“สวนมะลิบ้านคุณบุ๋ม” ปลูกมะลิเด็ดดอกขาย 20 ไร่ ที่นครปฐม

Published August 25, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05039010459&srcday=2016-04-01&search=no

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 620

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

“สวนมะลิบ้านคุณบุ๋ม” ปลูกมะลิเด็ดดอกขาย 20 ไร่ ที่นครปฐม

คุณเรณู สุขเนตร หรือ คุณบุ๋ม ที่ทำสวนมะลิ ปลูกมะลิเพื่อเด็ดดอกขาย ในพื้นที่ ตำบลบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ (081) 986-5746 และ (084) 884-1595 ซึ่งจังหวัดนครปฐมเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้ชื่อว่า มีการปลูกมะลิทั้งจังหวัดมากกว่า 1,000 ไร่

คุณเรณู สุขเนตร หรือ คุณบุ๋ม เล่าว่า เริ่มปลูกมะลิในปี 2551 เดิมตนเองและครอบครัวมีอาชีพปลูกผักสวนครัวขายมาก่อน แต่จากการคำนวณต้นทุนการผลิตและรายได้แล้ว ตลอดระยะเวลาการปลูกผักสวนครัวขาย กำไรเหลือไม่มาก ต่อมาเมื่อได้รับคำแนะนำให้ปลูกมะลิจากเพื่อนเกษตรกรว่า ปลูกมะลิ เพื่อเด็ดดอกขายรายได้ดี จึงปรับเปลี่ยนแปลงสวนผักเดิมปลูกมะลิทันที 5 ไร่ ทั้งที่ไม่มีความรู้ในการจัดการสวนไม้ดอกมาก่อน คุณเรณู เล่าว่า ไม้ดอกเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ต้องทราบระยะของการให้ปุ๋ย การฉีดยาฆ่าแมลง ไม่อย่างนั้นจะทำให้ไม้ดอกไม่ได้ผลผลิตที่ดีและขายได้ตามต้องการ

คุณเรณูและครอบครัวถือเป็นเกษตรกรตัวอย่าง ที่มีแนวคิดการสร้างรายได้จากการขายไม้เด็ดดอกครบวงจร ซึ่งปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกจากเดิม 5 ไร่ ในตำบลบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ไปปลูกเพิ่มอีก 5 ไร่ ในตำบลใกล้เคียงคือ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และปลูกเพิ่มที่จังหวัดราชบุรี อีก 11 ไร่ รวมพื้นที่ปลูกมะลิทั้งหมดราว 21 ไร่ บริเวณสวนมะลิของคุณเรณู ในอำเภอนครชัยศรีและอำเภอบางเลน มีสภาพเป็นดินเหนียว แม้มะลิจะเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่เป็นดินเหนียว ดินร่วน และดินทรายก็ตาม แต่หากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ลุ่มน้ำ อาจเกิดน้ำท่วมในฤดูฝน ก็ควรปลูกแบบยกร่อง เพื่อให้ต้นมะลิอยู่สูงพ้นน้ำ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวน้ำท่วมไม่ถึง แต่การยกร่องก็จะช่วยให้การระบายน้ำทำได้ดี

แต่สำหรับสวนมะลิที่จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 11 ไร่ คุณเรณู ปลูกโดยไม่ยกร่อง เพราะมีสภาพเป็นดินทราย ระบายน้ำได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งเพื่อรองรับผลผลิตดอกมะลิจากสวนที่มีปริมาณการผลิตที่มากขึ้นและเพื่อไม่ต้องรอที่จะขายส่งแม่ค้าหรือพ่อค้ารับซื้อหน้าสวนเพียงอย่างเดียว ก็ต้องจำหน่ายดอกมะลิเอง เพื่อให้อาชีพปลูกมะลิได้ครบวงจร คุณเรณูจึงตัดสินใจเช่าแผงค้าดอกมะลิและไม้ดอกอื่นๆ สำหรับร้อยมาลัยที่ปากคลองตลาด ซึ่งตลาดปากคลองตลาดเป็นตลาดค้าดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อเป็นจุดถ่ายดอกไม้ทั้งปลีกและส่ง โดยจำหน่ายในราคาเต็ม ไม่ต้องถูกหักจากแม่ค้าหรือพ่อค้าที่รับซื้อหน้าสวน

คุณเรณู เล่าว่า รายจ่ายที่มากที่สุดสำหรับการปลูกมะลิเด็ดดอกมีหลักๆ คือ ค่ายาสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงและค่าแรงงานในการเก็บดอกมะลิ อย่างค่ายาสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงซึ่งจำเป็นต้องใช้ในทุกระยะที่มีแมลงรบกวน เพราะดอกมะลิเปราะบางมาก โดยเฉพาะหนอนเจาะดอก ที่เมื่อถูกทำลายหรือเกิดการระบาด ก็ต้องทิ้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และค่าใช้จ่ายที่สูงมากอีกประการคือ ค่าแรงเด็ดดอกมะลิ ที่จะจ้างแรงงานเก็บในราคากิโลกรัมละ 50 บาท จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันของแรงงาน แต่ในการเก็บดอกมะลิให้ได้จำนวนมากก็ต้องใช้แรงงานเด็ดดอกในคราวเดียวพร้อมกัน อย่างน้อย 7-10 คน จึงจะพอสำหรับการเด็ดดอกขายในแต่ละวัน ดังนั้น การบริหารจัดการสวนมะลิจะต้องดีพอสมควร

คุณเรณู อธิบายว่า สวนมะลิที่อำเภอบางเลนและอำเภอนครชัยศรี จะปลูกแบบยกร่อง เพราะสภาพดินเป็นดินเหนียวและเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสน้ำท่วมขังมากที่สุด เพราะสวนตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ ในบางคราวฤดูฝนที่มีน้ำหลาก ต้นมะลิจึงถูกน้ำท่วมขังบ้าง การปลูกแบบยกร่องจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้มะลิถูกน้ำท่วมขังน้อย และลดปัญหาโรครากเน่าของมะลิลง คุณเรณู บอกว่า มะลิ เป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำแฉะ หากทำให้การระบายน้ำในดินที่ปลูกได้ดีแล้ว จะไม่มีปัญหารากเน่า อีกทั้งต้นมะลิจะไม่แกร็นและเหลือง

การปลูกมะลิแบบยกร่อง แต่ละร่องห่างกันเกือบ 4 เมตร (8 ศอก) หรือทุกร่องแปลงคุณเรณูจะปลูกมะลิไว้ 6 แถว จะใช้ระยะปลูกถี่มาก เพื่อให้ได้จำนวนต้นมะลิที่มากต่อร่อง ทำให้จำนวนต้นมะลิต่อไร่ อยู่ที่ประมาณ 8,000 ต้น และเพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้นอีกด้วย เพราะต้นมะลิเมื่อโตจะร่ม ทำให้หญ้าวัชพืชขึ้นไม่มากนัก ในตอนนั้นคุณเรณูเล่าว่าได้ซื้อต้นกล้ามะลิมาในราคา ต้นละ 3.50 บาท ก่อนปลูกขุดหลุมรองพื้นด้วยปุ๋ยคอกเก่า ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเม็ดชีวภาพตามที่จะหาได้สะดวก ในระยะแรกของการปลูกมะลิจะเน้นเรื่องของการเจริญเติบโตของต้น หลังนำกล้ามะลิลงปลูก ควรรดน้ำเพียงอย่างเดียว วันเว้นวัน สังเกตดูดินไม่แฉะมาก ฤดูฝนงดให้น้ำ

ทุกเดือนหลังลงปลูกให้ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยเคมีที่มีตัวหน้า (ไนโตรเจนสูง)เช่น ปุ๋ยเคมี สูตร 27-7-7 เมื่อต้นมะลิโตเริ่มออกดอกให้ผลผลิต ก็จะเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-16 หรือ 8-24-24 สลับตามความเหมาะสม และควบคุมโรคและแมลงไม่ให้ทำลาย โดยเฉพาะหนอนต่างๆ ที่มากินใบ เจาะดอก เจาะต้น เพลี้ยไฟ เป็นต้น โรคและแมลงศัตรูพืชของมะลิ ปกติถ้าปลูกแล้วดูแลดีอย่างสม่ำเสมอก็จะไม่เกิดปัญหามากนัก ยกตัวอย่าง ฤดูฝน ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะทำให้เกิดโรคและวัชพืชขึ้นเยอะ หากวัชพืชขึ้นปกคลุมมาก จะทำให้ต้นมะลิไม่งาม จึงควรกำจัดทิ้ง ส่วนโรคและแมลง จะเกิดขึ้นหลังจากฝนตกเป็นประจำ

ดังนั้น จากประสบการณ์หลังฝนตกทุกครั้งต้องพ่นยาฆ่าแมลง และแนะนำว่าต้องพ่นยาฆ่าแมลงในเวลา 19.00-20.00 น. หรือเวลา 05.00-06.00 น. จะดีที่สุด หากเวลาอื่นหนอนหรือแมลงที่ทำลายต้นมะลิจะไม่ออกมา จะหลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อฉีดพ่นยาฆ่าแมลงไปก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร อย่างเช่น หนอนเจาะดอก เป็นศัตรูที่สำคัญในการปลูกมะลิ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ จึงมีการใช้สารกำจัดหนอนอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากหนอนระบาดรุนแรงมากๆ ให้ฉีดวันเว้นวัน เพราะปัญหาเรื่องหนอนทิ้งไว้นานไม่ได้ ทิ้งแค่คืนเดียวก็กินใบและดอกมะลิหมดต้นได้เลยทีเดียว สารป้องกันกำจัดหนอนก็เลือกใช้ฉีดสลับได้ทุกตัว เช่น สารอะบาเม็กติน สารไซเพอร์เมทริน สารเมโทมิล ยาเชื้อบาซิลลัส ทูริงเยนซิส เป็นต้น

การตัดแต่งกิ่งสำหรับมะลิจำเป็นมาก หลังต้นมะลิอายุ 2 ปี ควรตัดแต่งกิ่งทุก 3-4 เดือน คุณเรณูจะระดมแรงงานตัดแต่งกิ่งทั้งหมดในคราวเดียว เพราะหลังตัดแต่งกิ่ง มะลิมีช่วงระยะเวลาตั้งแต่เก็บดอก จนถึงตากิ่งเจริญให้ดอกใหม่อีกครั้ง ประมาณ 40-45 วัน ดังนั้น ถ้าเกษตรกรต้องการให้มะลิออกดอกในเดือนใด ก็ต้องนับย้อนเวลาตัดแต่งกิ่งถอยหลังไป 40-45 วัน

คุณเรณู เล่าว่า การเก็บเกี่ยวดอกมะลิต้องเก็บเฉพาะดอกตูมที่พร้อมจะบาน มีความเจริญเต็มที่ มีลักษณะสีขาวนวล ไม่ควรตัดมาทั้งช่อ เพราะลักษณะดอกมะลิเมื่อเก็บเกี่ยวมาแล้ว ถ้าดอกตูมเกินไป (อ่อนเกินไป) จะไม่สามารถบานต่อไปได้ หรือบานได้แต่คุณภาพไม่ดีหรือไม่มีกลิ่นหอม วิธีการเก็บให้ใช้มือเด็ดตรงก้านดอกใต้กลีบเลี้ยง แรงงานที่ใช้ในการเก็บดอกมะลิแต่ละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้แรงงานไม่ต่ำกว่า 10 คน เพื่อความรวดเร็วต่อการเด็ดดอก ในทุกวันจะเริ่มเด็ดดอกมะลิในเวลา 06.00 น. และสิ้นสุดการเด็ดดอกในเวลา 19.00 น. ของทุกวัน หากจำนวนแรงงานน้อยกว่านี้ หรือระยะเวลาเด็ดดอกน้อยกว่านี้ จะทำให้เด็ดดอกมะลิส่งขายไม่ทัน ดอกจะโรยทิ้งหมด แรงงานทั้งหมดนอกจากจะทำหน้าที่เด็ดดอกแล้ว ต้องนำดอกมะลิมาล้างน้ำ 3-4 น้ำ จากนั้นนำมาคัดดอกเสียทิ้ง แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้ดอกมะลิคงความสดได้หลายวัน ก่อนจะนำไปบรรจุถุง ปิดทับด้วยน้ำแข็งป่น แล้วบรรจุลงกล่องโฟม เพื่อให้ดอกมะลิคงสภาพสดมากที่สุดจนถึงมือลูกค้าหรือปลายทาง

ดอกมะลิ ที่เด็ดดอกจำหน่าย ในพื้นที่ร่วม 20 ไร่ สามารถเด็ดดอกมะลิได้สูงสุดถึง 500 ลิตร ต่อวัน แรงงานเด็ดดอกจะได้รับค่าจ้างเด็ด กิโลกรัมละ 50 บาท (1 ลิตร เท่ากับ 700 กรัม) ราคาขายปลีกหน้าร้านในฤดูร้อนและฤดูฝน อยู่ที่ราคาลิตรละ 50-80 บาท ยกเว้นฤดูหนาวที่มะลิไม่ให้ผลผลิต ทำให้ดอกมะลิมีราคาแพงถึงกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 200 บาท ขึ้นไป

แม้มะลิที่สวนนี้จะพ่นยาฆ่าแมลงเป็นระยะ เพื่อป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชก็ตาม แต่เมื่อถึงขั้นตอนการเก็บดอกมะลิ ก็จะทำความสะอาดอย่างดี ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายรอบ พร้อมกับคัดดอกที่เสียไปพร้อมๆ กัน ก่อนแพ็กลงกล่องโฟมส่งขายยังปากคลองตลาด และมะลิจากสวนคุณเรณูส่งขายไปยังจังหวัดต่างๆ อาทิ จันทบุรี มุกดาหาร สุราษฎร์ธานี พังงา ชลบุรี สงขลา ภูเก็ต อำนาจเจริญ และบึงกาฬ เป็นต้น

คุณเรณู เล่าว่า ตนเองและลูกสาวจะดูแลแผงดอกไม้อยู่ที่ปากคลองตลาด ซึ่งจะเป็นจุดขายส่งและขายปลีก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่ขายดีทุกเทศกาล โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา โดยเฉพาะวันขึ้น 5 ค่ำ วันขึ้น 6 ค่ำ วันแรม 12 ค่ำ และวันแรม 13 ค่ำ ทุกวันก่อนวันพระ (วันโกน) ความต้องการใช้ดอกมะลิสูงมาก นอกจากนี้ มะลิ ยังได้รับความนิยมในเกือบทุกเทศกาล จึงขายดีตลอด แม้ว่าราคาดอกมะลิจะแพงตามฤดูกาลก็ตาม รายได้จากการปลูกมะลิค่อนข้างดีหลายหมื่นบาทต่อไร่ แต่เกษตรกรต้องบริหารจัดการสวนและจัดการผลผลิตให้ดีจึงจะประสบผลสำเร็จ

นอกจาก มะลิ จะเป็นพืชทำรายได้ให้กับครอบครัวคุณเรณูก็ตาม แต่การเห็นช่องทางการจำหน่ายดอกไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มดอกไม้ร้อยพวงมาลัย ทำให้คุณเรณูปลูกไม้ดอกอื่นเพิ่ม แม้จะปริมาณไม่มากนัก แต่ก็เพิ่มให้แผงค้าสมบูรณ์ไปด้วยไม้ดอกกลุ่มร้อยพวงมาลัยด้วยกัน ปัจจุบัน ก็ปลูกต้นรัก ซึ่งปลูกต้นรักเอาไว้ตามคันนาเพื่อเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็สามารถเก็บดอกรักขายได้ วันละ 50-100 ลิตร ที่เลือกปลูกต้นรัก ซึ่งเป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตเร็ว ทนและง่ายต่อการดูแลรักษา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการปลูกมะลิได้ที่ คุณเรณู สุขเนตร หรือ เฟซบุ๊ก “สวนมะลิบ้านคุณบุ๋ม” หรือสอบถามกิ่งพันธุ์ต้นมะลิพันธุ์แท้จากสวน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์คุณบุ๋มเจ้าของสวนได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: