แบ่งมรดกใหม่

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05115010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 618

ฎีกาชาวบ้าน

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

แบ่งมรดกใหม่

นายสมโภชน์ และนางสมสวย เป็นบิดามารดาของคุณสมชาย

คุณสมชาย จดทะเบียนสมรสกับนางคำดี มีบุตรคือ นายโผง นางสาวจำเนียน และเด็กชายศราวุฒิ

ต่อมาคุณสมชายจดทะเบียนหย่ากับนางคำดี แล้วจดทะเบียนสมรสกับนางจำนูญ

คุณสมชายทำสัญญาประกันชีวิต (อุบัติเหตุ) กับบริษัทประกันชีวิต วงเงินเอาประกัน 1,000,000 บาท

คุณสมชายเปิดบัญชีออมทรัพย์ 2 บัญชีไว้ มีความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุ รวม 300,000 บาท

เมื่อคุณสมชายประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย ศาลจังหวัดมีคำสั่งตั้ง นางสาวจำเนียน และนางจำนูญ เป็นผู้จัดการมรดกของคุณสมชาย

นางสาวจำเนียนและนางจำนูญ ขอรับสินไหมทดแทน โอนเงินเข้าบัญชีของทั้งสองครั้งแรก จำนวน 1,300,145.99 บาท และอีกจำนวน 612.77 บาท เข้าอีกในเวลาต่อมา รวมเป็นเงิน 1,300,758.76 บาท

นายโผงลูกชายคนโตของคุณสมชาย นายสมโภชน์ และนางสมสวย บิดามารดาของคุณสมชาย ยื่นฟ้อง นางสาวจำเนียน น้องสาว และนางจำนูญ ภริยาใหม่ของคุณสมชาย ขอให้บังคับทั้งสองให้แบ่งเงินประกันชีวิตของคุณสมชายให้แก่ทั้ง 3 คนละ 216,690 บาท

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้แบ่งแก่ทายาททั้งหมด คนละ 1 ใน 6 ส่วน

นางจำนูญอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

นางจำนูญฎีกาว่า เงินประกันชีวิตเป็นสินสมรสของผู้ตายกับนางจำนูญ ทั้ง 3 ไม่มีอำนาจฟ้องแบ่ง

ศาลฎีกา วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1470 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ประกอบด้วยสินส่วนตัวและสินสมรสนั้น หมายถึง ทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน การที่คุณสมชายถึงแก่ความตาย ย่อมทำให้การสมรสของผู้ตายกับนางจำนูญสิ้นสุดลงตาม มาตรา 1501 สิทธิที่จะได้รับเงินประกันชีวิต จำนวน 1,300,758.76 บาท นั้น เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากความมรณะของผู้ตาย เป็นเงินประกันชีวิต และเป็นเงินที่เกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอก ซึ่งได้รับมาหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับนางจำนูญ

ประกอบกับกรมธรรม์มิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ ว่าให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตน หรือแก่ผู้ใด จึงไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่คดีได้โดยตรง ต้องนำ มาตรา 4 วรรคสอง มาบังคับใช้ คือ อาศัยเทียบบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง ได้แก่ มาตรา 897 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า

“ถ้าผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่า เมื่อตนถึงซึ่งความมรณะให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนโดยมิได้เจาะจงระบุชื่อผู้หนึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้น ท่านให้ฟังเอาเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้”

ดังนั้น เงินประกันชีวิตดังกล่าว จึงต้องแบ่งให้แก่ทายาทของผู้ตายในฐานะทรัพย์สินส่วนหนึ่งแห่งกองมรดก ตามมาตรา 1629 (1), 1630 วรรคสอง และ 1635 (1)

โดยนายสมโภชน์และนางสมสวย ซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้ตาย กับนางจำนูญ ภริยาผู้ตาย ต่างได้รับส่วนแบ่งคนละส่วนเท่าๆ กัน กับนายโผง นางสาวจำเนียน และเด็กชายศราวุฒิ ซึ่งเป็นทายาทชั้นบุตร

ปรู : ไม้พุ่ม สรรพคุณเป็นยา

สุวรรณ พันธุ์ศรี

ปีนี้อากาศค่อนข้างจะแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ทำเอาปรับตัวตามแทบไม่ทัน

ถึงกระนั้นก็ทำเอาผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ต่างจังหวัด ล้มหายตายจากไปหลายศพ

อากาศสะบัดร้อนสะบัดหนาวแบบนี้ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงจริง โอกาสเจ็บป่วยก็จะเป็นมาก

ที่เป็นอย่างนี้ ก็ต้องโทษมนุษย์โลกเรานี่แหละ ที่ทำให้เป็นอย่างที่เป็น

มนุษย์บางพวกก็อยากจะอยู่กับธรรมชาติ แต่ก็อยู่กับธรรมชาติไม่เป็น

มนุษย์บางพวกก็ใช้ธรรมชาติจนขาดความสมดุล จนธรรมชาติลงโทษ เป็นการเตือนแล้วก็หลายครั้ง

มนุษย์ก็ยังไม่หยุดที่จะทำร้ายทำลายธรรมชาติ

อย่าลืมว่า การทำร้าย ทำลายธรรมชาติ มันคือการทำร้าย ทำลายมนุษย์เอง

หากติดตามความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ก็จะรู้ว่ามีหลายสิ่งที่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้

ไม่แน่ว่ามนุษย์ก็มีโอกาสที่จะสูญพันธุ์ได้เช่นกัน

มีหนทางหนึ่งที่พอจะช่วยได้ นั่นก็คือ ปลูกต้นไม้คืนธรรมชาติ

ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้น “ปรู”

ต้นปรูนี้ นักพฤกษศาสตร์จัดอยู่ในจำพวกไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นออกเกลี้ยง แต่กิ่งอ่อนจะมีขนอ่อนบ้าง

ลักษณะของใบ โคนใบแคบ แหลม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ท้องใบจะเห็นเส้นใบชัดเจน ก้านใบออกจะยาว

เมื่อต้นโตพอให้ดอก จะออกดอกรวมเป็นกระจุก สีขาวนวล หรือเหลืองอ่อน มีกลีบรองดอก ส่วนโค้งของดอกจะเชื่อมติดกันเป็นท่อรูปกรวย

พอดอกเริ่มโรยก็จะติดผล ลักษณะของผล รูปยาวรี กลางผลจะเป็นสันแข็ง

คนเต่โบราณท่านศึกษาเรื่องต้นไม้ จนรู้ว่า ต้นปรูก็มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร โดยเฉพาะเปลือกราก และเปลือกลำต้น

เปลือกราก มีสรรพคุณแก้โรคผิวหนัง ยาแก้พิษ บำบัดอาการเป็นไข้ ยาระบาย และขับเหงื่อ

ส่วน เปลือกลำต้น มีสรรพคุณแก้จุกเสียด บำรุงธาตุไฟ แก้หอบหืด แก้ท้องเสีย แก้อาการไอ

นี่คือผลประโยชน์ที่ได้จากการปลูกต้นปรู

ผู้ที่มีที่มีทาง ก็อยากจะให้ช่วยปลูกเอาไว้

ส่วนผู้ที่ชอบตัดไม้ทำลายป่าธรรมชาติ ก็ขอให้คิดเสียใหม่ ว่าที่หายใจได้ทุกวัน เพราะอะไร

การตัดต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นด้วย

เมื่อโลกร้อนขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล

ก็อยากให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพื่อสิ่งต่างต่างจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ลงมือปลูกวันนี้ พรุ่งนี้ก็ดีเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: