ไปกิน “กระดุม” เมืองแกลง

Published August 25, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05077010459&srcday=2016-04-01&search=no

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 620

คนรักผัก

สุมิตรา จันทร์เงา

ไปกิน “กระดุม” เมืองแกลง

ถึงฤดูกินทุเรียนกันอีกแล้ว…ดังนั้น จะรอช้าอยู่ไย รีบไปกินทุเรียนต้นฤดูกัน

เป็นธรรมเนียมของอิฉันกับเหล่าผองเพื่อน ทุกปีเราจะมีนัดกันไปกินทุเรียนที่สวนผลไม้ ของ พี่พัชร พุ่มพวง บ้านคลองปูน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

สวนของพี่พัชรเรียกว่า สวน “พพพ.” แต่ไม่มีการปักป้ายชื่อสวนให้ใครรู้กันหรอกนะ เพราะเจ้าของขี้เกียจรับแขกและไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย ดังนั้น จึงเป็นสวนปิด มีแต่สหายมิตรรักนักกินผลไม้ที่เป็นเพื่อนฝูงกันเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปเยี่ยมสวน

พี่พัชรเอาชื่อและนามสกุลของเธอมาทำเป็นตัวย่อ พพพ. เมื่อออกเสียงตั้งใจให้ฟังดูมีความหมายไปในทางปรัชญาความพอใจ พอดี พอเพียง ซึ่งเจ้าตัวยึดเป็นหลักปฏิบัติประจำตัวเรื่อยมา

ทุเรียนเป็นราชาแห่งผลไม้ตลอดกาลของไทยคู่กับราชินีมังคุด ดังนั้น ฤดูผลไม้ของเรามักจะยึดเอาเวลาที่ทุเรียนแก่พร้อมเสิร์ฟเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลไว้ก่อน ซึ่งสวนผลไม้ทางฝั่งทะเลตะวันออกนั้นจะเริ่มให้ผลผลิตกันประมาณกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

อันว่าทุเรียนนั้นมีทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ผสมที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาปลูกเพื่อการค้าให้ได้รสชาติและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และคนไทยก็ทำได้สำเร็จน่าชื่นชมยกย่อง ว่ากันว่าทุเรียนคุณภาพดีๆ ของไทยนั้นคนไทยไม่มีโอกาสได้กินแล้ว เพราะถูกส่งออกไปเป็นผลไม้หรูหราอยู่บนโต๊ะอาหารของเศรษฐีเมืองจีนกันหมด

สวนทุเรียนดีๆ จะมีพ่อค้ามาจองต้นกันไว้แบบผูกปิ่นโตเลยทีเดียว พอผลไม้แก่ใกล้สุก พ่อค้าคนกลางก็จะเข้ามาจัดการเก็บเกี่ยวกันเองเสร็จสรรพตามราคาที่เหมาสวนไว้ โดยที่ชาวสวนแทบไม่ต้องเหนื่อยเพิ่มเลยหลังจากที่ใส่ใจประคบประหงมดูแลให้ทุเรียนติดลูกได้ผลสมบูรณ์แข็งแรงมาทั้งปี…ช่วงนี้แหละที่หน้าตาชาวสวนจะสดชื่นเบิกบานกันทุกคน

เพราะการค้าขายผลไม้โดยทั่วไปขายกันแบบเงินสด ทุเรียนไป…เงินมา เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

สำหรับสวน พพพ. มีจุดเด่นพิเศษตรงที่เป็นสวนทุเรียนอินทรีย์ที่บำรุงดินและดูแลต้นโดยไม่ใช้สารเคมีเลยนับตั้งแต่พี่พัชรไปซื้อสวนต่อจากเจ้าของเดิมมาเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้นราคาผลไม้ตกต่ำ เจ้าของสวนคนเดิมเห็นว่าอาชีพเลี้ยงกุ้งมีอนาคตมากกว่าจึงยกสวนทั้งขนัด 26 ไร่ ขายทิ้งหอบเงินหนีไปทำนากุ้ง

พี่พัชรเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ที่มีทุน มีความรู้ และให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมาก จึงตั้งใจที่จะให้ผลิตผลของสวนแห่งนี้เป็นอาหาร clean 100% ที่มั่นใจได้ว่าสะอาดหมดจดจริงๆ เพราะตั้งใจทำเพื่อกินเองและแบ่งปันเพื่อนฝูง เธอจึงเข้ามาฟื้นฟูบูรณะสวนผลไม้เก่าโทรมด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างที่ตั้งใจไว้ ใช้เวลาบำรุงตามหลักวิชาการที่ศึกษาเพิ่มเติมตลอดเวลาภายในเวลา 2 ปี จึงเริ่มเห็นความสดชื่นคืนชีวิตของต้นไม้ โดยมีครอบครัวชาวสวนถิ่นเดิมแถวนั้นมาช่วยเป็นลูกมือคอยทำนุบำรุงต้นไม้ด้วยใจรัก

ขณะฟื้นฟูสวนอยู่นั้นก็โชคดีที่ได้แหล่งน้ำจากที่ดินแปลงข้างๆ มาเพิ่มเติม เป็นแอ่งน้ำขังขนาดใหญ่จากการขุดดินทำเหมืองแร่เดิมทิ้งร้างไว้ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ มีระดับความลึกของน้ำถึง 20 เมตร เลยทีเดียว เจ้าของเดิมไม่รู้จะเก็บไว้ทำประโยชน์ใดจึงมาบอกขายต่อ

ตั้งแต่ได้แหล่งน้ำมา สวน พพพ. จึงเหมือนมีโชคสองชั้น ไม่เดือดร้อนเรื่องการหาน้ำมาบำรุงสวนอีกต่อไป งานสวนผลไม้เกษตรอินทรีย์ของพี่พัชรจึงเดินเครื่องต่อได้อย่างสมบูรณ์และเห็นผลดีตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นมา จนบัดนี้เวลาผ่านไป 10 ปี สามารถขายผลไม้จนคืนทุนที่ลงไปหมดแล้ว ที่เหลือต่อจากนี้ถือเป็นกำไรชีวิตและกำไรทางความรู้สึกที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นด้วยผลิตผลที่มีค่าสมราคา

ผลไม้ส่วนใหญ่ในสวน พพพ. เป็นทุเรียน ทั้งต้นเก่าที่ติดมากับสวนดั้งเดิมและที่ปลูกเพิ่มใหม่ โดยโค่นต้นมังคุดเก่าที่รกเรื้อออกไปเป็นการเปิดดินให้ทุเรียนได้รับแดดเต็มที่และถือโอกาสลงทุเรียนใหม่ที่คัดพันธุ์มาแล้วอย่างดี

ปัจจุบันทุเรียนในสวนที่ให้ผลผลิตแล้วมีอยู่ราว 200 ต้น อีก 400 ต้น ที่ปลูกใหม่กำลังจะให้ผลในอีก 3 ปีข้างหน้า มังคุดมี 140 ต้น และลองกองอีก 104 ต้น ที่เหลือเป็นไม้ผลและพืชผักสวนครัวสารพัดชนิดที่ปลูกไว้กินในครัวเรือน เช่น ขนุน ลำไย มะละกอ มะม่วง ชมพู่ แก้วมังกร หม่อน ขิง ข่า ตะไคร้ ใบชะพลู มะกรูด มะนาว ฯลฯ

ทุกครั้งที่เข้าไปเดินเที่ยวชมสวน พพพ. พวกเราจะสัมผัสได้ถึงความสะอาดร่มรื่น เดินเที่ยวได้ทั่วทุกมุมสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีระบบการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ช่วยผ่อนแรงชาวสวน มีน้ำท่าใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ดึงขึ้นมาจากแหล่งน้ำขนาดมหึมาที่ใสสะอาดเป็นสีเขียวเทอร์ควอยซ์รายรอบพื้นที่สวนเป็นรูปตัวแอล

ทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ปลูกแยกส่วนกันเป็นโซนๆ และทุเรียนพันธุ์เบาหรือพันธุ์ที่สุกเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ ของทุกปีคือทุเรียน “กระดุม” ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่ติดกับสวนมาแต่ดั้งเดิม อายุร่วม 30 ปี ก็มีอยู่หลายสิบต้น

เป้าหมายของเรา คือการมากินทุเรียนกระดุมกันสดๆ ในสวนเลย และทุกคนต่างปลื้มมากที่ได้กินก่อนใครๆ เพราะสวน พพพ. มีวิธีบำรุงทุเรียนให้ออกผลก่อนสวนอื่นในย่านนั้นตลอดมา

พี่พัชรจึงขายทุเรียนของเธอได้หมดสวนก่อนที่ชาวสวนรายอื่นจะเก็บเกี่ยวทุเรียนของพวกเขา ดังนั้น จึงได้ราคาดีแบบสองเด้ง คือเป็นทุเรียนก่อนฤดูและเป็นทุเรียนที่ปลูกแบบอินทรีย์ ไม่มีปุ๋ยเคมี ไม่มียาฆ่าแมลง

และปีนี้ทราบกันหรือยังคะว่า ทุเรียนเป็นสินค้าควบคุมแล้วนะ…

โดยที่ประชุม ครม. เมื่อเดือนมกราคม 2559 เห็นชอบให้ข้าวสาลี ลำไย ทุเรียน และมังคุด เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 4 รายการ เนื่องจากเห็นว่าผลไม้จำพวกลำไย ทุเรียน และมังคุด มักจะมีปัญหาเรื่องราคาตกเมื่อมีผลผลิตออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมของเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จึงจำเป็นต้องกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมเพื่อกำกับดูแลไม่ให้มีราคาที่ตกต่ำจนเกินไปจนทำให้เกษตรกรเดือดร้อน

แต่ราคาทุเรียนสำหรับปีนี้ชาวสวนยิ้มแต้เลยค่ะเพราะพุ่งลิ่วแบบยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ เนื่องจากวิกฤติความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นทั่วไปทำให้สวนผลไม้หลายแห่งได้รับความเสียหาย ประกอบกับมีพายุฤดูร้อนผ่านเข้ามาซัดทุเรียนหนุ่มสาวที่กำลังใกล้แก่ให้ร่วงหล่นเสียหายไปทั้งภาคตะวันออกเลยทีเดียว

ดังนั้น ราคาทุเรียนหมอนทองปีนี้จึงอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท โดยเฉลี่ย และผลผลิตของสวน พพพ. ประมาณ 25 ตัน กำลังรอเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ส่วนทุเรียนกระดุมที่แกะรอพวกเราไว้กองพะเนินตามรูปที่เห็นนั้นมันแสนจะอร่อยเหาะจริงๆ เราไปกินกัน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 อิ่มจนพุงกางกันถ้วนหน้า แล้วยังหอบติดไม้ติดมือมาอีกคนละสองสามลูก

เพื่อนที่เป็นลูกหลานชาวสวนเมืองนนท์เล่าว่า สมัยก่อนเธอจะคุ้นเคยกับทุเรียนกระดุมดีเพราะกระดุมเป็นทุเรียนพันธุ์แรกที่แก่ก่อนพันธุ์อื่นในสวน พอกินกระดุมจนชุ่มฉ่ำใจแล้ว หลังจากนั้น ก็จะเป็นคิวของพันธุ์ชะนี หมอนทอง และก้านยาว ตามกันมาเป็นลำดับ

ทุเรียนกระดุมมีลักษณะผลป้อมกลมขนาดค่อนข้างเล็ก ก้นบุ๋มเล็กน้อย น้ำหนักประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม สังเกตที่หนามจะเล็กสั้นและถี่ ขั้วค่อนข้างเล็กและสั้น ลักษณะของพูเต็มสมบูรณ์ ร่องพูค่อนข้างลึกคล้ายผลฟักทอง เนื้อละเอียดอ่อนนุ่มสีเหลืองอ่อน รสชาติหวานไม่ค่อยมัน และนิ่มเละง่ายเมื่อสุกจัด ดังนั้น ใครที่ไม่ชอบกินทุเรียนเละๆ ต้องรีบปอกกระดุมตั้งแต่ตอนที่ยังไม่สุกมาก

จุดเด่นของกระดุมอีกอย่าง คือเมล็ดมีขนาดใหญ่มากๆๆ สำหรับรสชาตินั้นยากจะบรรยาย เป็นความหวานมันคนละแบบกับหมอนทองที่เหมือนสาวเมืองกรุงจัดจ้านสวยเปรียวโดดเด่น แต่ทุเรียนกระดุมมีจริตของสาวชาวบ้านที่งามตามธรรมชาติแบบไม่ต้องแต่งเนื้อแต่งตัว เนื้อทุเรียนเนียนนวลคล้ายกับพันธุ์ก้านยาวที่แม้จะราคาไม่แพงเท่า แต่ศักดิ์ศรีความเป็นสายพันธุ์พื้นบ้านที่แข็งแกร่งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

พี่พัชรให้เรากินทุเรียนหนึ่งอิ่มเสร็จแล้วก็ชวนกันออกเดินเที่ยวชมทั่วสวนเพื่อย่อยอาหาร มีโอกาสได้เห็นผลผลิตทุเรียนแก่ดกสะพรั่งต้นชวนชื่นใจจริงๆ

เดินไปเพลินๆ ก็คิดว่าถ้าเราเป็นเจ้าของสวนและได้เห็นผลผลิตของแรงงานตัวเองมีปลายทางงดงามเช่นนี้ทุกปีเราก็คงจะมีความสุขมากเลย พี่พัชรเหมือนจะอ่านใจทุกคนออก รีบมาอธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่การทำสวนผลไม้แบบธรรมดาที่หลายคนทำกันมา ซึ่งมักจะปล่อยให้เทวดาเลี้ยงและรอคอยฟ้าฝนตามฤดูกาลเป็นหลัก สำหรับสวน พพพ. เป็นการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ทุกอย่างต้องครบ

ครบที่ว่านั่นเริ่มจากความพร้อมทั้งทุนและแรงงาน มีน้ำท่าพร้อม มีเทคโนโลยี มีคนสวนคอยดูแลประคบประหงมเหมือนลูก ซึ่งเมื่อมีตรงนี้แล้วก็ยังต้องการหัวใจที่ใส่ลงไปในสิ่งที่ทำเต็มร้อยจึงจะได้ผลสมบูรณ์อย่างที่ต้องการ

ทุเรียนในสวน พพพ. จะไม่ปล่อยให้ติดดอกเองตามธรรมชาติ แต่คนสวนจะใช้เวลาตอนกลางคืนปีนขึ้นต้นไปปัดเกสรในระหว่างทุเรียนออกดอก เป็นการช่วยผสมเกสรให้ทุเรียนติดผลได้ง่ายและมีปริมาณมาก ระหว่างทุเรียนออกลูกก็ต้องคอยริดยอดอ่อนที่จะมาแย่งอาหารทิ้งไป ลูกไหนดูท่าว่าจะไม่สมบูรณ์ก็ปลิดทิ้งเลยไม่ต้องรอให้มันโต

นอกจากนั้น ชาวสวนยังต้องไวต่อสิ่งผิดปกติทั้งหลายเพื่อไม่ให้เกิดโรคและแมลงระบาดเข้ามาโจมตี เนื่องจากสวนแบบอินทรีย์จะไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ดังนั้น ถ้าหากตัดไฟแต่ต้นลมได้ก็ต้องลงมือทำทันที เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ต้องรีบบำรุงต้นรอบใหม่ในบัดดล โดยจะขุดดินรอบๆ โคนต้นในรัศมีทรงพุ่ม ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักบำรุงอย่างสม่ำเสมอ

เห็นไหม…ชีวิตชาวสวนไม่ง่ายและไม่ได้น่าสนุกเหมือนกับตอนที่เรากินทุเรียนอร่อยๆ เลยนะ

กว่าจะได้ผลไม้ออกมาแต่ละชนิด หลายชีวิตต้องเหน็ดเหนื่อยและทุ่มเท ความสุขปลายทางตอนเห็นผลผลิตนั้นสั้นมากเหลือเกิน เพราะผลไม้สุกให้เห็นเต็มต้นอยู่ไม่กี่วันก็จากไปเป็นอาหาร แต่ไม้ผลแต่ละต้นกว่าจะติดดอกให้ผลต้องการเวลาดูแลจากเราแทบทั้งปี

ทุเรียนราคาดีกำลังจะเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลของมันจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ได้ยินมาว่ามีคนโค่นสวนยางทิ้งจำนวนมากเพื่อปลูกทุเรียน และภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ เราอาจจะมีผลผลิตทุเรียนมหาศาล ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจะเกิดภาวะทุเรียนล้นตลาดและราคาตกต่ำหรือไม่…ก็ไม่อาจรู้ได้

รู้แต่ว่าตลาดส่งออกของทุเรียนไทยทั้งแบบสดและแช่แข็งอยู่ที่จีนกับญี่ปุ่น การส่งออกทุเรียนผลสุกจะเลือกทุเรียนแก่ประมาณ 70-80% บรรจุในลังกระดาษ กล่องละ 4 ผล น้ำหนักราว 19-20 กิโลกรัม แต่ในระยะหลังเริ่มมีการส่งออกในลักษณะเนื้อทุเรียนสุกแช่แข็งมากขึ้น เพราะสะดวกในการกิน และไม่เสี่ยงต่อการบริโภคทุเรียนอ่อน รวมทั้งลดต้นทุนค่าขนส่งไม่ต้องนำเปลือกทุเรียนไปด้วย

ปีนี้สหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปและส่งออก จังหวัดตราดได้รับออเดอร์เนื้อทุเรียนแช่แข็งจากประเทศจีนถึง 3,000 ตัน หลังจากที่เพิ่งเริ่มส่งออกไปแค่ 2 ปี และคาดว่าอาจมีผลผลิตทุเรียนไม่พอส่งไปจำหน่าย ส่วนสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ฯ ก็ส่งออกเนื้อทุเรียนแช่แข็งไปประเทศจีน จำนวนถึง 1,456 ตัน เมื่อปีที่ผ่านมา

สำหรับเนื้อทุเรียนแช่แข็งจะต้องเป็นพันธุ์หมอนทองเท่านั้นนะ เพราะมีเนื้อมาก รสชาติหวานมัน เนื้อแน่น กลิ่นไม่แรง เลือกที่ความสุกประมาณ 75-90% โดยทุเรียนผล 1,000 กิโลกรัม ทำเนื้อทุเรียนแช่แข็งได้ 312 กิโลกรัม และเวลานี้ตลาดจีนกำลังโตสุดๆ

ได้ยินข่าวนี้แล้วรู้สึกดีใจกับชาวสวนทุเรียนจริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: