Star Retro : ต๊อป-ตรีพล พรมสุวรรณ กับ 3 บทบาทท้าทายชีวิต และเส้นทางรัก 9 ปี

Published September 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/233543

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทุกคนต่างมีฝัน และต่างไขว่คว้ามันให้เป็นจริง แต่สำหรับ “ต๊อป-ตรีพล พรมสุวรรณ” หนุ่มคนนี้ไม่เคยมีความฝันเหมือนเด็กทั่วๆ ไป จนเมื่อเติบโตได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสงานต่างๆ ทำให้เขาค้นพบแล้วว่าเขารักและชอบอะไร ซึ่งมากกว่าฝัน สตาร์เรโทร สัปดาห์นี้ขอนำทุกท่านไปร่วมย้อนวันวานกับหนุ่มมากความสามารถคนนี้กันค่ะ

“งานที่ทำอยู่ตอนนี้คือเป็นดีเจอยู่ที่ FM.One 103.5 ครับ จัดช่วงเวลาทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่ม วันจันทร์ถึงวันศุกร์ มีงานพิธีกร แล้วก็อ่านข่าวครับ เป็นข่าวเช้าที่นิวทีวี ช่อง 18 เวลาหกโมงครึ่ง ถึงแปดโมงครึ่งเช้าอ่านข่าว เย็นก็เป็นดีเจ เป็น 2 งานหลักๆ ที่ทำครับ (เลยทำให้งานแสดงน้อยลง?) มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จัดตารางชีวิตค่อนข้างยาก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะว่าจริงๆ แล้วโอกาสใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ต๊อปเองก็ไม่ได้เซ็นสัญญากับช่องไหน เป็นนักแสดงอิสระมาโดยตลอด ทำให้เราไม่ใช่ตัวเลือก 1 หรือ 2 กว่าจะมาถึงเรามันก็ยาก แต่ด้วยความที่เราก็มีงานหลักอยู่ ทำให้เราไปทุ่มกับงานประจำ จริงๆ ยังอยากแสดงอยู่ครับ ละครที่จะได้เล่นมักเป็นค่ายของพี่ๆ ที่รู้จักคุ้นเคยกัน อย่างค่ายของ “พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” “พี่แดง-ธัญญา” คือจะเป็นบทที่เขาเจาะจงว่าคือต๊อป เราเจอกันไปหากันตลอด ถึงไม่ได้เล่นละครของพี่อ๊อฟ-พี่แดงมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ก็มั่นใจว่าไม่ใช่ว่าพี่เขาลืมเรา แต่พี่เขาจะพูดเสมอว่าเมื่อไหร่ที่มีบทที่ใช่ เขาจะนึกถึงเรา”

ก้าวแรกในวงการบันเทิง

เริ่มจากตอนที่เอ็กแซ็กท์มีคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่ เพื่อนร่วมรุ่นก็มี “จั๊กจั่น-อคัมย์ศิริ” “อาร์ต- สัจจากาจ” “แนท-เอวิตรา” คนที่ชนะคือ แนทกับอาร์ตซึ่งต๊อปไม่ได้ติดหนึ่งใน 10 แต่ว่าโชคดีถือว่าเป็นโอกาสในตอนนั้นที่ “พี่ป้อน-นิพนธ์” กับ “พี่บอย-ถกลเกียรติ” สนใจก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรมั้งไม่ต้องประกวดก็ได้ (หัวเราะ) ก็เลยให้เราลองมาเล่นละครดู ละครเรื่องแรกที่เล่นเต็มตัวคือ “ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย”เวอร์ชั่นของ “พี่อ้อม-พิยดา” “พี่ติ๊ก-เจษฎาภรณ์”ต๊อปรับบทเป็นทนายความ ซึ่งมักจะได้รับบทประมาณนี้คือเป็นหมอ เป็นทนาย การแสดงยอมรับว่ายากมากครับแต่ว่าโชคดีที่เราเรียนรู้การแสดงมาหมดแล้วก็ค่อยๆ ปรับมาเรื่อยๆ เรื่องแรกก็ถือว่าคนดูรู้จักและชื่นชอบได้ร่วมงานกับเอ็กแซ็กท์มาเรื่อยๆ แต่ว่าไม่ได้เซ็นสัญญาครับ แต่ต๊อปก็คิดว่าที่นั่นเป็นที่แรก บ้านแรกในการเข้ามาเป็นนักแสดงเราเกิดจากที่นั่น เล่นละครหลายเรื่องแต่ว่าไม่ได้ต่อเนื่องกัน เพราะระหว่างนั้นก็เป็นดีเจด้วย ที่ 103.5 ตอนแรกยังไม่ใช่ชื่อคลื่นนี้ เขาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ งานดีเจกับงานละครมาพร้อมๆ กัน ผลงานละครที่ประทับใจคือเรื่อง “เมื่อดอกรักบาน” ซึ่งตอนแรกไม่ได้ถูกวางตัว แต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เคยเล่นหนัง “Me Myself ขอให้รักจงเจริญ” พี่แดงก็เลยนึกถึงเรา มอบบทนี้ให้เป็นบทร้ายที่สนุกมากแล้วก็เป็นบทที่คนยังจำได้และพูดถึงอยู่

จุดเริ่มต้นการเป็นดีเจ

ก็เป็นโอกาสเหมือนกันครับ คือเขาเห็นจากในละคร แล้วอยากหาดีเจก็เลยให้เราลองมาฝึกมาอัดเสียงดู ผลปรากฏว่าเสียงต๊อปไปในทางดีเจได้ เสียงเป็นเอกลักษณ์ ก็เลยได้เริ่มงานดีเจช่วงเวลาแรกที่จัดคือตีสองถึงตีสี่ ตอนนั้นเรายังเด็กยังแอ๊กทีฟอยู่ก็เลยทำได้ก็คือพอจัดรายการเสร็จถ้ามีถ่ายละครก็ไปต่อได้เลย(2 อย่างทำควบคู่กันไป ?) ชอบทั้งคู่ แต่ว่าเสน่ห์ของแต่ละงานแตกต่างกันมาก ที่ต๊อปยังคิดว่าอยากแสดงอยู่เสมอเพราะว่าบางทีเราอยากเป็นคนอื่น เราได้ปลดปล่อยเราได้ใช้พลังเราได้รู้จักกับคนอื่น เสน่ห์ของการเป็นนักแสดงคือการที่เราได้สวมบทบาทเป็นตัวละครอื่นๆ แล้วทำให้เราโหยหาและอยากแสดงอยู่ พี่อ๊อฟเคยพูดไว้นานแล้วครับว่าคนที่เข้ามาเป็นนักแสดงมันเหมือนกับติดยาเสพติด คือเข้ามาแล้วเลิกไม่ได้ เราก็รู้สึกอย่างนั้น ส่วนงานดีเจเรารู้สึกว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้ค่อนข้างมาก ต้องแสดงตัวตนของเราผ่านน้ำเสียง ได้เลือกเพลงเปิดเพลงให้คนฟัง

บุคคลต้นแบบในการเป็นดีเจ

จริงๆ ชอบดีเจหลายคนนะอย่าง “พี่เปิ้ล-หัทยา”ก็ฟังมานานแล้ว และสมัยก่อนก็มีฮอตเวฟ กรีนเวฟ เขาก็เป็นคลื่นที่อยู่ในใจของวัยรุ่นมาโดยตลอดเราก็ฟังและมีพี่ๆ ดีเจรุ่นเก่าๆ เป็นตัวอย่างที่ดีมาโดยตลอด เพียงแต่ในช่วงท้ายๆ ของวงการวิทยุมันอาจจะมีการปรับเปลี่ยนว่าดีเจไม่ได้พูดอะไรมากเปิดเพลงยาวเลยอาจจะลดทอนเสน่ห์เก่าๆ ของดีเจไป เราก็เลยพยายามจะจัดเพลงที่โดนใจคนฟังมากกว่า ต๊อปเริ่มตั้งแต่การพูดสลับเปิดเพลง จนมาถึงพูดนิดนึงเปิดเพลงยาวเริ่มจัดตั้งแต่ใช้ซีดีมาเปิดเพลง แป๊บเดียวเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นคอมพิวเตอร์ มีคนจัดเพลงคอยเปิดให้ (ง่ายหรือยากกว่าเดิม?) ยากตรงที่บางครั้งเพลงมันถูกบังคับมาแล้ว เราอาจจะตามใจคนได้ไม่ทั่วถึง มันเป็นรายการสดเพราะฉะนั้นเราจะแก้ไขสถานการณ์ยังไงอย่างเช่นตอนนี้ฝนกำลังตกแต่ว่าเราเปิดเพลงแดดออกเราจะพูดยังไงว่าทำไมถึงเป็นเพลงนี้ แต่ด้วยความที่เราทำมานานเราก็จะมีลูกเล่นมีวิธีการพูด คือดีเจมันเป็นชีวิตไปแล้วครับ

กลุ่มเพื่อนดีเจที่สนิท

เราสนิทกันหมดเลยครับ น้องๆ เพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันทำงานกันมานานแล้ว ก็มี “ต้อง-สุภัชญา”“ออย-อากรศรี” “ตุ๊กตา-อินทิรา” ก็สนิทกันหมดเลยถึงเราจะจัดกันคนละช่วงเวลา แต่ว่า FM.One มีงานบ่อยมาก พวกเราก็รวมตัวกัน เจอกันตลอด (เมาท์มอยสาวๆ หน่อย?) ก็ดีนะแต่ละคนก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เราจะเห็นตั้งแต่สมัยยังไม่มีแฟนเป็นสาวโสดกันจนมีแฟน จนเลิก จนมีแฟนใหม่(หัวเราะ) ก็ดีใจกับน้อง ส่วนมากที่คลื่นจะเป็นดีเจผู้หญิงดีเจผู้ชายมีน้อยมากก็มี “แอนดี้”“คิว” “แจ็ค ไรเดอร์” ต๊อปกับตุ๊กตาเป็นดีเจในยุคแรกของFM.One เข้ามาพร้อมๆ กันและอยู่กันมานาน

ไอดอลทางด้านการแสดง

คงเป็นใครไม่ได้นอกจากคุณอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์และคุณแดง-ธัญญา เพราะว่านอกจากจะเป็นคนที่ให้โอกาสทางการแสดงในการปลุกความรู้สึกให้เราอยากจะแสดงแล้ว ในทางการแสดงพี่ทั้ง2 ท่านก็เป็นนักแสดงที่ฝีมือเยี่ยมอยู่แล้ว มีโอกาสร่วมงานกับค่ายแอ็คอาร์ตบ่อย รวมทั้งค่ายอื่นๆ ที่หยิบจับเราไปใช้งานบ้างเหมือนกัน

ความฝันในวัยเด็ก

ตอนเด็กไม่เคยรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรมันเหมือนกับว่าเป็นเส้นทางที่พอโตแล้วเรียน และในวัยเราเป็นช่วงที่นิเทศศาสตร์กำลังบูม เอนทรานซ์ไม่ติดก็เรียน ม.กรุงเทพ เริ่มรู้จักการแสดงตอนที่เขามีการออดิชั่นเพื่อจะเข้าภาควิชา ว่าเป็นภาควิชาศิลปะการแสดงมันก็แปลกมากน่าสนใจ พอเรียนไปมันกลายเป็นสิ่งที่เรารักซะด้วย แต่มองย้อนกลับไปหลายๆ คนอย่างคุณพ่อคุณแม่หรือว่าญาติพี่น้องที่เห็นเรามาตั้งแต่เด็ก เขาก็มองว่าเราเป็นเด็กที่ชอบแสดงนะ เป็นเด็กขี้อายแต่ชอบแสดงชอบพูดอะไรที่มันเหมือนเป็นการแสดง

อีกหนึ่งงานที่เพิ่งเข้ามาสัมผัสและเริ่มติดใจ

เป็นงานใหม่ที่ได้ลองเมื่อตอนปลายปีที่แล้วครับ เป็นช่วงที่เขาเริ่มมีการเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิตอลที่ทุกช่องจะมีข่าวเช้า ต๊อปก็เข้ามาเพื่อมาอ่านข่าวเช้า เราก็ถือว่าใหม่มากจะได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่หลายๆ คน“พี่น้อย-สัตตกมล” เป็น บก.บห.ที่นิวทีวีและพี่น้อยก็เป็นดีเจที่ FM.One ด้วย เราก็เหมือนถูกชักชวนโดยพี่น้อย ถ้าจะถามว่าไปอ่านข่าวได้ยังไงก็ต้องบอกว่าเพราะพี่น้อยเห็นแววว่าน่าสนใจเลยไปเสนอผู้ใหญ่ ถือเป็นโอกาสที่ดีมากแต่ว่าก็เป็นงานที่ยากมาก เราจะเข้าใจมาตลอดว่าการอ่านข่าวมันจะต้องดูเป็นงานเป็นการ แต่สุดท้ายเราก็ค้นพบว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มันคือข้อมูลข่าวความจริงมันต้องเป็นการเป็นงานละถูกแล้ว แต่ว่าเราก็สามารถใส่ความเป็นตัวตนของเราเข้าไปได้ มันก็จะเพิ่มเสน่ห์ของข่าว เราต้องหาอะไรมาปรับจูนกันระหว่างความเป็นข่าวกับตัวเรา ไม่งั้นมันจะยากทำให้เราเกร็ง ไม่เป็นธรรมชาติ การทำงานจะไม่สนุก รายการสดการอ่านผิดได้มันเป็นปกติ แต่อะไรที่ไม่ควรผิดก็ไม่ควร ถ้าส่วนที่มันผิดได้แล้วเราพูดผิดอย่าตกใจอย่าลน เพราะว่าทุกคนมีสิ่งที่ผิดพลาดได้ก็ขออภัยยิ้ม หรือถ้ามันเป็นช่วงที่ไม่ซีเรียสมากก็หัวเราะได้ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันเป็นการเล่าข่าว เราต้องเข้าใจข่าวก่อนแล้วค่อยอ่านส่งผ่านไปให้คนทางบ้านเข้าใจ โชคดีที่ต๊อปได้คู่อ่านที่ดีมากทั้งก่อนหน้านี้ “คุณวันศิริ ศิริวรรณ” ก็สอนอะไรเยอะมาก ตอนนี้เป็น “คุณปวัน สิริอิสสระนันท์” ก็เก่งมากรับส่งกันดี ตอนนี้เรตติ้งถือว่าดีเลยครับคนดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะไม่ได้เป็นเบอร์ 1 นะครับ นิวทีวี 18 แต่เราก็มั่นใจในทีมงานที่มีคุณภาพ มั่นใจในเนื้อหาสาระและตัวเราเองก็ในฐานะที่เป็นน้องใหม่ในคนข่าวก็ต้องพัฒนาตัวเองด้วย (คิดว่าเป็นงานที่ยากมาตลอด?) ใช่ครับ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนชวนให้ไปอ่านข่าวเหมือนกัน แต่คิดว่าด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิเรามันยังไม่ถึง แต่ทุกเรื่องต๊อปว่ามันมีเวลาของมันครับ วันหนึ่งถึงเราจะปฏิเสธมันโดยตลอดว่าไม่อยากทำแต่ถึงวันหนึ่งเราจะรู้ว่าวันนี้เราเหมาะแล้วที่จะเข้าไปทำ เช่นเดียวกันย้อนกลับไปเรื่องละครต๊อปถึงบอกว่า ทำไมตัวเองถึงยังรอคอยโอกาสนี้อยู่เสมอและต๊อปก็เชื่อว่ามันจะต้องถึงเวลาของมันที่เขาจะเห็นว่าเราเหมาะสมกับการเป็นนักแสดงที่เขาต้องการและต้องเลือกเรา (เริ่มติดใจงานข่าว?) ชอบเลยครับ ตอนที่เข้ามาทำ 3 เดือนแรกบอกเลยว่ายากจังเลยมันคงไม่ใช่มั้ง เหนื่อย แต่ถึงทุกวันนี้มันผ่านมาเกินครึ่งปีแล้ว เรามีความคุ้นชินเราก็เริ่มรู้แล้วว่าจริงๆมันจะไปแนวทางไหนและเราก็รักในงานนี้

จากดารานักแสดงดีเจ สู่งานข่าว

โชคดีที่ภาพการเป็นดาราของต๊อปไม่ได้ชัดเจนอะไรมากมาย แต่ว่ามีคนที่เขาคุ้นหน้าและจำเราได้ว่าเคยเล่นละครมาก่อนแล้วมาอ่านข่าว เพราะฉะนั้นการใส่ความเป็นผู้ประกาศเข้าไปมันก็จะค่อนข้างง่ายกว่าคนอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ยังติดคำพูดที่เขาอาจจะพูดได้ว่าเป็นดารามาอ่านข่าว หรือว่าเอาหน้าตาหล่อสวยมาอ่านข่าว มันจะต้องมีสิ่งที่เป็นอคติในใจอยู่แล้วเราต้องข้ามตรงนี้ไปให้ได้ ทำยังไงให้เขามองว่า โอเคเราเคยเป็นนักแสดง แต่ว่าเราก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้อ่านข่าวได้ แต่อีกมุมเราก็เกรงว่าพอภาพผู้ประกาศข่าวเราชัด ผู้จัดก็เลยจะไม่หยิบไปเล่นละคร คนเราอาจจะจับปลาหลายมือไม่ได้แต่ว่าถ้ามันเป็นสิ่งที่เรารักและเราชอบต๊อปว่ามันก็ไม่เสียหลายหรอกที่เราจะพยายามทำให้ได้ในทุกบทบาท

ภาพลักษณ์และการวางตัว

ในส่วนตัวต๊อปเองไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมากเลยเพราะว่าโดยปกติไม่ได้เป็นคนที่ไปเที่ยวเตร่กินเหล้าสูบบุหรี่ ชีวิตไปทำงานแล้วก็กลับบ้านแต่ว่าภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญมากไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้ประกาศข่าว การเข้ามาอยู่ในวงการนี้เป็นแค่ดีเจหรือว่านักแสดงก็มีคนมองเห็นเราแล้ว เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำเขาเห็นฉะนั้นจะทำดีเขาก็เห็น ถ้าเราทำไม่ดีก็แสดงว่าเราอยากให้เขามองเห็นสิ่งไม่ดีเหรอ จะไม่เลือกวิธีการทำอะไรก็ได้หรือว่าทำสิ่งที่ไม่ดีเพื่อให้คนมองให้เราดังขึ้นมา (ทำหลายอย่างเหนื่อยไหม?) เหนื่อยครับแต่ว่ายังไหวอยู่ โดยพื้นฐานถ้าเกิดว่าเราทำอะไรด้วยความสุข ซึ่งหลายๆ คน ต้องเคยได้ยินอยู่แล้ว สิ่งที่เรารักและเป็นสิ่งที่เราสุขกับมันไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนเราก็ยังไหวอยู่ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราทำในสิ่งที่เราโดนบังคับไม่ได้รักเราจะอยู่กับมันได้ไม่นาน

แบ่งเวลาให้กับคนรักอย่างไร

ก็มีเหมือนเดิมครับ ถ้าเกิดเป็นคนใกล้ชิดคนที่รู้จักก็จะรู้ว่าต๊อปมีคนที่คบอยู่มานานแล้วก็เหมือนเดิมยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ปิดแต่ก็ไม่ได้เปิด ไปไหนมาไหนด้วยกันตามปกติคบกันมา 9 ปีแล้วครับ อายุเราเท่ากันเป็นเพื่อนกันมาก่อน ถ้าเกิดแต่งได้ก็แต่งครับเมื่อถึงเวลา ผู้ใหญ่ยังไม่ได้เร่งรัดอะไรแต่เขาก็รับรู้ดีครับแฟนต๊อปก็ไม่ได้เร่งรัดด้วยเช่นกัน เพราะว่าเราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว คือบางเรื่องก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่ถ้าเกิดเราทำให้มันเป็นปกติซะไม่ต้องมาปิดเป็นความลับหรือว่าไม่ต้องเปิดซะจนอยากให้คนอื่นเขารู้เนี่ย มันก็จะเป็นเรื่องธรรมดา ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ และไม่ได้ทำตัวอลังการ แล้วทุกอย่างมันก็จะธรรมดาเอง ผู้หญิง-ผู้ชายก็เป็นเรื่องธรรมดาต๊อปมองอย่างนี้ครับ เดี๋ยวสักวันนึงจะชวนเขามาถ้ามีงานอะไรนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่รู้ว่าจะน่าสนใจหรือเปล่าเพราะว่าตัวต๊อปก็ไม่ค่อยมีประเด็นอะไร จริงๆ ต้องขอบคุณที่มาสัมภาษณ์ด้วยครับ

งานแต่งงานในฝัน

คงจะเรียบง่ายมากๆ นะครับและคงจะมีแต่คนในครอบครัว แล้วก็เพื่อนญาติสนิท เพราะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นที่ทุกคนต้องมาเยอะแยะมากมาย แต่ใครอยากมาก็มาได้

ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะทำในวงการ

ใจจริงตั้งแต่ทำงานมาอยากเป็นผู้กำกับผู้จัดละคร แต่ว่าในขั้นตอนแรกฝันของเรามันยังไม่ถึงเลย ก็คือเป็นนักแสดงที่ทุกคนยอมรับในฝีมือหรือเป็นที่รู้จัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสสักวันหนึ่งที่คนรู้จักเราชัดเจนมากกว่านี้ รู้ว่าเราเป็นนักแสดงที่จับต้องได้อยากหยิบมาใช้งานหรือว่าเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ สักวันเราก็อยากจะเป็นผู้กำกับบ้าง อยากจะมีหนังละครของตัวเองที่ผ่านมุมมองเราเป็นผู้กำกับ เพราะว่าเราก็เรียนมาด้วย ตอบจริงๆ คืออยากเป็นผู้กำกับมากแต่วงการบ้านเรามันก็เปลี่ยนไปเยอะการที่เราจะผันตัวเองจากเบื้องหน้าไปสู่เบื้องหลังเราต้องเป็นเบื้องหน้าที่จับต้องได้ซะก่อน มีคนรู้จักก่อนแล้วมันก็จะช่วยทำให้เราสามารถผันตัวเองไปได้และเป็นที่รู้จักของคนครับ

น้อยคนที่จะได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้ และในแต่ละโอกาสที่ได้รับเขาก็ทำมันออกมาได้ดีทีเดียว ไม่แน่ว่าในอนาคตวงการบันเทิงบ้านเราอาจจะมี
ผู้กำกับหนังละครที่ชื่อ “ต๊อป-ตรีพล พรมสุวรรณ” และนี่ก็คือหลากหลายเรื่องราวของหนุ่มคนนี้ที่เราได้รู้จักตัวตนเขามากขึ้น

กุหลาบสีเงิน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: