตาลทรายแดง แล้วนำไปต้มนานเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน จนได้ก้อนเต้าหู้สีน้ำตาลเข้ม รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ซึ่งการเวิร์กช็อปทำอาหารครั้งนี้ มี คุณนภาวดี พยัคฆโส หรือ เชฟแน๊ตตี้ เป็นผู้สาธิตเมนูผัดกะเพราและสลัดเต้าหู้ดำ ซึ่งลูกทัวร์ที่ทำอาหารรสชาติดีและตกแต่งสวยงาม จะได้รับรางวัลจาก คุณสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หลังจากพักผ่อน เช้าวันต่อมายังได้ คุณพรรณษร ปฐมาภินันท์ ผู้บุกเบิกเส้นทางการปั่นจักรยานในอำเภอสวนผึ้ง มาครีเอทเมนูอาหารที่มีเต้าหู้ดำเป็นวัตถุดิบหลักทั้งเมนูคาวและหวาน

แวะชมความน่ารักจากเหล่าสัตว์นำเข้า

อัลปาก้าฮิลล์ แหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมเหล่าสัตว์นำเข้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและสัมผัสกับบรรดาสัตว์นานาสายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ ตัวอัลปาก้า แพรี่ด็อก กวางลายจุด หนูแฮมสเตอร์ หนูยักษ์ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีบริการป้อนอาหารให้ได้ใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง

Coro Field ฟาร์มเกษตร สร้างแรงบันดาลใจ

Coro Field ฟาร์มเชิงเกษตรไลฟ์สไตล์ฟาร์มมิ่ง แห่งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่สำหรับแสดงโชว์ 7-8 ไร่ จากการทดลองของคนรุ่นใหม่ที่ชอบการเกษตร เป็นเวลากว่า 3 ปี และเปิดตัวเมื่อ 14 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา คำว่า “Coro” นั้น มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า เวลา คำว่า “Field” คือ สนามกว้างๆ สีเขียว คุณพันดนัย สถาวรมณี เจ้าของ Coro Field กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดตั้ง Coro Field ว่า “ด้วยปัจจุบันนี้ ผู้คนใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งตลอดเวลา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้แล้วรู้สึกว่าเวลาช้าลง แรงบันดาลใจแรกคือ การอยากให้ผู้คนในยุคเร่งรีบนี้อยู่กับตัวเองมากขึ้น

แรงบันดาลใจต่อมาคือ ความรู้สึกที่ว่าการเกษตรของไทยกำลังจะหายไป เนื่องจากคนรุ่นใหม่สนใจน้อยลง โครงการ Coro Field จึงจัดตั้งขึ้น เพื่อต้องการสื่อว่าการเกษตรมีมนต์เสน่ห์ อยากให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานเกษตรกรมีแรงบันดาลใจในการพัฒนาที่ดินด้วยการเกษตรสมัยใหม่ คาดหวังอยากให้ในอนาคตหากพูดถึงประเทศที่มีนวัตกรรมทางการเกษตรเป็น อันดับ 1 ต้องมาที่เมืองไทย”

สำหรับในโครงการ Coro Field พื้นที่ เฟส 1 เป็นพื้นที่ในการแสดงนวัตกรรม การเพาะปลูก และระบบโรงเรือน แบ่งได้เป็น 5 เซ็กชั่น คือ

1. Coro House ระบบการเพาะปลูกที่นำเทคโนโลยีการปลูกจากอิสราเอลมาใช้ พื้นที่ใน Coro Field ที่มีต้นไม้จะมีระบบการควบคุมอยู่ เรียกว่า ระบบ Coro Brain

2. Coro caf?

3. Coro Market เกิดจากนิสัยชอบกินของเจ้าของฟาร์ม และจากความเชื่อที่ว่า อาหารจะอร่อย วัตถุดิบต้องดีก่อน ซึ่งเมนูอาหารที่จำหน่ายในเซ็กชั่นนี้มาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และเมนูอาหารปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล

4. Coro Garden หรือสนามเด็กเล่นพืช ฟรีโซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมพืชผักหรือผลไม้ที่ปลูกในโครงการ 5. Coro Me หรือ โซน DIY กระถางต้นไม้ คอนเซ็ปต์หลักคือ ต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชม เห็นว่าต้นไม้คือสิ่งมีชีวิต เพื่อเป็นการเคารพ มีกิจกรรมการอุปถัมภ์ต้นไม้ ซึ่งต้องกล่าวคำปฏิญาณเพื่อสัญญาว่าจะดูแลต้นไม้เป็นอย่างดี

สำหรับพืชที่ปลูกใน โครงการ Coro Field นี้ จะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ส่วนใหญ่เป็นพืชสายพันธุ์จากเมืองนอกที่ปลูกได้ยากในเมืองไทย อาทิ เมล่อนญี่ปุ่น มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ แตงโมแอฟริกา เป็นต้น

หลังจากเยี่ยมชม Coro Field ฟาร์มสุดชิลล์ สไตล์ญี่ปุ่นแล้ว สองกิจกรรมท้ายสุดของทัวร์ในครั้งนี้คือ การแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อของ ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม นั่นคือ “ไชโป๊” ที่ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน และปิดทริปการเดินทางเที่ยวเมืองราชบุรีในครั้งนี้ ด้วยการเดินทางไปยัง ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก ร้านเต้าหู้ดำเจ้าเก่าเจ้าแรกของอำเภอโพธาราม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: