ตาเลื่อน “เฒ่าทรนง” ผู้พลิกฟื้น “หอมน้ำ”, “ช้องนางคลี่” หรือ “พลับพลึงธาร” ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ

Published August 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05126150359&srcday=2016-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 619

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

บุญยงค์ เกศเทศ

ตาเลื่อน “เฒ่าทรนง” ผู้พลิกฟื้น “หอมน้ำ”, “ช้องนางคลี่” หรือ “พลับพลึงธาร” ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ

ต้นหอมน้ำ พลับพลึงน้ำ พลับพลึงธาร ช้องนางคลี่ หญ้าช้อง หรือว่านพระคงคา อันเป็นหลากหลายชื่อ ของพันธุ์ไม้น้ำขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในโลก ที่มีถิ่นนิวาสถานอยู่แถบจังหวัดพังงาตอนบน และระนองตอนล่างเท่านั้น โดยปกติแล้วขึ้นอยู่ตามต้นน้ำลำธารตื้นๆ ที่ใสสะอาด มีน้ำไหลตลอดปี อยู่ในระดับความลึกตั้งแต่ไม่กี่เซนติเมตร ไปจนถึงกว่า 2 เมตร ขึ้นกับแหล่งน้ำบริเวณที่ขึ้นอยู่และระดับน้ำในแต่ละฤดูกาล

หอมน้ำ หรือพลับพลึงธาร เป็นไม้น้ำที่ให้ดอกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่เป็นช่อ ชูขึ้นเหนือน้ำ จนได้รับสมญาว่า “ราชินีแห่งสายน้ำ” มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ส่วนใบพลิ้วไหวไปตามความแรงของสายน้ำ มีหัวกลีบหรือหัวคล้ายหอมหัวใหญ่อยู่ในดินใต้ผิวน้ำ หัวอาจจมอยู่ใต้ดินหรือโผล่ขึ้นเหนือผิวดินได้ และเมื่อหลุดออกจากดินมักจะลอยอยู่ผิวน้ำ อาจพบหัวย่อยที่แตกแขนงยื่นออกมาจากบริเวณหัวใหญ่บริเวณฐานหัว เพื่อการขยายพันธุ์ ขณะเดียวกัน ก็จะมีช่อดอกสีขาวเป็น 6 แฉก เจริญออกมาจากด้านข้างของหัว

ถิ่นกำเนิดของหอมน้ำ พบอยู่เพียงบริเวณทางเหนือของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จนถึงทางใต้ของอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เนื่องจากในพื้นที่แถบนี้มีภูมิประเทศเป็นแนวสันเขาสูงสลับซับซ้อน ตั้งขนานกับแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ภูเขาเหล่านี้เป็นป่าฝนชุ่มชื้นตลอดปี จึงเป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เช่น คลองกะเปอร์ คลองบางหิน คลองนาคา คลองกำพวน ในเขตจังหวัดระนอง คลองเตรียม คลองนางย่อน คลองบางปง อำเภอคุระบุรี คลองตำหนัง คลองห้วยทรัพย์ คลองตาเลื่อน หรือคลองไร่ลุ่ม คลองนายทุย คลองบ้านทับช้าง คลองบ้านโชคอำนวย ต่อเนื่องไปถึงตำบลแม่นางขาว ในเขตจังหวัดพังงา เป็นต้น รวมไปถึงแนวเขตรอยต่อจังหวัดพังงาและระนอง บริเวณคลองนุ้ย คลองตาผุด คลองบางเผาหมู คลองกำนันหัด เป็นต้น ลำคลองต่างๆ เหล่านี้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญพันธุ์เป็นแหล่งที่อยู่ของพลับพลึงธาร หรือหอมน้ำ

พลับพลึงธาร หรือหอมน้ำ เป็นพืชอวบน้ำ ดอกสีขาว มี 6 กลีบ ก้านชูดอก แต่ละก้านมีหลายก้านดอก ทยอยบานติดต่อกันไป หลังจากผสมเกสร กระเปาะเมล็ดจะเจริญเติบโตที่โคนก้านดอก เมื่อเมล็ดแก่จะหลุดออกจากกระเปาะ ยื่นสายออกด้านหนึ่งของเมล็ด ปลายสายจะเกิดเป็นต้นใหม่โดยมีรากยึดติดกับพื้นคลอง ระหว่างที่รากยังไม่สามารถเกาะยึดพื้นคลองได้ เมล็ดจะเป็นแหล่งอาหารให้ต้นอ่อนได้นาน 3-4 เดือน หัวมีลักษณะคล้ายหัวหอม จึงมีชื่อเรียกว่า “หอมน้ำ” หัวจะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ

ด้วยเหตุที่พลับพลึงธารเป็นพืชน้ำหนึ่งเดียวในโลก ที่มีระบบรากที่ยาว ช่วยยึดดินป้องกันหน้าดินถูกชะล้าง ส่วนใบที่ยาวก็สะบัดพลิ้วไปตามกระแสน้ำ ช่วยดักตะกอนในลำน้ำ ทำให้น้ำใส สะอาด กลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งเป็นที่วางไข่กุ้ง ปลากระทิง ปลาช่อน ปลาดุก ปลาชะโอน เป็นต้น

พลับพลึงธารจะออกดอกขาวสะพรั่งเต็มลำธารของ ตาเลื่อน ยายบุญช่วย ในช่วงปลายเดือนกันยายน ตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม

การขุดลอกและขยายลำคลองขององค์กรทางราชการที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมชลประทาน กรมป้องกันอุบัติภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมเจ้าท่า ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นหอมน้ำหรือช้องนางคลี่ถูกทำลายอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดปัญหาโดยไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ส่งผลให้ระบบนิเวศของแม่น้ำลำคลองถูกเปลี่ยนเป็นคลองแนวเส้นตรง เหมือนคลองชลประทานโดยทั่วไป ทำให้กระแสน้ำไหลแรงและเร็ว กัดเซาะตลิ่งพัง ที่ดินของชาวบ้านหลายรายที่อยู่ติดทางน้ำ ถูกกระแสน้ำพัดสูญสลายไปกับสายน้ำ จึงทำให้พลับพลึงธารลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็วเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างฝายกั้นน้ำในลำคลองต่างๆ อันเป็นที่อยู่ของพลับพลึงธาร เนื่องจากฝายจะทำให้น้ำนิ่งและไม่มีช่วงหน้าแล้ง สภาวะเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อพลับพลึงธารไม่เจริญเติบโตและไม่ออกดอก ช้องนางคลี่ต้องการอยู่ในแหล่งน้ำไหลเท่านั้น รวมไปถึงการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวประเภทสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดินในช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก การทับถมของดินตะกอนทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน เกิดการพังทลายของตลิ่ง ทำให้แหล่งที่อยู่ของพลับพลึงธารเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ตาเลื่อนและเพื่อนพ้องที่เห็นคุณค่าของช้องนางคลี่ จึงร่วมกันด้วยวิธีการต่างๆ ปักหลักต่อต้านทุกกระบวนการที่จะเข้ามาทำลาย

ตาเลื่อน และ ยายบุญช่วย เริ่มศึกษาวิถีของต้นช้องนางคลี่อย่างจริงจังในปลายปี พ.ศ. 2545 และช่วยกันอนุรักษ์อย่างเป็นระบบด้วยการเก็บหาเมล็ดในคลอง นำมาขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หว่านลงในคลอง ใช้โพงพางกั้นไม่ให้เมล็ดไหลตามน้ำ ขยายความรู้เป็นวิทยากรให้กับเด็กๆ ในหลายโรงเรียน เปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ มีผู้มาเยี่ยมชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งให้กลุ่มอนุรักษ์พลับพลึงธารคลองนางย่อน ตลอดทั้งเยาวชนบ้านบางซอย ตำบลคุระ ได้เข้ามาทำบ่ออนุบาล เพื่อนำกลับไปปลูกขยายในคลองนางย่อน และคลองสาขา ด้วยความคาดหวังว่าจะเห็นพลับพลึงธารเพิ่มมากขึ้น จนเป็นสีเขียวขจีพลิ้วไหว ออกดอกขาวสะอาดหอมกรุ่นไปทั้งสายน้ำ

ในความเป็นจริงแล้ว ตาเลื่อนและภรรยามีอาชีพทำสวนยางพาราบนพื้นที่เชิงเขา ประมาณ 20 ไร่ พร้อมกับปลูกไม้ผลอีกหลากหลายชนิด รวมไปถึงพืชผักสวนครัว มีทั้งสับปะรด ตะไคร้ ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน หมาก กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก กล้วยหิน กล้วยงาช้าง กล้วยเล็บมือนาง กระทือ หมากเม่า เต่าร้าง เตยหอม ไม้ไผ่ เป็นต้น

ลำธารน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลมาจากเทือกเขาผ่านคลองไร่ลุ่ม หรือคลองสวนตาเลื่อน เฉพาะที่ไหล่ผ่านผืนดินของตาเลื่อนมีความยาว ประมาณ 500 เมตร ก่อนจะไหลผ่านที่ดินของคนอื่นๆ ในชุมชนอีกราว 1,500 เมตร และไปลงคลองนางย่อน

การพลิกฟื้นช้องนางคลี่ของตาเลื่อนด้วยสำนึกและจิตวิญญาณอันสูงส่งด้วยความรู้เพียงประถมศึกษาปีที่ 4 ใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่สั่งสมสืบทอดมาจากบรรพชน ส่งผลให้พืชที่มีหนึ่งเดียวในโลกมิถูกทำลายไปในวันนี้ ยังมิใช่ความยิ่งใหญ่ของตาเลื่อนอีกหรือ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: