นโยบายปฏิรูปภาคเกษตร ของ ฉัตรชัย สาริกัลยะ กับการขับเคลื่อน

Published August 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05129150359&srcday=2016-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 619

เรื่องเล่าจากสองข้างทาง

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

นโยบายปฏิรูปภาคเกษตร ของ ฉัตรชัย สาริกัลยะ กับการขับเคลื่อน

จากวิกฤติปัญหาที่ถาโถมในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ระหว่าง วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้พลิกมิติครั้งสำคัญ ด้วยการจัดทัพผู้บริหารระดับสูง อธิบดีทุกกรมลงพื้นที่จริง เพื่อศึกษาปัญหา/ความต้องการของเกษตรกร ก่อนนำมาระดมความคิดดันแผนปฏิรูปเกิดผลเป็นรูปธรรม แก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรได้จริง

พร้อมกันนี้ ได้จัดแบ่งสายศึกษาดูงานการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรและพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 4 ทีม กระจายไปในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคกลาง คือ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี และสระบุรี โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้นำทีม จากนั้นแต่ละกลุ่มจะมีการนำเสนอสรุปผลการศึกษาดูงาน และแผนการขับเคลื่อนนโยบายฯ สู่การปฏิบัติ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันถัดมา

สำหรับนโยบายเร่งด่วนของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ประกาศเอาไว้ประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่

1. การลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร

2. การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning)

3. ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่

4. เกษตรอินทรีย์

5. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และ

6. ธนาคารสินค้าเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรได้จริง โดยแต่ละกลุ่มจะระดมองค์ความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่แนวปฏิบัติที่ชัดเจน

จากงานนี้ พิจารณาแล้วเห็นชัดว่า พลเอก ฉัตรชัย มีความตั้งใจและวางเป้าหมายที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด การจัดทัพผู้บริหารลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ภาคสนามในครั้งนี้ เพื่อหวังว่าจะเป็นมุมสะท้อนมาปรับใช้ในการรุกปฏิรูปแนวทางการทำงานให้ได้ผลเป็นรูปธรรม จับต้องได้มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการประชุมผู้บริหารระดับสูงถึงมาตรการขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปการเกษตรตอนหนึ่งว่า ช่วงที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ กว่า 5 เดือน มีนโยบายปฏิรูปการเกษตร ขับเคลื่อนโดยผ่านคณะทำงานสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ หรือซิงเกิลคอมมานด์ ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโอกาสการแข่งขันสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการด้านตลาด เราทำงาน 5 เดือน ตนอยากให้ผู้บริหาร รองอธิบดีขึ้นไป เข้ามาเร่งรัดนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว เพราะการทำงานแบบทหารต้องหวังผลสัมฤทธิ์ อาจมองว่าใจร้อน แต่นายกรัฐมนตรีใจร้อนกว่าตนมาก และทุกคนคาดหวังจากรัฐบาลทหารสูงมาก อยากให้จัดการทุกเรื่อง เพราะรู้ว่ารัฐบาลเลือกตั้งมาแล้วจะไม่ได้ทำ

ดังนั้น เมื่อลงพื้นที่จริง ต้องนำเอาปัญหามาวิเคราะห์ถึงอุปสรรค เพื่อให้งานภาคเกษตรมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา ราคาสินค้าตกต่ำ ภัยแล้ง ส่วนสถานการณ์ภัยแล้ง ได้สั่งการให้ทุกกรมลงไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกร บรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรับทราบประชาชนส่วนใหญ่พอใจมาตรการการช่วยเหลือภาครัฐกว่า 80%และเกษตรกรให้ความร่วมมืออย่างดี น่าพึงพอใจในการลดการทำนาปรังกว่าครึ่ง จาก ปี”58 อย่างไรก็ตาม ปัญหาภัยแล้งน่าเป็นห่วง มีพื้นที่กระทบภัยแล้งทั่วประเทศ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำไม่สามารถดูแลพื้นที่เพาะปลูกได้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นำมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลลงพื้นที่และเดินหน้าเต็มที่ภายในเดือนนี้ ทั้งในส่วนกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 ล้านบาท ให้เกษตรกรผ่านภัยแล้งไปได้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ประชาชนพอใจมาตรการภาครัฐมาก เพราะมีกว่า 200 โครงการ จากทุกหน่วยงานลงไปช่วยชาวบ้าน

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางยังวิกฤติ ต้องผลักดันมาตรการต่างๆ เดินหน้าเต็มที่ สามารถบรรเทาภัยแล้งได้ระดับหนึ่ง โดยชาวบ้านพอใจศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพทุกอำเภอ 882 ศูนย์ ทั่วประเทศ ฝึกอบรมชาวบ้าน ได้รับวันละ 200 บาท เป็นค่าอาหาร ค่ารถ รวมทั้งบ่อน้ำขนาดเล็ก บ่อบาดาล มีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในช่วงนี้ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำด้วย และภาคราชการต้องปรับตัวให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพราะภัยธรรมชาติมีความรุนแรงขึ้น

ทั้งหมดถือเป็นความพยายามอีกครั้งของ พลเอก ฉัตรชัย ที่ต้องการใช้ความรู้ ความสามารถ ในการกอบกู้วิกฤติปัญหาภาคเกษตรในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: