กมล ก้องเวหา คนบึงกาฬ เกษตรกรดีเด่น ประจำปี 58 เลี้ยงปลานิล ริมฝั่งน้ำโขง เป็นอาชีพสร้างรายได้

Published August 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05077150359&srcday=2016-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 619

เทคโนโลยีการประมง

สุรเดช สดคมขำ

กมล ก้องเวหา คนบึงกาฬ เกษตรกรดีเด่น ประจำปี 58 เลี้ยงปลานิล ริมฝั่งน้ำโขง เป็นอาชีพสร้างรายได้

บึงกาฬ เป็นจังหวัดน้องใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นในปี 2554 ให้เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ในอดีตเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็ก และเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ด้วยภูมิภาคที่มีเนื้อที่ทอดยาวตามลำน้ำโขง ทำให้มีความห่างไกลจากตัวเมืองหนองคายเป็นอย่างมาก ความสามารถในการพัฒนาจึงไม่สะดวกเท่าที่ควร และมีความยากลำบากในการติดต่อประสานงานต่างๆ เพื่อความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ จึงได้มีการเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อตั้งเป็นจังหวัด ในปี 2537 กว่าจะได้ตั้งเป็นจังหวัดใช้เวลาเกือบ 20 ปี

จังหวัดบึงกาฬ มีแม่น้ำโขงเป็นลำน้ำที่ไหลผ่านเขตอำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอปากคาด และอำเภอบึงโขงหลง ความยาวตามลำน้ำโขง ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นเส้นกั้นเขตแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในช่วงฤดูฝน ชาวบ้านในพื้นที่อาศัยทำการประมง โดยจับสัตว์น้ำขึ้นมาบริโภค

ณ ปัจจุบัน การจับปลาเพื่อบริโภคเหมือนสมัยก่อนอาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณที่น้อยลง จึงมีการเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคกันมากขึ้น จากการสำรวจรวบรวมข้อมูลของสำนักงานประมงจังหวัดบึงกาฬ มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ และเกษตรกรด้านการประมง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 รวมทั้งสิ้น 7,420 ราย มีทั้งที่เลี้ยงภายในบ่อและในกระชัง

คุณกมล ก้องเวหา อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 6 ตำบลบึงกาฬ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ อีกหนึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง ที่มีความชำนาญมากด้วยประสบการณ์ จากการเริ่มทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง จนประสบผลสำเร็จได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัด สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประจำปี 2558

ครูพี่เลี้ยง ก้าวสู่

เกษตรกรเลี้ยงปลา

เพื่อเป็นอาชีพเสริม

คุณกมล เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำเป็นครูพี่เลี้ยงดูแลเด็ก อยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิ์ศรี แต่เนื่องจากบ้านญาติเลี้ยงปลา จึงไปศึกษาและมาทดลองเลี้ยง

“อาชีพหลักก่อนที่จะมาเลี้ยงปลา เป็นครูพี่เลี้ยง คราวนี้ไปเห็นลุงที่หนองคาย เขาก็เลี้ยงปลาในกระชัง ก็เลยอยากทดลองเลี้ยงดูว่ามันจะได้ผลผลิตยังไง ก็มาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง อาศัยถามๆ ลุงบ้าง” คุณกมล เล่าถึงความเป็นมา

ปี 2542 ปลาที่คุณกมลเริ่มเลี้ยงคือปลานิล ซึ่งในขณะนั้นเลี้ยงประมาณ 2 กระชัง เพื่อเป็นการทดลอง ปลานิลที่เลี้ยงเจริญเติบโตดี ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอ

“ผลผลิตดี ถือว่าได้ดีเลย เพราะว่าช่วงนั้นยังไม่มีใครเลี้ยงมาก ราคาปลามันก็ดี ราคาค่าอาหารปลาก็กระสอบละไม่เท่าไหร่ ก็เหมือนต้นทุนเราก็ไม่มาก ถือว่าได้กำไรดีเป็นที่น่าพอใจ” คุณกมล เล่าถึงความสำเร็จของการเลี้ยงในสมัยนั้น

ปลานิล ตัวใหญ่ สวย

ไซซ์ได้ขนาด

เลี้ยงไม่ยากอย่างที่คิด

คุณกมล บอกว่า ปลานิลที่นำมาเลี้ยงหาซื้อลูกปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ลูกปลานิลมีขนาดไซซ์ใบมะขาม นำมาเลี้ยงในกระชัง ขนาด 3×3 เมตร ความลึก 2 เมตร ปล่อยประมาณ 1,200 ตัว ต่อกระชัง

ในช่วงแรกจะให้อาหารเม็ดเล็ก ที่มีโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ ให้กิน 2 มื้อ ต่อวัน คือเช้าและเย็น เมื่อผ่านไปได้ ประมาณ 1 เดือน จะเปลี่ยนอาหารที่มีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้ปลานิลกินตลอดจนกว่าจะจับจำหน่าย

การดูแลรักษาโรค คุณกมล บอกว่า ปลาที่เลี้ยงในกระชัง โรคที่เจอส่วนใหญ่จะมากับน้ำ เพราะเธอเลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติ บางครั้งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก โรคมักมาในช่วงฤดูฝน

“โรคที่เป็นบางครั้งไม่ได้เกิดจากตัวปลาเอง บางทีมันก็เกี่ยวกับน้ำด้วย ถ้าน้ำในแม่น้ำโขงแดงมา ปลามันก็ตาย เราก็ต้องแก้ไขด้วยการลดปริมาณการปล่อยปลาในกระชังให้น้อยลง ไม่ให้มันหนาแน่นมากเกินไป มันก็จะแก้เรื่องนี้ได้” คุณกมล อธิบาย

ปลานิลที่เลี้ยงในกระชังทั้งหมดหลังจากปล่อย ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือน จะมีขนาดไซซ์พร้อมที่จะจำหน่ายได้

ลูกปลานิลจะโตดี

ต้องอนุบาลในบ่อดิน

ก่อนนำมาเลี้ยงในกระชัง

คุณกมล เล่าย้อนถึงสมัยก่อนว่า เมื่อเลี้ยงมาได้เป็น 10 ปี การเลี้ยงต้องขยายเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้กระชังที่เธอมีอยู่ไม่เพียงพอ เพราะลูกปลานิลที่นำมาอนุบาลภายในกระชังโตช้า จึงคิดหาวิธีนำไปอนุบาลในบ่อดินก่อน จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อในกระชังริมแม่น้ำโขง

“ประมาณ ปี 57 ก็เอาลูกปลานิลไซซ์ใบมะขามที่ได้จากแหล่งที่เราซื้อ มาปล่อยลงในบ่อดิน เลยทดลองดูว่าระหว่างที่เอาลูกปลาใส่ในกระชังที่เราทำแบบเดิม กับอนุบาลในบ่อดินก่อน แบบไหนดีกว่ากัน ผลก็ออกมาว่า ที่เราอนุบาลในกระชังมันจะโตช้ากว่าอนุบาลในบ่อดิน เพราะการอนุบาลในบ่อดินมันได้ดูดกินดิน เหมือนมีอาหารตามดินเลยโตดี ประมาณเดือนกว่าๆ เราก็ย้ายมาลงในกระชังริมแม่น้ำโขง โตได้ดี ปลานิลโตไว” คุณกมล อธิบาย

บ่อดินที่ใช้สำหรับอนุบาลลูกปลานิลของคุณกมล มีขนาด 20×30 เมตร ลึก 2 เมตร ก่อนที่จะนำลูกปลามาปล่อย เตรียมบ่อด้วยการวิดน้ำให้แห้ง แล้วโรยด้วยปูนขาว ตากบ่อทิ้งไว้ ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นปล่อยน้ำเข้ามาภายในบ่อ ปรับสภาพน้ำ นำปลูกปลานิลมาปล่อย ประมาณ 15,000 ตัว ต่อบ่อ ให้กินอาหารเช้าและเย็น

ขณะที่เลี้ยงไปได้ประมาณ 15 วัน น้ำภายในบ่อดินจะลดลง เติมน้ำเข้าไปภายในบ่ออนุบาล ในระยะนี้ป้องกันพวกนกและงูมากินลูกปลานิลภายในบ่อ

หลังจากอนุบาลได้ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน แล้วลากอวนนำมาเลี้ยงต่อในกระชังริมแม่น้ำโขงอีกประมาณ 3-4 เดือน ก็จะได้ปลานิลคุณภาพ พร้อมจำหน่าย

จากการทำด้วยวิธีนี้ คุณกมล บอกว่า ทำให้ประหยัดต้นทุน และที่ฟาร์มสามารถแบ่งจำหน่ายลูกปลานิลให้เพื่อนเกษตรกรได้อีกด้วย

“พอเรามาทำแบบนี้ คิดต้นทุนแล้ว เมื่อเทียบกับที่เราซื้อลูกปลาคนอื่นมาคุ้มกว่า เพราะปลาที่เราอนุบาลนี่ได้ดีกว่า สมมุติเราไปซื้อปลาไซซ์ที่พร้อมจะปล่อยลงกระชัง ตัวละ 5 บาท หมื่นตัวนี่เราก็เสียไปแล้ว 50,000 บาท ต้นทุนมันก็สูง เราก็เอามาทำเองดีกว่ามาก อย่างตอนนี้ที่บ่อเราก็แบ่งให้เพื่อนๆ ซื้อไปเลี้ยง ตัวละ 3 บาท มันก็ลดต้นทุนได้” คุณกมล กล่าว

ปลานิล ยังเป็นที่

ต้องการของตลาด

ในช่วงแรกของการเลี้ยง คุณกมล เล่าว่า ปลานิลที่ตัวโตไซซ์ได้ขนาด จะนำไปจำหน่ายเองตามพื้นที่ชุมชน ทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้มากนัก

“ตอนแรกนี่ก็ตระเวนขายตามหมู่บ้าน ช่วงนั้นขายดีมาก ไม่มีปัญหาอะไรเลย เรียกว่าไปหมดทุกที่ ตามตลาดสดเราก็ไป พอทำมาได้สัก 4-5 ปี เริ่มมีนายทุนใหญ่ๆ มาพยายามทำราคาแข่งกับเรา พอเจอแบบนั้น เราก็ไม่แข่งขันนะ เราก็เลี้ยงของเราไปเรื่อยๆ ไม่เครียด เพราะถึงแข่งขันไป คิดว่าก็ไม่ได้อะไร เพราะต้นทุนมันแพง เกิดไปตีราคากับเขา ราคาปลาลงมาเยอะ มันก็จะขาดทุนเปล่าๆ เราเน้นคุณภาพเราไปดีกว่า” คุณกมล เล่าถึงสถานการณ์ของตลาดในช่วงนั้น

คุณกมล บอกว่า ขนาดของปลานิลที่ตลาดต้องการ ไซซ์ประมาณ 800 กรัม ถึง 1.2 กิโลกรัม ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 65-70 บาท

ณ เวลานี้ ปลานิลในกระชังของคุณกมลสามารถส่งจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้าภายในจังหวัดบึงกาฬได้ตลอดทั้งปี ตกวันละ 150-250 กิโลกรัม สร้างรายได้ให้เธอได้เป็นอย่างดี

ตลาดเป็นสิ่งสำคัญ

ของการเริ่มทำอาชีพ

สำหรับท่านใดที่สนใจ อยากเลี้ยงปลาในกระชัง เพื่อเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม คุณกมล แนะนำว่า

“การที่เราจะทำอาชีพอะไร สิ่งที่อยากจะให้ศึกษาคือ เรื่องตลาด การเลี้ยงปลาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ลูกพันธุ์ ควรหาแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อปลาที่เลี้ยงจะได้โตดีมีคุณภาพ หากลูกปลาไม่ดี ไม่แข็งแรง มันก็ตาย เท่ากับว่าปลาที่เราขายก็ได้ไม่เต็มที่ น้ำหนักมันก็จะหายไป ขอให้ลูกปลาดี อาหารดี ยังไงมันก็โต หากลูกปลาไม่ดี อาหารไม่ดี เราจะเสี่ยงมากกับเรื่องขาดทุน มันก็ต้องเรียนรู้หลายๆ อย่าง โดยรวมประมาณนี้” คุณกมล กล่าว

ความขยัน อดทน

นำมาสู่รางวัลความสำเร็จ

จากความมุ่งมั่น ความขยัน ความอดทน การเลี้ยงปลาในกระชังของคุณกมลนั้น เริ่มต้นการเลี้ยงปลานิลเพียง 2 กระชัง ต่อมาได้ขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน คุณกมล มีกระชังปลาถึง 70 กระชัง และมีพื้นที่สำหรับอนุบาลลูกปลาในบ่อดิน จำนวน 10 บ่อ ด้วยความขยัน การจัดการที่เป็นระบบภายในฟาร์มที่ดี ทำให้เธอได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัด สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประจำปี 2558

“คิดว่าจากรางวัลนี้ที่เราได้รับ ก็รู้สึกดีใจ เพราะสิ่งที่เราทำมาทั้งหมด เราทำด้วยตัวเราเอง บริหารจัดการด้วยตัวเอง ปลาเราก็เอามาอนุบาลเอง ก็คิดว่าจากประสบการณ์ที่เรามี มันทำให้เราได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก จนเราประสบผลสำเร็จจนมีวันนี้” คุณกมล กล่าวด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นด้วยความสุข

คุณสุวิทย์ คชสิงห์ ประมงจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวให้ข้อมูลเสริม หลังจากสัมภาษณ์คุณกมลในครั้งนี้ว่า

“จังหวัดบึงกาฬ เมื่อเทียบกันกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน นับว่ายังมีน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เราไม่มีภัยแล้งหลายปีมาแล้ว น้ำยังถือว่าดีมากในภาคอีสาน การเลี้ยงปลากระชังถือว่ายังประสบผลสำเร็จไปได้ เพราะตลาดยังต้องการ อย่างฟาร์มของคุณกมล ถือว่าได้เรียนรู้มีประสบการณ์ด้วยตนเอง เพราะเกิดจากการลองผิดลองถูก สามารถรับมือได้กับสถานการณ์ต่างๆ ของน้ำในแม่น้ำโขง ว่าควรลงปลาในช่วงไหนที่จะเติบโตดี ส่วนคนที่อยากเลี้ยงสร้างรายได้ ก็อยากให้ศึกษาเรียนรู้ ถึงองค์ประกอบต่างๆ แล้วความสำเร็จก็จะอยู่ไม่ไกลเหมือนคุณกมล”

จากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่หัวใจเกินร้อย ที่ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก มุ่งมั่นมานะ ขยันมั่นเพียรในการประกอบสัมมาอาชีพ เธอจึงเป็นเสมือนต้นแบบ ที่ทำให้เพื่อนๆ เกษตรกรได้รู้ว่า แม้ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเกษตร คือการเลี้ยงปลา แต่ความสำเร็จของเธอเกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ ลงมือทำ จึงนำไปสู่ความสำเร็จเป็นรายได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกมล ก้องเวหา หมายเลขโทรศัพท์ (089) 276-2238, (098) 651-9189

สนใจ การเลี้ยงปลานิล ในกระชังริมฝั่งแม่น้ำโขง ติดตามดูคลิป วิดีโอ ได้ที่ http://www.technologychaoban.com และ facebook: Technologychaoban.com

ขอขอบพระคุณ คุณสุวิทย์ คชสิงห์ ประมงจังหวัดบึงกาฬ และคณะ ที่พาลงพื้นที่ พบปะเกษตรกร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: