ปักกิ่ง ดินแดนมหัศจรรย์

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05078010659&srcday=2016-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 624

หมอเกษตร

หมอเกษตร ทองกวาว

ปักกิ่ง ดินแดนมหัศจรรย์

ย้อนกลับไปเมื่อ 600 ปีก่อน มีหนุ่มฉกรรจ์ นามว่า จูตี้ ลุกขึ้นต่อสู้และโค่นอำนาจรัฐของจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน ผู้มีศักดิ์เป็นหลานลง แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ หย่งเล่อ แห่งราชวงศ์หมิง แล้วย้ายเมืองหลวงจากนานกิงมายังปักกิ่ง สิ่งแรก ก่อสร้างพระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง อันยิ่งใหญ่ตระการตา โดยระดมพลเกือบ 2 ล้านคน และผู้เชี่ยวชาญการช่าง กว่า 100 สาขา รวม 1 แสนคน พระราชวังมีเนื้อที่ 720,000 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี มีห้อง รวม 9,999 ห้อง แบ่งเป็นเขตว่าราชการ ลานกว้างประกอบพระราชพิธีเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ และเขตที่พักของเหล่าสนม อันเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด มีบันทึกไว้ว่า จักรพรรดิบางพระองค์มีสนมมากถึง 3,000 นาง ที่นี่เป็นที่ประทับของจักรพรรดิทั้งราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง รวม 24 พระองค์

กำแพงเมืองจีน จิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐกษัตริย์ของแผ่นดินจีน เป็นผู้เชื่อมต่อกำแพงที่มีมาก่อนให้สมบูรณ์ และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง กำแพงมีความยาวทั้งสิ้น 5,000 กิโลเมตร ความยิ่งใหญ่ของกำแพง มนุษย์อวกาศที่ไปย่ำบนดวงจันทร์สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นเส้นยาวปรากฏให้เห็นขนาดความกว้างของสันกำแพง มีบันทึกไว้ว่า ม้าศึก จำนวน 6 ตัว วิ่งเรียงหน้ากระดานได้อย่างสบายๆ กำแพงเมืองจีน เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ภาษิตจีน เขียนไว้ว่า ถ้าใครมาประเทศจีนแล้วไม่ได้ชิมเป็ดปักกิ่ง และไม่ได้สัมผัสกำแพงเมืองจีนแล้วล่ะก็ ถือว่าไม่ได้มาเมืองจีนกันเลยทีเดียว

จตุรัสเทียนอันเหมิน มีความหมายว่า ประตูสันติภาพแห่งสวรรค์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังต้องห้าม ต่อมามีการปรับปรุงด้านหน้าเป็นลานกว้าง และมีถนนตัดผ่าน ประธานเหมาเคยใช้ที่นี่เป็นสถานที่ประกาศการสถาปนาประเทศเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492

หอฟ้าเทียนถาน หรือ หอบูชาฟ้าเทียนถาน สร้างโดยจักรพรรดิหย่งเล่อ เช่นเดียวกัน มีกำแพงสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบ ชาวจีนเชื่อว่า ที่นี่คือสะดือโลก องค์ประกอบสำคัญมี 3 ส่วน ส่วนแรก เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณ จะพบฐานกลม ทำจากหินแกะสลัก สูง 4-5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เมตร มีบันไดขึ้น 4 ทิศ ผู้มาเยือนจะแย่งกันไปยืนบนแผ่นหินกลม นูน เส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร อยู่กลางของฐานเพื่อให้โชคดี ส่วนที่ 2 มีการสร้างอาคารคล้ายหมวกของชาวจีนแมนจู แต่เป็นหมวกชั้นเดียว ใช้เป็นที่ประกอบพิธีขอฟ้าฝน โดยจักรพรรดิจะเสด็จมาพำนักที่นี่เป็นเวลา 7 วัน เสวยอาหารเจ และนุ่งขาวห่มขาว และส่วนที่ 3 ตัวอาคารสร้างเป็นหมวกของชาวแมนจู 3 ใบ ซ้อนกัน มีเสาเป็น 2 วง วงนอก มี 12 ต้น หมายถึง 1 ปี มี 12 เดือน และวงใน มีเสา 4 ต้น แสดงให้เห็นว่า ใน 1 ปี มี 4 ฤดู ความน่าทึ่งของการก่อสร้างคือ ไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว นี่คือความปรีชาสามารถของคนจีน เมื่อ 600 ปีก่อน ยิ่งน่าอัศจรรย์มากขึ้น เมื่อชาวจีนสามารถเคลื่อนย้ายหิน หนัก 200 ตัน ในระยะทางนับร้อยกิโลเมตร จะเคลื่อนย้ายในฤดูหนาว ด้วยวิธีราดน้ำลงบนถนนให้เป็นน้ำแข็ง แล้วลากด้วยม้า บริเวณที่ทำน้ำแข็งไม่ได้ก็ใช้ท่อนซุงเรียงแบบหมอนรถไฟ แล้วชักลากให้เคลื่อนที่ไปตามทิศทางที่ต้องการ

พระนางซูสีไทเฮา ผู้มีบทบาทสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปกครองประเทศของจักรพรรดิ 4 พระองค์ อยู่ในยุคเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ของไทย พระนางเป็นสนมตัวเล็กๆ นางหนึ่งเท่านั้น แต่ด้วยความชาญฉลาด หากต้องการทำสิ่งใดแล้วต้องทำให้สำเร็จ ไม่ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ต่อมาสามารถเข้าใกล้ชิดกับจักรพรรดิเสียนเฟิง ผู้อ่อนแอ โดยพระนางมี ขันทีลิเลียนยิง เป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ การจะก้าวขึ้นสู่อำนาจ พระนางต้องมีพระราชโอรสสืบราชบัลลังก์เป็นทางเลือกเดียว พระนางใช้กลอุบายให้นางสนมทุกนางกินสมุนไพรชนิดหนึ่งเพื่อให้เป็นหมัน ส่วน ฮองเฮา มเหสีเอกให้กำเนิดทายาทเป็นหญิง มีเพียงพระนางซูสีไทเฮาเท่านั้นที่ให้กำเนิดทายาทเป็นชาย มีพระนามภายหลังว่า ถงจื้อ นี่คือโอกาสทองของพระนาง อยู่มาไม่นานจักรพรรดิเสียนเฟิงก็สิ้นพระชนม์ลง ด้วยวัยเพียง 30 ชันษาเศษเท่านั้น เพราะตรอมพระทัยที่ถูกมหาอำนาจเข้ามารุกราน ในที่สุดต้องยอมให้อังกฤษกับโปรตุเกสเช่าเกาะฮ่องกง และฝั่งเกาลูน เป็นเวลา 99 ปี ต่อมา ถงจื้อ ขึ้นครองราชแทน แต่เนื่องจากพระองค์ไม่ใส่พระทัยในการดูแลบ้านเมือง ชอบเที่ยวเตร่ในยามค่ำคืน ในที่สุดก็สวรรคตอีกพระองค์ ทั้งที่ยังมีอายุน้อย สาเหตุจากโรคซิฟิลิส พระนางซูสีไทเฮาจึงนำหลานชายแท้ๆ ของพระนาง ที่มีพระมารดาเป็นน้องสาวของพระนางเอง และพระบิดาเป็นน้องแท้ๆ ของจักรพรรดิเสียนเฟิงที่ล่วงลับ เมื่อสถาปนาเป็นกษัตริย์แล้ว มีพระนามว่า จักรพรรดิกวางสู หรือ กวงซวี่ เมื่อเป็นหนุ่มฉกรรจ์ พระองค์ต้องการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยแบบตะวันตก แต่เกิดความขัดแย้งกับพระนางซูสีไทเฮาอย่างรุนแรง พระนางจึงจับจักรพรรดิกวางสูกักบริเวณ ต่อมาสิ้นพระชนม์ลงอย่างมีเงื่อนงำ แต่ยังไม่สิ้นความพยายาม พระนางไปนำหลานชายซึ่งเป็นน้องของจักรพรรดิกวางสู มีอายุเพียง 2 ปี กับ 7 เดือน เท่านั้น แล้วสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า ปูยี่ ส่วนพระนามเต็มคือ อ้ายซิน เจว๋หลัว ผู่อี้ หลังจากสถาปนาได้เพียงวันเดียว พระนางซูสีไทเฮาก็สิ้นชีพตักษัย ด้วยวัย 72 ชันษา ชื่อ ปูยี่ ทุกคนรู้จักดีในนาม จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน ในช่วงนั้นเศรษฐกิจของจีนตกต่ำเป็นที่สุด อีกทั้งศักดิ์ศรีของประเทศถูกย่ำยีสุดแสนจะทน ทำให้เกิดการปฏิวัติขึ้นในจีน นำโดย ดร. ซุนยัดเซน เพื่อต้องการล้มล้มเลิกระบบกษัตริย์ ต่อมา เจียงไคเชค รับช่วงต่อ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานได้ พรรคก๊กมินตั๋ง จึงพ่ายแพ้ให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้ที่เลื่อมใสพรรคก๊กมินตั๋ง ต้องอพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่หมู่เกาะฟอร์มูซา หรือ ไต้หวันในปัจจุบัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง มีการถอดยศ ถอดตำแหน่งจักรพรรดิปูยี่ จึงเรียกชื่อว่า มร. ปูยี่ ท่านต้องโทษและถูกจำคุกในรัสเซีย เป็นเวลา 5 ปี และในจีนอีก 10 ปี รวมเบ็ดเสร็จ 15 ปีเต็ม อาชีพสุดท้าย ท่านรับตำแหน่งเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน และเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2510 ด้วยวัย 61 ปี จากโรคมะเร็งตับ

หลังจากประธานเหมาเข้าปกครองประเทศเบ็ดเสร็จ ได้เร่งพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง โดยตั้งใจไว้ว่า ภายใน 15 ปี หลังการปฏิวัติ จะให้จีนเจริญเท่ากับอังกฤษ แต่ความตั้งใจทำไม่สำเร็จ เพราะสหภาพโซเวียตไม่ยอมถ่ายทอดความรู้สาขาสำคัญให้ตามที่สัญญากันไว้ ต่อมา เติ้งเสี่ยวผิง ได้สานงานต่อ โดยมีปรัชญาในหัวใจว่า แมวสีอะไรก็จับหนูได้ ต่อมาไม่นาน จีนสามารถพัฒนาตนเองจนทำให้เศรษฐกิจเติบโตเป็นอันดับ 2 ของโลก ภายใน 1 ชั่วอายุคนเท่านั้น คนไทยล่ะครับ ยังทะเลาะกันอยู่อีกหรือ

ขอบคุณ

สวัสดี

หมอเกษตร ทองกวาว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: