ประธานชมรมผู้ปลูกมะม่วง เนินมะปราง กับการพัฒนามะม่วง เพื่อการส่งออก

Published October 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05020150559&srcday=2016-05-15&search=no

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 623

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

ประธานชมรมผู้ปลูกมะม่วง เนินมะปราง กับการพัฒนามะม่วง เพื่อการส่งออก

ประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกมะม่วงในเชิงพาณิชย์ รวมประมาณ 2 ล้านไร่เศษ ผลผลิต 3 ล้านกว่าตัน ส่วนมากใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ มะม่วงที่มีคุณภาพดีถูกคัดเพื่อส่งออก โดยในปี พ.ศ. 2558 สามารถส่งออกได้ราว 65,000 ตัน มูลค่าการส่งออกกว่า 3,000 ล้านบาท ตลาดหลักๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และเกาหลี หากเรียงลำดับตามมูลค่าการส่งออกแล้ว เกาหลีเป็นประเทศที่ไทยส่งออกผลมะม่วงสดไปขายมากที่สุด มูลค่ากว่า 720 ล้านบาท รองลงมาคือ ญี่ปุ่น 440 ล้านบาท เวียดนาม 180 ล้านบาท และจีน 110 ล้านบาท (ข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)

อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ (อดีตนายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย) ประธานชมรมผู้ปลูกมะม่วงเนินมะปราง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทร. (081) 886-9656 กล่าวว่า ตลาดส่งออกผลสดมะม่วงไทยมีอนาคตสดใสอีกยาว เพราะดูจากตัวเลขการส่งออกในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา ถือว่าโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างจากเมื่อก่อนที่การเติบโตเป็นไปอย่างช้าๆ สาเหตุหลักที่ทำให้การส่งออกดีขึ้นก็เพราะ เกษตรกรรวมกลุ่มกันสร้างมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิตให้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดนั่นเอง

ปัจจุบัน ประเทศไทย มีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่มีมาตรฐานสามารถรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น กระจายอยู่ทั่วประเทศเกือบ 50 กลุ่ม ผลัดเวียนกันผลิตมะม่วงคุณภาพดีส่งออกต่างประเทศ โดยมีการประชุมวางแผนการผลิตไม่ให้ผลผลิตออกมาทับซ้อนกัน ซึ่งสมาคมจะเป็นศูนย์กลางในการจัดตารางการผลิต เป็นผลดีต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก เพราะสามารถขายผลผลิตได้ทั้งปี ราคาไม่ตก เพราะผลผลิตออกไม่ตรงกัน ต่างจากเมื่อก่อนที่ต่างคนต่างทำ เวลาขายผลผลิตมักมีปัญหา บางช่วงมีเยอะเกินไป บางช่วงขาดหายไม่มีผลผลิตเลย ดังนั้น การรวมกลุ่มจึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ที่จะช่วยกันผลักดันมะม่วงไทยให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น

อาจารย์ศิลป์ชัย ได้ให้ข้อมูลของการประชุมสมาชิกของสมาคม เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2558 พอสรุปได้ว่า ขณะนี้สมาคมมีสมาชิกอยู่ ประมาณ 1,630 คน พื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 50,000 ไร่ โดยเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง จำนวน 21,740 ไร่ พันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 10,326 ไร่ ที่เหลือเป็นมะม่วงพันธุ์อื่น เช่น ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เขียวเสวย ฯลฯ ซึ่งสมาคมได้จัดทำแผนผังการผลิตมะม่วงให้ออกผลตลอดปี ตามปฏิทินที่แสดงให้เห็น

จะเห็นได้ว่า จากความร่วมมือของสมาชิกภายในสมาคม ประเทศไทยจะมีผลผลิตมะม่วงส่งขายยังตลาดต่างประเทศแบบต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยคาดการณ์ว่า ผลผลิตจะสูงสุดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2559 ผลผลิตรวมอาจสูงถึง 10,000 ตัน และน้อยสุดในเดือนกันยายนและตุลาคม 2559 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 400 ตัน และ 120 ตัน ตามลำดับ

ขั้นตอนในการจัดการมะม่วงส่งออก

1. ตัดขั้วผลให้สั้น น้อยกว่า 1 เซนติเมตร แล้วแช่ผลมะม่วงในสารละลายคลอรีน อัตรา 0.5 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร นาน 1 นาที

2. แช่ตะกร้ามะม่วงในอ่างน้ำอุ่นที่ละลายสารเคมีกำจัดเชื้อราโปรคลอราช อัตรา 0.18 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร และสารกำจัดเพลี้ยไฟ อิมิดาคลอพริด อัตรา 0.12 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร

3. แช่มะม่วงในน้ำเย็น ประมาณ 10 วินาที เพื่อล้างสารเคมีที่ผิว (จุ่มแล้วยกขึ้นทันที) จากนั้นแช่ในอ่างน้ำที่ใส่สารเอทีฟอน อัตรา 0.2 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร เพื่อเร่งความสุกของมะม่วง การจุ่มจะจุ่มแล้วยกขึ้นทันที

4. เรียงมะม่วงในตะกร้าพลาสติกชนิดทนความร้อนได้ โดยเรียงผลชั้นเดียว จัดผลให้เอียง 45 องศา จัดให้ปลายผลชี้ขึ้นด้านบน บรรจุให้ได้ 11 กิโลกรัม ต่อ 1 ตะกร้า (ประมาณ 30 ผล)

5. เรียงซ้อนตะกร้า บนแท่นพาเลท ซึ่งจัดเรียงได้ จำนวน 42 ตะกร้า ต่อพาเลท และบรรจุได้ จำนวน 10 พาเลท หรือประมาณ 4.5-5 ตัน ต่อห้องอบ

6. เจ้าหน้าที่กักกันพืชฝ่ายไทยและญี่ปุ่น เสียบเครื่องมือวัดอุณหภูมิภายในผลมะม่วง จำนวน 10 แท่ง แท่งละ 1 ผล

7. เริ่มอบไอน้ำ โดยใช้ระดับความร้อน 52-53 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 96% อุณหภูมิภายในผลมะม่วงจะเพิ่มขึ้นเป็น 47 องศา โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มอบ ประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที

8. ระบายความร้อนจากผลมะม่วง โดยการฉีดพ่นน้ำ เป็นเวลา 10 นาที

9. นำตะกร้าที่ผ่านการอบไอน้ำออกจากห้องอบ ผึ่งลมให้ผิวผลแห้ง ประมาณ 30 นาที

10. คัดแยกเกรดผลมะม่วงตามขนาด S M และ L ติดฉลากทางการค้าและหุ้มโฟมตาข่ายกันกระแทก ก่อนบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูก โดยชั่งน้ำหนักรวม 5.2-5.3 กิโลกรัม ต่อกล่อง

ปิดผนึกฝากล่อง และรอยเปิดตามขอบกล่อง พร้อมติดฉลาก “TREATED PQ-DOA-THAILAND”

11. เจ้าหน้าที่กักกันพืชไทยและญี่ปุ่น สุ่มตรวจสอบกล่องมะม่วงเพื่อตรวจสอบหาแมลงศัตรูพืชที่อาจพบบริเวณขั้วผลหรือผิวผล จะสุ่มตรวจ ร้อยละ 5 ของจำนวนกล่องมะม่วงทั้งหมด

12. เก็บรักษากล่องมะม่วงในห้องเย็นก่อนการขนส่ง

13. ลำเลียงกล่องมะม่วงจากห้องเย็นไปสู่รถห้องเย็น เพื่อขนส่งไปทางเครื่องบินหรือท่าเรือ

ตลาดส่งออกปัจจุบันเปิดกว้างมาก และการขายก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การส่งผลสดไปยังตลาดญี่ปุ่น ยุโรป จีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ โดยผ่านบริษัทผู้ส่งออกหรือส่งผลผลิต เกรดรองลงมาไปตลาดแปรรูป ซึ่งกำลังต้องการผลผลิตจำนวนมาก ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าเกษตรกรมีความสามารถในการผลิตแค่ไหนที่จะผลิตมะม่วงคุณภาพตรงความต้องการของตลาด

สนใจต้นพันธุ์ “มะม่วงไต้หวันทุกชนิด” ติดต่อได้ที่ สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

โทร. (081) 901-3760

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: