เครือข่ายกล้ายิ้ม ผสานผู้นำป่าชุมชน เครื่องมือแนวรุกเพื่ออนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน

Published October 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05129010559&srcday=2016-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 622

เรื่องเล่าจากสองข้างทาง

เครือข่ายกล้ายิ้ม ผสานผู้นำป่าชุมชน เครื่องมือแนวรุกเพื่ออนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน

“คนอยู่ดี ธรรมชาติอยู่ได้” หมายถึง การอยู่ร่วมอย่างเกื้อกูลกันระหว่างคนกับธรรมชาติ แต่หากคนทำร้ายธรรมชาติ ก็จะทำให้ทั้งคนและธรรมชาติไม่สามารถอยู่ได้

ในวันนี้ หลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งยาวนานต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 3 และเป็นปีที่มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ภัยแล้งจะมีความรุนแรงมากกว่าช่วงที่ผ่านมา ภัยแล้งเกิดจากปริมาณฝนที่ตกน้อยกว่าปกติจากปรากฏการณ์เอลนิโญ่และป่าไม้ที่ถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำ การแก้ไขในเวลานี้ทำได้โดยการผันน้ำในแม่น้ำลำคลอง การขุดเจาะน้ำบาดาล การสร้างฝายชะลอน้ำ การจัดทำฝนเทียม เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรมในเบื้องต้น ส่วนการแก้ไขในระยะยาวที่หลายภาคส่วนได้เข้ามารณรงค์คือ การสนับสนุนการปลูกป่าและส่งเสริมป่าชุมชน เพื่อสร้างให้เกิดแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

ผู้นำป่าชุมชนร่วม 100 ชีวิต ในนามของ “เครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลปกป้องรักษาผืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยได้จัดสัมมนาเครือข่ายเพื่อการศึกษาเรียนรู้ที่ป่าชุมชนบ้านหนองเจริญ ตำบลขอนยูง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

โดยมีจุดเด่นในด้านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการดูแลรักษาป่าชุมชน เพื่อให้ผู้ที่มีเจตนารมณ์เดียวกันได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานป่าชุมชน เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการป่าชุมชนให้ดียิ่งขึ้น โดยปัญหาและหนทางแก้ไขของป่าชุมชนหนึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาให้กับป่าชุมชนอื่น

นายรัมย์ เหราบัตต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง กล่าวว่า การส่งเสริมชุมชนที่อยู่รอบๆ ป่าให้มีส่วนร่วมดูแล ฟื้นฟู และรักษาป่าไม้ ถือเป็นแนวทางเสริมสร้างเครื่องมือเชิงรุกเพื่อการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์และนโยบายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่เราให้การสนับสนุนอย่างจริงจังผ่านโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน โดยดำเนินการร่วมกับกรมป่าไม้ มาตั้งแต่ ปี 2551 เพื่อปกป้องรักษาผืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “คนอยู่ดี ธรรมชาติอยู่ได้”

ป่าชุมชนตัวอย่างบ้านหนองเจริญ ซึ่งเคยได้รับรางวัลป่าชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2557 เป็นป่าชุมชนที่มีการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดบนพื้นฐานของการดูแลรักษาให้คงความสมบูรณ์ไว้ โดยชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครรักษาป่าและป้องกันไฟป่าภูพานน้อย-ถ้ำสิงห์ ซึ่งชุมชนได้ทุ่มเทและเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ มีการลาดตระเวนเพื่อป้องกันการบุกรุกป่าและป้องกันการเกิดไฟป่า

นอกจากนี้ จุดเด่นอีกประการของป่าชุมชนบ้านหนองเจริญ คือการพัฒนาทรัพยากรในชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศถ้ำสิงห์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ด้วยต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่มี ประกอบกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชุมชนในเรื่องการอนุรักษ์ ทำให้ป่าชุมชนบ้านหนองเจริญมีการพัฒนาป่าชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยชุมชนมีการปรับตัวเพื่อพยายามที่จะรักษาความสมบูรณ์ทางธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน

นายสีหา มงคลแก้ว ประธานป่าชุมชนดงใหญ่บ้านวังอ้อ จังหวัดอุบลราชธานี หนึ่งในเครือข่ายกล้ายิ้ม กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการป่าของแต่ละป่าชุมชน เช่น การแต่งตั้งกรรมการบริหารป่า การแบ่งเขต การแก้ไขปัญหาไฟป่าและการบุกรุกป่า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ปัญหาจากแต่ละคน ทำอย่างไรที่ทำให้ชาวบ้านทั้งหมดมามีส่วนร่วม เพราะอยากให้ชาวบ้านในป่าชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น นอกจากนี้ ก็มีความสนใจในเรื่องประโยชน์ของสมุนไพรในป่าเพื่อนำมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น เพราะชุมชนอยู่ไกลจากโรงพยาบาล

นายสะอาด บาริศรี ประธานป่าชุมชนโคกหินลาด ตำบลนาข่า จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้ได้รับความรู้เรื่องการบริหารจัดการป่าและแนวทางการบริหารจัดการป่าชุมชน รวมทั้งแหล่งอาหารในป่าและสมุนไพร การบริหารแบบการมีส่วนร่วม ป่าชุมชนโคกหินลาด ตำบลนาข่า เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนและโรงเรียนเข้ามาศึกษา ซึ่งจะนำความรู้ใหม่ๆ ไปปรับใช้เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศสำหรับประชาชน ที่ผ่านมามีคนฝ่าฝืนบุกรุกป่าเพื่อทำการเกษตร เช่น ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อย การจุดไฟเผาป่า เพราะไม่เข้าใจ แต่ปัจจุบันมีความเข้าใจมากขึ้น ทั้งนี้ ป่าชุมชนได้สร้างกฎระเบียบป่าชุมชน มีบทลงโทษการบุกรุกป่า และพยายามจัดทำแนวเขตป่าชุมชนให้ชัดเจน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้

การได้เรียนรู้ในการบริหารจัดการป่าชุมชนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งจากการศึกษาเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านหนองเจริญและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้นำป่าชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วยกันเอง ทำให้ผู้นำป่าชุมชนเห็นแนวทางในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการกลับไปพัฒนาป่าชุมชนของตนเอง

ที่สำคัญคือ เกิดเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้มที่เข้มแข็ง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อช่วยกันรักษาป่าไม้และทรัพยากรของชาติให้อุดมสมบูรณ์ และคงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: